วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
นักวิจัยจุฬาฯค้นพบ‘แอนติบอดีประสิทธิภาพสูงต้านเชื้อโควิด-19’ สู่นวัตกรรมสเปรย์พ่นจมูก‘โควิแทรป’ปลอดภัย ใช้งานง่าย

นักวิจัยจุฬาฯค้นพบ‘แอนติบอดีประสิทธิภาพสูงต้านเชื้อโควิด-19’ สู่นวัตกรรมสเปรย์พ่นจมูก‘โควิแทรป’ปลอดภัย ใช้งานง่าย

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag : นักวิจัยจุฬาฯ
  •  

ปัจจุบันมาตรการการป้องกันโรคโควิด-19 ได้รับการผ่อนปรนขึ้นมากจนสามารถถอดหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะบางพื้นที่ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเชื้อโควิด-19 หายไปจากโลกนี้แล้ว อันที่จริง ยังคงมีผู้ป่วยและการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 อยู่ การเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้ติดเชื้อจึงยังเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรักษาสุขภาพ การฉีดวัคซีน รวมถึงการสวมใส่หน้ากากอนามัย

แต่จะดีแค่ไหน หากเรามีตัวช่วยที่สามารถยับยั้งเชื้อโควิด-19 ได้ตั้งแต่โพรงจมูก ก่อนที่เชื้อจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจในร่างกาย


อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์ชีววิทยาเชิงระบบ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการทำงานวิจัยและการค้นพบ “แอนติบอดีประสิทธิภาพสูงต้านเชื้อโควิด-19” ซึ่งต่อมาได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นสเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ด้วยแอนติบอดี ว่า “ช่วงการระบาดโรคโควิด-19 ระลอกแรกเดือนเมษายน 2563 เรากังวลกันว่าจะรับมือการระบาดไหวไหม มีคนไข้ที่อาการรุนแรงและเสียชีวิตด้วย ก็เลยหารือกัน ขณะนั้นทางทีมวิจัยของศูนย์ฯ กำลังศึกษาและทำยารักษามะเร็งอยู่ เราจึงเห็นว่าองค์ความรู้และความสามารถที่เรามีในการพัฒนายาจากแอนติบอดี น่าจะช่วยในการรับมือโรคโควิดได้”

และด้วยความร่วมมือของ 5 ภาคี ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.),องค์การเภสัชกรรม และ บริษัท ไฮไบโอไซจำกัด ทีมนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ ได้นำองค์ความรู้จากการค้นพบ “แอนติบอดีประสิทธิภาพสูงต้านเชื้อโควิด-19” มาต่อยอดและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ “โควิแทรป-สเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ซึ่งนับว่าเป็นนวัตกรรมแรกในโลก ที่นำแอนติบอดีมาสร้างเป็นสเปรย์พ่นจมูกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย. ให้เป็นเครื่องมือแพทย์ประเภทที่ 4 เพื่อดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ในโพรงจมูก

โดยอ.นพ.ไตรรักษ์ ย้อนเล่าถึงการวิจัยและค้นพบ “แอนติบอดีประสิทธิภาพสูงต้านเชื้อโควิด-19” ว่าทีมวิจัยได้เก็บตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่หายดีแล้วจำนวนกว่า 300 คน แล้วนำเลือดที่ได้มาตรวจหาบีเซลล์ (B cells) เพื่อค้นหาเซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่สามารถสร้างแอนติบอดีที่จัดการเชื้อโควิด-19 ได้

“จากบีเซลล์นับล้านตัว เรานำมาผ่านกระบวนการ High-Throughput Screening จนพบบีเซลล์ที่ผลิตแอนติบอดีที่สามารถต้านเชื้อโควิด-19 ได้อย่างดีเยี่ยม จากนั้นก็นำบีเซลล์นี้ไปทำการถอดรหัสพันธุกรรมของยีนแอนติบอดี(Immunoglobulin Gene) แล้วนำเข้าสู่การผลิตแอนติบอดีโดยกระบวนการทางอุตสาหกรรมเพื่อให้ได้แอนติบอดีปริมาณมาก”

อ.นพ.ไตรรักษ์ อธิบายว่า เมื่อแอนติบอดีดังกล่าวถ้าเข้าไปอยู่ในส่วนต่างๆ ของร่างกายแล้ว ก็จะช่วยดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ที่เข้ามาในบริเวณนั้นๆ อย่างกรณีที่ใช้วิธีฉีดแอนติบอดีเข้าไปในร่างกาย แอนติบอดีก็จะเข้าไปป้องกันส่วนต่างๆ ในร่างกาย เช่น กระแสเลือด ปอด ลำไส้เยื่อบุต่างๆ ส่วนวิธีการพ่นแอนติบอดีเข้าไปในจมูก แอนติบอดีก็จะเคลือบอยู่บนผิวเยื่อบุของโพรงจมูก ป้องกันไม่ให้ไวรัสจับกับเซลล์เยื่อบุโพรงจมูกแล้วเข้าไปในร่างกายจนเกิดการติดเชื้อในร่างกาย

แต่แม้โควิแทรปจะมีแอนติบอดีที่ยับยั้งเชื้อโควิดได้ แต่ไม่อาจทดแทนวัคซีนได้ เพราะมีคุณสมบัติและการทำงานที่ต่างกัน จึงไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้” 

“การทำงานของวัคซีนเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีและเซลล์เม็ดเลือดขาวขึ้นมากำจัดเชื้อโรคที่อาจเข้ามาในร่างกายของเรา ซึ่งการสร้างภูมิคุ้มกันให้สำเร็จต้องใช้เวลาระยะหนึ่งหลังการฉีดวัคซีน เมื่อภูมิคุ้มกันขึ้นแล้วภูมิคุ้มกันนี้จะอยู่กับร่างกายได้นาน แต่การกระตุ้นภูมิคุ้มกันก็อาจทำให้บางคนเกิดอาการแพ้ได้ ส่วนแอนติบอดีที่อยู่ในโควิแทรปนั้นเป็นเสมือน “ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป” ที่ถูกผลิตจากโรงงาน เมื่อพ่นเข้าในโพรงจมูกแล้ว จะสามารถยับยั้งเชื้อโควิดในบริเวณนั้นได้เลย โดยที่แอนติบอดีจะไม่เข้าไปในร่างกายและไม่มีการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตแอนติบอดีขึ้นมา ทำให้มีโอกาสเกิดอาการแพ้ต่ำกว่าการฉีดวัคซีน แต่ก็มีข้อเสียคืออยู่ได้ไม่นาน (ราว 6 ชั่วโมง) เนื่องจากร่างกายไม่ได้ถูกกระตุ้นให้ผลิตแอนติบอดีออกมาเหมือนวัคซีน ทำให้แอนติบอดีสำเร็จรูปที่เข้าไปในโพรงจมูกถูกขับทิ้งไปตามธรรมชาติโดยไม่มีการผลิตเพิ่ม”

และจำเป็นหรือไม่เมื่อเราได้รับวัคซีนแล้ว สวมใส่หน้ากากแล้ว ทำไมเราจึงต้องใช้สเปรย์พ่นจมูก? อ.นพ.ไตรรักษ์ ตอบว่า “โควิแทรปและหน้ากากอนามัยทำหน้าที่เสริมกัน ถ้านำทั้งสองอย่างมาใช้ร่วมกันก็จะมีประสิทธิภาพในการรับมือกับเชื้อโควิด-19 มากกว่าการใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ใช้อะไรปกป้องเลย” พร้อมยกตัวอย่างการใช้สเปรย์พ่นจมูกในการดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19

“หากเราอยู่ในพื้นที่แออัดแล้วต้องถอดหน้ากากอนามัย การป้องกันของเราก็หายไปแล้ว การใช้โควิแทรปก็จะช่วยทำหน้าที่ปกป้องเราจากเชื้อโรคได้ โควิแทรปเหมาะกับคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ เช่นอยู่ในพื้นที่แออัด พื้นที่ปิด หรืออยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องถอดหน้ากากอนามัยในที่ๆ มีคนเยอะๆ”

“โควิแทรปเป็นสเปรย์พ่นจมูกที่มีแอนติบอดีประสิทธิภาพสูงที่ค้นพบมาจากผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่หายดีแล้ว มีความปลอดภัยสูง การพ่นแอนติบอดีเข้าไปไม่ใช่เพื่อกระตุ้นภูมิในร่างกาย และไม่ได้เข้าไปในระบบต่างๆ ของร่างกาย ตัวแอนติบอดีเคลือบอยู่บนผิวเยื่อบุโพรงจมูกเท่านั้น และสามารถดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ได้ราว 6 ชั่วโมงก่อนที่จะถูกขับทิ้งไปตามธรรมชาติ”

อย่างไรก็ตาม อ.นพ.ไตรรักษ์ แนะนำว่าควรใช้สเปรย์ “โควิแทรป” เท่าที่จำเป็น หากใช้แล้วมีอาการผิดปกติ ก็ไม่ควรใช้ต่อ และควรใช้กับเด็กที่โตพอที่จะสื่อสารได้เท่านั้น เพื่อที่จะได้ทราบว่าเด็กมีอาการผิดปกติหรือไม่

นอกจากนี้ อ.นพ.ไตรรักษ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าโควิแทรปเป็นนวัตกรรมที่มีความยืดหยุ่นสูง นอกจากการนำตัวแอนติบอดีประสิทธิภาพสูงต้านเชื้อโควิด-19 มาพ่นจมูกแล้ว ยังสามารถนำแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสทางเดินหายใจตัวอื่นๆ มาพัฒนาต่อยอดเป็นสเปรย์พ่นจมูกเพื่อรับมือกับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ ได้อีก

“ในอนาคตหากเชื้อโรคโควิด-19 เกิดการกลายพันธุ์ หรือมีโรคอื่นๆ เกี่ยวกับการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่ เชื้อ RSV ทีมวิจัยของศูนย์ฯ ก็สามารถพัฒนาแอนติบอดีให้สามารถดักจับและยับยั้งเชื้อตัวใหม่ได้”

“เราจะต้องอยู่กับโควิด-19 ไปตลอดชีวิต มันไม่มีทางที่จะหมดไปในปีสองปีนี้อย่างแน่นอน และในอนาคตอาจจะมีเชื้ออื่นๆ เกิดขึ้นมาอีกก็ได้ ซึ่งเราต้องรับมือกับมันในระยะยาวให้ได้”

โควิแทรปผ่านการทดสอบตามมาตรฐานขององค์การอาหารและยา และขึ้นทะเบียนเป็นเครื่องมือแพทย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันมีวางจำหน่ายตามร้านขายยาชั้นนำทั่วไป สนใจสามารถอ่านงานวิจัย นวัตกรรมสเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งโควิด-19 ด้วยแอนติบอดี ได้ที่ https://www.medrxiv.org/content/10.1101/2022.10.04.22280574v1

อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล
อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 2-8 มี.ค.69

ธรรมนัส สั่ง สศก. ถกด่วน! ประเมินส่งออกเกษตรรับศึกตะวันออกกลาง

พระเมตตาแผ่ไพศาล! ในหลวง ทรงรับ 2 บีเกิ้ลถูกทิ้งสุสานร้าง เข้าชุบเลี้ยงในพระบรมมหาราชวัง

กต.จีนฮึ่ม หลังพลเมืองจีนสังเวยสงครามในกรุงเตหะราน จี้ทุกฝ่ายหยุดยิงด่วน

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved