แหวกฟ้าหาฝัน : Claude Monet in Kunsthaus Zurich1

แหวกฟ้าหาฝัน : Claude Monet in Kunsthaus Zurich1

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานแนว Impressionism ผลงานของศิลปินผู้หนึ่งที่จะได้ชมอย่างจุใจเมื่อมาเยือน Kunsthaus Zurich หอศิลป์ที่มีผลงานแนว Impressionism จำนวนมากจัดแสดงอยู่นั่นคือ Claude Monet เขาเกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1840 ณ กรุงปารีสโดยเป็นบุตรคนที่สองของ Claude Adolphe Monet และ Louise Justine Aubree Monet หลังเขาเกิด 5 ปีบิดาเขาย้ายไปอยู่ที่แคว้น Normandy เนื่องจากบิดาของเขาเป็นพ่อค้าขายส่งจึงต้องการให้เขาดำเนินรอยตามด้วยการทำธุรกิจค้าของชำ แต่เขากลับต้องการเป็นศิลปิน เขาจึงขอการสนับสนุนจากมารดา และเข้ารับการศึกษาทางด้านศิลปะตั้งแต่อายุเพียงแค่ 11 ปี เขาใช้เวลาฝึกฝนเพียงแค่ 4 ปี ก็เริ่มสามารถหาเงินได้จากการเขียนภาพ เมื่อมารดาของเขาเสียชีวิตในปี 1857 เขาต้องอยู่กับบิดาและน้า ปีต่อมา เขาได้พบกับ Eugene Boudin ซึ่งเขาถือว่าเป็นครูที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งในชีวิตของเขาและได้รับการสนับสนุนให้มีทักษะในการวาดภาพกลางแจ้ง ในปี 1859 เขาได้มีโอกาสเข้าเรียนที่ Academia Suisse และได้พบกับ Camille Pissarro

อีก 2 ปีต่อมา เขาได้เข้ารับราชการทหารที่ Algeria ซึ่งกลายเป็นสถานที่ที่มีอิทธิพลต่อเขามากเพราะทำให้เขามีโอกาสที่จะศึกษาเรื่องแสงและสี ปี 1862 เขาป่วยจนต้องออกจากทหารและกลับไปอยู่ปารีสกับบิดา แต่เขาก็ได้รับอนุญาตให้ไปใช้ชีวิตในชนบทบ้างและได้พบกับ Pierre-Auguste Renoir และ Frederic Bazille จนกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้ง 3 คนรวมทั้ง Alfred Sisley ได้มีโอกาสวาดภาพด้วยกันบ่อยๆ ในช่วงเวลานั้นเขาได้มีโอกาสวาดภาพ Women in Garden ซึ่งเป็นภาพแรกๆ ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงถึงกระนั้นก็ตาม เขากลับไม่สามารถส่งงานเข้าไปจัดแสดงที่ Salon อย่างสม่ำเสมอ ยิ่งหลังปี 1868 ด้วยแล้ว เขาแทบไม่เคยมีโอกาสได้จัดแสดงผลงานเลย เพราะกรรมการเห็นว่าผลงานของเขาไม่เข้าเกณฑ์มาตรฐาน


Poppy Field 1880

ในปี 1867 Camille Doncieux ชู้รักของเขาได้ให้กำเนิด Jean บุตรชายกับเขา แต่เนื่องจากเขาและชู้รักไม่ได้แต่งงานกันเป็นเรื่องเป็นราวจึงทำให้บิดาโกรธและตัดการสนับสนุนทางการเงิน เขาจึงต้องย้ายไปอยู่บ้านน้า ความที่เขารักบุตรชายมาก เขาจึงได้สร้างสรรค์งานเกี่ยวกับคนในครอบครัวไว้หลายชิ้น เช่น Child with cup, a portrait of Jean Monet ต่อมา Louis-Joachim Gaudibert นักสะสมงานศิลปะได้ช่วยให้เขาสามารถกลับมาคืนดีกับ Camille และเริ่มวาดภาพเกี่ยวกับผู้คนที่กลมกลืนไปกับภาพกลางแจ้ง เขาสามารถขายงานหลายชิ้นให้กับ Gaudibert จนทำให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก่อนที่จะมาได้รับการสนับสนุนจาก Gustave Caillebotte นักสะสมงานศิลปะอีกคนหนึ่ง ในที่สุดในวันที่ 28 มิถุนายน 1870 เขาก็ได้แต่งงานกับ Camille เขาและครอบครัวเดินทางหนีสงคราม Franco-Prussia ไปอยู่ที่ลอนดอนและเนเธอร์แลนด์ เขาได้กลับไปพบกับ Pissarro อีกครั้ง อีกทั้งยังได้พบกับ PaulDurand-Ruel นายหน้าขายภาพ เขาได้มีโอกาสชื่นชมผลงานของ J.M.W.Turner และได้ใช้งานของ Turner เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงานในเวลาต่อมา

ในฤดูใบไม้ผลิปี 1871 เขาถูกปฏิเสธในการขอเข้าร่วมส่งผลงานในนิทรรศการ RoyalAcademy ประกอบกับบิดาเสียชีวิต เขาเลยพาครอบครัวย้ายไปอยู่ Argenteuil และได้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานที่นั่นอยู่เป็นจำนวนมาก ต่อมาในปี 1874 เขาเซ็นสัญญาเช่าบ้าน 6 ปีครึ่ง และย้ายไปอยู่บ้านใหม่ในเมืองเดิม และได้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานจากที่นี่เพิ่มอีกเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะภาพ panoramic ขนาดใหญ่ ในช่วงเวลานั้น ฐานะของเขาก็ลุ่มๆ ดอนๆ เนื่องจากผู้สนับสนุนใหญ่หยุดการสนับสนุน เขาขายภาพได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ยังพยายามร่วมกับเพื่อนกลุ่ม Impressionist จัดแสดงผลงานภายใต้ชื่อกลุ่ม Anonymous Society of Painters, Sculptors and Engravers เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกต่อต้านจาก Salon เขาเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นกว่าศิลปินอื่นๆ ในกลุ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผลงานแนวทิวทัศน์ที่โดดเด่นและมีอัตลักษณ์

ในนิทรรศการครั้งแรกที่เก็บเงินค่าเข้าชม60 ฟรังซ์ ในปี 1874 นั้น แม้ Louis EdmondDuranty จะชื่นชมว่าผลงานของ Monet ถือเป็นการปฏิวัติอย่างแท้จริง แต่นักวิจารณ์ศิลป์ส่วนใหญ่วิพากษ์อย่างเสียหายจึงทำให้เขาไม่สามารถขายงานได้แม้แต่ชิ้นเดียว แม้จะตั้งราคาไว้เพียงแค่ชิ้นละ 1,000 ฟรังซ์ ถึงกระนั้นก็ตามเขาก็ยังเข้าร่วมจัดแสดงผลงานเช่นนี้ต่ออีก3 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถขายภาพได้เลย ทั้งMonet, Renoir, Pissarro, Morisot, Cézanneและ Sisley ต่างทดลองแนวทางใหม่ที่เน้นความจริงและปฏิเสธความมืดโดยเน้นการใช้แสงให้ดูโรแมนติก เหมือนจริงและดูสดใส หลังให้กำเนิด Michel บุตรชายคนที่สองในปี 1878 สุขภาพของภรรยาเขาทรุดโทรมลงมากMonet จึงจำเป็นต้องย้ายครอบครัวไปอยู่ Vetheuil ที่ซึ่งเขาต้องไปเช่าบ้านอยู่กับ Ernest Hoschede เจ้าของห้างสรรพสินค้าที่กลายเป็นผู้อุปถัมภ์คนใหม่และได้จ้างเขาสร้างสรรค์ผลงาน 4 ชิ้น โชคร้ายภรรยาของเขาเสียชีวิตในปีต่อมา ซ้ำผู้อุปถัมภ์ก็ล้มละลายทำให้เขาต้องย้ายออกจากบ้านกลับไปอยู่ปารีส

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเยือน Kunsthaus Zurich จะได้มีโอกาสชมผลงานในช่วงต้นของชีวิตเขาจำนวนหนึ่งไม่มากนัก แต่ก็ยังสามารถเห็นพัฒนาการของฝีไม้ลายมือได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะ The Dinner ปี 1869 แทบจะไม่เชื่อเลยว่าเป็นผลงานของ Monet เลยทีเดียว

Poppy Field near Vetheuil 1879
Poppy Field near Vetheuil 1879
The Dinner 1869
The Dinner 1869

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top