แหวกฟ้าหาฝัน : เจ้าพ่อบัลเลต์ in Kunsthaus Zurich

แหวกฟ้าหาฝัน : เจ้าพ่อบัลเลต์ in Kunsthaus Zurich

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Ludovic Lepid and his Daughters 1871

ใน Kunsthaus Zurich นอกจากจะมีผลงานแนว Impressionism ของศิลปินดังๆ อาทิ Pierre Auguste Renoir, Alfred Sisley และ Camille Pissarro แล้ว ที่นี่ยังมีงานของเจ้าพ่อบัลเลต์ หรือ Edgar Degas อีกเป็นจำนวนมาก เขาเกิดในกรุงปารีสในครอบครัวนายธนาคารโดยเป็นบุตรชายคนโตของพี่น้อง 5 คน เขาเข้าเรียนที่ Lycee Louis-Le-Grand เมื่ออายุ 11 ขวบ หลังมารดาเสียชีวิตเมื่อเขาอายุได้เพียง 13 ปีเขาก็เริ่มหัดวาดภาพระหว่างเรียนหนังสือเขาลงทะเบียนเป็นนักลอกแบบของ Louvre Museum หลังจบการศึกษาด้านวรรณคดีในปี 1853 เมื่ออายุได้ 18 ปี เขาก็เปลี่ยนห้องนอนของตัวเองเป็นห้องภาพ แม้เขาจะชอบศิลปะมากกว่า แต่เขาก็ยอมเข้าเรียนที่คณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยปารีสตามความต้องการของบิดา แต่กลับไม่ใส่ใจในการเรียนมากนัก

ในปี 1855 เขาได้รู้จัก Jean-Auguste-Dominique Ingres ศิลปินดังชาวฝรั่งเศสที่สอนให้เขาหมั่นฝึกฝนและวาดเส้นจากความทรงจำซึ่งเขาจดจำได้ตลอดชีวิต ในเดือนเมษายนเขาสามารถเข้าเรียนที่ Ecole des Beaux-Arts และเรียนภาพร่างกับ LouisLamothe ปีรุ่งขึ้นเขาเดินทางไปอิตาลีเพื่อฝึกฝนคัดลอกงานของ Michelangelo,Raphael และ Titan และอาศัยอยู่กับน้าที่เนเปิลอยู่ 3 ปี ซึ่งเขาสามารถสร้างสรรค์งานระดับmasterpiece ชิ้นแรกที่ชื่อ The Bellelli Familyได้ที่นั่น เขาย้ายกลับมาอยู่ปารีสในปี 1859และเริ่มสร้างสรรค์งานอีกหลากหลายแนวในปี 1865 เขาเดินทางไปนอร์มังดี ฝรั่งเศสเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับม้าส่งผลให้เขาสามารถสร้างสรรค์งานเกี่ยวกับสงครามได้ดีเสียจนกระทั่งสามารถส่งงาน Scene of War in theMiddle Ages เข้าจัดแสดงนิทรรศการได้เป็นครั้งแรก นับจากนั้นเขาก็สามารถส่งงานเข้าจัดแสดงได้ทุกปีติดกันถึง 5 ปี โดยแต่ละปีจะมีผลงานต่างแนวกันโดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินที่ต่างกัน อาทิ Edouard Manet และ Velazquez


After the Bath 1896

ในช่วงสงคราม Franco-Prussia ปี 1870 เขาสมัครเข้าเป็นทหารจึงไม่มีเวลาที่จะวาดภาพ หลังสงคราม เขาย้ายไปอยู่ NewOrleans ร่วมกับญาติๆ อีกหลายคน และได้สร้างสรรค์งานจิตรกรรมดังๆ ออกมาหลายชิ้น หลังเขากลับไปอยู่ปารีสในปี 1873 เนื่องจากบิดาของเขาเสียชีวิต และพี่ชายของเขาก็ติดหนี้สินเป็นจำนวนมาก เขาจึงตัดสินใจขายบ้านและงานศิลปะที่ได้รับมรดกเพื่อใช้หนี้และรักษาชื่อเสียงของครอบครัว นับจากนั้นมาเขาก็ต้องยังชีพจากการขายผลงานเท่านั้น เขาจึงเน้นไปที่การเขียนภาพที่เกี่ยวเนื่องกับบัลเลต์ เพราะเขาขายได้จำนวนมากถึงกระนั้นก็ตาม เขากลับปฏิเสธที่จะส่งงานไปจัดนิทรรศการกับ Salon ซึ่งเน้นศิลปะที่เป็นแบบแผน แต่กลับเข้าร่วมกลุ่มกับศิลปินรุ่นเยาว์แนว Impressionism

ระหว่างปี 1874-86 กลุ่มศิลปินแนวImpressionist ได้จัดนิทรรศการถึง 8 ครั้งโดยเขาได้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานและเป็นผู้นำของกลุ่ม แม้นักวิจารณ์ศิลป์บางคนเห็นว่าเขาเป็นกลุ่มต่อต้าน Impressionism เพราะเขาจะไม่เน้นงานกลางแจ้ง เฉกเช่นงานของศิลปินแนว Impressionism คนอื่นๆ เมื่อเขาสามารถขายงานจิตรกรรมของตัวเองได้จากการส่งผลงานไปจัดแสดงร่วมกับกลุ่ม Impressionismเขาก็เริ่มมีฐานะดีขึ้นและเริ่มสะสมงานของศิลปินอื่นๆ อาทิ El Greco, Manet, Pissarro,Cezanne ฯลฯ ในทศวรรษที่ 1880 เขาเริ่มหันมาสนใจการถ่ายภาพด้วยโดยเริ่มต้นจากการถ่ายภาพเพื่อนและคนรอบตัวก่อน

Little Dancer 1881

ยิ่งอายุมากขึ้นเขาเริ่มแยกตัวกับเพื่อนฝูง สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะเขามีแนวคิดรังเกียจชาวยิวซึ่งทำให้เพื่อนฝูงชาวยิวหนีหาย และเพื่อนคนอื่นๆ ก็พลอยอึดอัดกับความเห็นของเขาไปด้วย นับจากปี 1890 เป็นต้นมา สายตาของเขาย่ำแย่ลงมากจนเป็นอุปสรรคกับการสร้างงานจิตรกรรม เขาจึงหันมาทำงานประติมากรรมแทนจวบจนปี 1912 เมื่อเขาถูกไล่ออกจากบ้านและต้องไปเร่ร่อนบนถนนในกรุงปารีสและเสียชีวิตในเวลาที่เกือบจะตาบอดสนิทในเดือนกันยายนปี 1917

นักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับผลงานของเขาจะทราบดีว่า แม้ผลงานของเขาซึ่งมักเป็นรูปคนเต้นบัลเลต์ เรื่องเกี่ยวกับบัลเลต์ และเรื่องราวในห้องแคบๆ เล็กๆ จะมีเนื้อหาแตกต่างจากสิ้นเชิงกับศิลปินแนว Impressionism อื่นส่วนใหญ่ที่เน้นการสร้างงานกลางแจ้งก็ตามแต่ลักษณะการเน้นในเรื่องฝีแปรงที่คมชัดการเล่นกับแสงและเงา ก็เป็นแนวทางศิลปะแบบ Impressionism อย่างไม่ต้องสงสัยนอกจากนี้เขายังสร้างงานได้อย่างมีอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครชนิดที่เห็นแค่หลังของผู้หญิง หรือองค์ประกอบของภาพเท่านั้น ก็สามารถที่จะยืนยันได้เลยว่าเป็นผลงานของ Degas ใน KunsthausZurich ก็มีผลงานที่เต็มไปด้วยอัตลักษณ์ของเขา ไม่ว่าจะเป็นบัลเลต์ม้า หรือเรื่องราวในห้องแคบๆ อยู่อย่างครบถ้วน เขาแทบจะเป็นศิลปินคนเดียวในโลกก็ว่าได้ที่ผูกขาดการสร้างงานทั้งจิตรกรรม และประติมากรรมเกี่ยวกับบัลเลต์จึงคู่ควรกับสมญานามเจ้าพ่อบัลเลต์เลยทีเดียว

Before the Start 1880

Dancers in the Foyer 1889

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top