วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ okmd องค์กร “กระตุกต่อมคิด” เพื่อพัฒนาความคิด เพิ่มความรู้สร้างสรรค์ภูมิปัญญาให้คนไทย ครบรอบการดำเนินงานปีที่ 19 เปิดความสำเร็จจากการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าต่อยอดการเรียนรู้ จับมือพันธมิตร 25 องค์กร เปิดตัว okmd Knowledge Portal แพลตฟอร์มสําหรับการเรียนรู้ออนไลน์ของประเทศที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้
ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 19 ปี ในการดำเนินงานของ okmd เต็มไปด้วยการพัฒนาการเรียนรู้ในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้ ขับเคลื่อนนวัตกรรมทางความคิด เพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ของคนทุกช่วงวัย ผ่านกระบวนการเรียนรู้สาธารณะที่เสริมศักยภาพคน ในรูปแบบการสร้างแหล่งบริการองค์ความรู้รูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ทันสมัย มีชีวิตชีวา เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตลอดจนคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ จากการประเมินมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม ในปี 2566 ของผู้เชี่ยวชาญภายนอก อย่างบริษัท นิคเคอิ รีเสิร์ช แอนด์ คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด พบว่า okmd สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสุทธิได้จำนวน 10,438.96 ล้านบาท และสร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคมได้ถึง 6,615.19 ล้านบาทแสดงให้เห็นว่า okmd สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมถึง 17,054.15 ล้านบาท

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร
“ในวันนี้ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่โลกยุคใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว okmd เล็งเห็นถึงความจําเป็นในการพัฒนาต่อยอดแหล่งเรียนรู้ให้มีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต จึงร่วมมือกับอีก 26 องค์กรพันธมิตรขับเคลื่อนความรู้สู่สังคมไทย สนับสนุนและพัฒนาบริการองค์ความรู้ในรูปแบบต่างๆรวมทั้งในศูนย์กลางการเรียนรู้ออนไลน์ของประเทศ ภายใต้ชื่อ okmd Knowledge Portal เป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ออนไลน์จากทั่วประเทศ ประกอบด้วยข้อมูลความรู้และหลักสูตรออนไลน์จำนวนมาก ที่ได้รับการบริหารจัดการความรู้อย่างเป็นมืออาชีพ โดยมีการจัดหมวดหมู่ความรู้ที่ชัดเจน มีการพัฒนาเนื้อหาให้ง่ายต่อความเข้าใจ และสามารถนำไปใช้ได้ทันที มีรูปแบบการนำเสนอที่ทันสมัยและหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นการพัฒนาศักยภาพให้คนไทยสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ตลอดจนนำเอาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาตนเองและการประกอบอาชีพ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ
ดร.ทวารัฐ กล่าวต่อว่า OKMD Knowledge Portal มีจุดเด่นที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์อื่นๆ คือ นอกจากจะเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ทั่วประเทศแล้ว ยังเน้นเรื่องกระบวนการจัดการความรู้ โดยจะมีทีมงานที่เป็น Curator ทำหน้าที่รวบรวม แบ่งหมวดหมู่ คัดสรร ประมวลความรู้องค์ความรู้ในด้านต่างๆ และสื่อการเรียนรู้ที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมของของโครงการเอง และองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงมาจากแหล่งเรียนรู้เครือข่ายเพื่อบริหารจัดการเนื้อหาหรือองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ และชุดความรู้ หลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์ในรูปแบบต่างๆที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย จุดเด่นประการที่สองคือ KP ยังมี กระบวนการสร้าง Knowledge demand เพื่อกระตุ้นความอยากเรียนรู้ สร้างความสนใจใฝ่รู้ให้เกิดกับประชาชน ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้การถ่ายทอดความรู้เป็นไปอย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพ
“ผลสำเร็จของการดำเนินงานตลอดระยะเวลากว่า 19 ปีที่ผ่านมา เป็นความภาคภูมิใจขององค์กรของเราที่มีส่วนสนับสนุนการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยวันนี้ โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ okmd มุ่งมั่นที่จะเป็นหน่วยงานหลักที่จะเชื่อมโยงองค์ความรู้ในสังคมไทยเข้าด้วยกัน สร้าง Thailand Knowledge Landscape ที่เติบโตขึ้น ให้สังคมไทยสามารถก้าวสู่การเป็น “สังคมอุดมปัญญา” หรือ “Knowledge Society” พร้อมแปลงเปลี่ยนความรู้ให้เป็นโอกาส หรือ “Knowledge is Opportunity” ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่ที่ไร้พรมแดน” ดร.ทวารัฐ กล่าวสรุป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี