วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สารให้ความหวานแทนน้ำตาลปลอดภัยจริงหรือ (ตอน 2)

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สารให้ความหวานแทนน้ำตาลปลอดภัยจริงหรือ (ตอน 2)

วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag : สารให้ความหวาน
  •  

สัปดาห์ที่แล้วได้นำเสนอข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก(WHO) ว่าการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลในระยะยาวไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สัปดาห์นี้จะลงรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องเดิมว่า การใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลมีข้อควรคำนึงถึงอย่างไรบ้าง

สารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ให้พลังงานน้อยหรือไม่ให้พลังงานเลย ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เช่น acesulfame potassium, advantame, aspartame, cyclamate, neotame, saccharin, steviol glycosides, sucralose จะเห็นว่าตัวที่เราค่อนข้างคุ้นเคย คือ aspartame กับ saccharin ซึ่ง saccharin นั้นเรารู้จักในนามขัณฑสกรมานานมากแล้ว acesulfame potassium และตัวที่เพิ่งจะดังไม่นานมานี้ ก็คือสารสกัดจากหญ้าหวานหรือ stevia แต่ละอุตสาหกรรมอาหารก็เลือกใช้แตกต่างกันไป เนื่องจากบางตัวรสชาติเปลี่ยน เมื่อผ่านความร้อน บางตัวไม่เปลี่ยนแปลง จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องปรุงด้วยความร้อน เป็นต้น 


ส่วนคนที่ไม่ได้เติมน้ำตาลเทียมในอาหาร แต่บริโภคจากเครื่องดื่มหรืออาหารสำเร็จรูปที่มีฉลากว่า sugar free, zero, lite หรือ ใช้คำว่า “น้ำตาลน้อยกว่า” เป็นต้น 

อย่างไรก็ดี ในบางครั้งผู้ประกอบการไม่ระบุคำใดๆ บนฉลากให้มากพอที่จะสังเกตได้ ระบุเพียงบนส่วนประกอบเท่านั้น ถ้าผู้บริโภคไม่อ่านให้ดี อาจไม่ทราบว่าได้รับประทาน หรือดื่มเข้าไปแล้ว

จากนี้ไปจึงต้องอ่านและศึกษารายละเอียดฉลากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ดีว่าเรากำลังนำสิ่งใดเข้าสู่ร่างกายอันที่จริงแล้ว เราเกือบทุกคนติดรสหวานไม่มากก็น้อย เราลองมาดูความต่างระหว่าง สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลกับน้ำตาล อย่างเช่น เราชงกาแฟแล้วเติมน้ำตาล 1 ช้อนชา หรือประมาณ 4 กรัม เราจะได้พลังงาน 16 กิโลแคลอรี่ แต่ถ้าเราใช้ stevia หรือสารสกัดจากหญ้าหวานแทน เราจะได้รสหวานโดยไม่ได้รับพลังงาน และให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลปกติถึง 300 กว่าเท่า หรือถ้าเราเป็นคนติดน้ำอัดลม การดื่มน้ำอัดลมกระป๋องขนาด 325 มิลลิลิตร จะมีน้ำตาล 34 กรัม คิดเป็น 140 กิโลแคลอรี่ แต่หากเราเลือกสูตร zero หรือ lite เมื่อดูที่ฉลาก จะเห็นว่าพลังงานเป็น 0 กิโลแคลอรี่ หรือให้พลังงานน้อยกว่าสูตรที่ใช้น้ำตาล หมายความว่า การเลือกเครื่องดื่มเหล่านี้ จะทำให้เราได้น้ำตาลและพลังงานน้อยกว่าสูตรปกติ ซึ่งเป็นผลดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาลของคนไข้เบาหวาน และเป็นการคุมแคลอรี่ที่รับเข้าสู่ร่างกายของคนปกติ นั่นหมายความว่าถ้าเดิมเราเคยดื่มน้ำอัดลมวันละกระป๋องทุกวัน และเราเปลี่ยนสูตรจากดั้งเดิมเป็นปราศจากน้ำตาล โดยเรากินอาหารอย่างอื่นและไม่เปลี่ยนแปลงกิจกรรมที่เราทำในแต่ละวัน เราควรน้ำหนักลดลง ซึ่งก็เป็นเรื่องตรงไปตรงมา

แต่กลับปรากฏว่า การที่เราบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่ใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลในระยะยาวไม่ทำให้เราควบคุมน้ำหนักได้ ตรงข้ามข้อมูลชี้ให้เห็นว่าการใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลในระยะยาว กลับมีความสัมพันธ์ที่เพิ่มความเสี่ยงการเกิดภาวะอ้วน 1.76 เท่า และยังเพิ่มความเสี่ยงการเป็นเบาหวาน 1.23-1.34 เท่า (ความเสี่ยงที่ว่านี้จัดว่าอยู่ในระดับต่ำ) 

จากข้อมูลนี้ ทำให้เราเห็นว่ามันสวนทางกับความรู้สึก เพราะเราอุตส่าห์เลือกกิน หรือดื่ม อาหารและเครื่อมดื่มที่ใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย

อีกมิติหนึ่งที่เราต้องพิจารณาคือ แม้เราจะลด และระวังการบริโภคน้ำตาล โดยใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล แต่หากเราไม่ระมัดระวังในเรื่องอื่นๆ เช่น การคุมแคลอรี่ทั้งหมดที่เรากินเข้าไป เช่น จากแป้ง โปรตีน และไขมัน แล้วไม่ออกกำลังกาย ขอบอกว่าการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลก็ไม่ได้ช่วยลดพลังงาน และลดน้ำหนัก

ส่วนการเกิดเบาหวาน แค่เพียงคุมน้ำตาลอย่างเดียว แต่ไม่คุมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ให้ดี ก็ไม่ลดโอกาสของเบาหวาน

สรุป การใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล อาจไม่ได้ตอบโจทย์สุขภาพในเรื่องลดการเป็นเบาหวาน และลดความอ้วน แต่เรายังสามารถใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลได้ แต่ก็ต้องไม่ลืมการระมัดระวังปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆ ต้องหลีกเลี่ยง หรือลดความหวานลง ซึ่งดีที่สุด

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

แอฟ ทักษอร โชว์ภาพเกิดอุบัติเหตุในคฤหาสน์ มาดามแป้ง แก๊งนางเอกเมนต์แซวสนั่น

สฤณี จี้เลขาฯ ปชน. ต้องรับผิดชอบ ปมผู้สมัคร สส.ตาก โดนจับ ทั้งที่มีหลักฐานตั้งแต่ปี 65

พรรครักชาติ เปิดนโยบายเศรษฐกิจเพื่อ คนตัวเล็ก Smart Card Max บัตรประชาชนใบเดียวจบทุกปัญหา

นำร่างสุดท้ายออกมาได้แล้ว เหยื่อเครนถล่มพระราม 2 ยังปิดช่องทางหลัก ทั้ง 2 ฝั่ง

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved