วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569
ชาลิสา เตียนโพธิทอง Managing Director at The Fig Lobby, Bangkok และเป็นนิสิตเก่า MBA 2016 สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มธุรกิจแรกด้านโรงแรมด้วยใจรักเป็นทุนเดิม โดยรู้ตัวเองว่าชอบงานด้านโรงแรม จึงมุ่งเรียนด้านการโรงแรมที่สวิตเซอร์แลนด์ และผ่านการฝึกงานในหลายแผนกจากหลายประเทศ จากนั้นได้ศึกษาต่อการบริหารธุรกิจที่ศศินทร์และทำงานเกี่ยวกับ Consulting ด้านธุรกิจโรงแรมมาตลอดระยะเวลา 5 ปี และกลับมาช่วยธุรกิจของครอบครัวฅเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ได้มีโอกาสเข้ามาบริหารจัดการโครงการรีโนเวทอพาร์ทเมนท์เก่าของที่บ้านให้กลายมาเป็นโรงแรม The Fig Lobby, Bangkok ใช้เวลาทั้งหมด 3 ปีตอนรีโนเวทและก่อสร้างเป็นช่วงโควิดพอดีเลยใช้เวลานาน สำหรับการก่อสร้างซึ่งบางส่วนนำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งในเรื่องของแรงงานที่ต้องหยุดดำเนินการในขณะนั้น การรีโนเวทเราให้ความสำคัญในเรื่องของ Sustainability การทำธุรกิจแบบยั่งยืน นำตึกเก่าของครอบครัวมารีโนเวทใหม่ พยายามใช้โครงสร้างที่มีอยู่เดิม พื้นในแต่ละชั้นใช้ของเดิมแต่ขัดใหม่ให้ดูสวยงามขึ้น ห้องใช้โครงสร้างเดิมแต่ตกแต่งให้มีดีไซน์เฉพาะตัว นอกจากจะเป็นการประหยัดงบประมาณเรายังเน้นความคุ้มค่าของการใช้งานด้วย
ชาลิสากล่าวว่า “ดูแล The Fig Lobby, Bangkok ตั้งแต่การออกแบบดีไซน์การตกแต่ง การก่อสร้าง การสร้างแบรนด์การตลาด กิจกรรมอีเว้นท์ต่างๆ ธีมของโรงแรมได้แรงบันดาลใจจากที่ตัวเองชอบในเรื่องของสีสันนำมาผสมผสานกัน และสร้างจุดเด่นเกี่ยวกับความเป็นไทยแบบมีความผสมผสานทั้งศิลปะ สีสัน ออกแบบห้องพัก 8 สไตล์เป็นแนว Funky Art Deco มีจำนวน 68 ห้องตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนคลองเตย ใกล้รถไฟฟ้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จุดเด่นอยากให้โรงแรมมีความเป็น ExpressiveArt Hotel รวมกับ Community Livingมีกิจกรรมหลากหลายให้เลือกเหมือนมาบ้านเพื่อน บ้านญาติเพิ่งเปิดตัวได้ 6 เดือนลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาตินอกจากนี้ พาร์ทเนอร์ที่เราเลือกเข้ามาเป็นคอมมูนิตี้ก็จะมีความเป็นศิลปะเข้ามาด้วย เช่นเป็นร้านเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการทำเครื่องปั้นดินเผา ยิมออกกำลังกายแบบปั่นจักรยาน สปาศาสตร์อินเดีย 95% ผู้เข้ามาพักหรือมาใช้บริการต่างๆ จะชมพนักงานเรื่องให้บริการลูกค้าเป็นกันเอง”
ชาลิสากล่าวเพิ่มเติมว่า “โตมากับชุมชนคลองเตยในมุมมองของคนกรุงเทพฯ เมื่อได้ยินคำว่าชุมชนคลองเตยจะรู้สึกเป็นชุมชนแออัด ไม่มีความปลอดภัย จึงอยากสร้างมุมมองใหม่ เป้าหมายการรีโนเวทโรงแรมแห่งนี้ นอกจากจะเป็นเรื่องของธุรกิจที่ต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่เดิมให้มีรายได้เข้ามาแล้วต้องการมีส่วนส่งเสริมและสนับสนุนพื้นที่ในชุมชนคลองเตยให้มีความเข้มแข็งทั้งทางด้านสังคม ความน่าอยู่ ความปลอดภัยและเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชนด้วย ต้องการให้ย่านนี้มีโรงแรมที่เป็น Community Living ที่ใครๆ ก็เข้ามาทำกิจกรรมได้ เดินทางสะดวกนำรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้การตกแต่งโรงแรมยังใช้ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่ผลิตในประเทศ เครื่องดื่มและอาหารว่างต่างๆคัดสรรจากชุมชนท้องถิ่นในหลายจังหวัดของประเทศไทย เพื่อเป็นการสนับสนุนรายได้ และเป็นการแนะนำสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านให้กับผู้ที่มาพักทั้งชาวไทยและต่างชาติอีกด้วย”
“คนที่จะเริ่มทำธุรกิจ ต้องเริ่มจากความชอบก่อนจะเป็นแรงบันดาลใจที่จะทำสิ่งนั้น การทำธุรกิจต้องหาผู้ร่วมงานที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากเลือกพนักงานที่มีแนวคิดเดียวกัน การสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานมีทัศนคติที่ดี การทำธุรกิจโรงแรมนี้ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจหลายแห่งที่ชอบในเรื่องการออกแบบและการตกแต่ง เราจึงมีความคิดว่าในอนาคตจะขยายไปเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นหุ้นส่วนของธุรกิจที่ชอบทางด้านการตกแต่งและศิลปะ” ชาลิสากล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี