วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
เรียนรู้ ‘ความทันสมัยแบบจีน’ ในโลกยุคใหม่  มุ่งสร้างสัมพันธ์ไทย ที่ไม่ตามรอย ‘ตะวันตก’

เรียนรู้ ‘ความทันสมัยแบบจีน’ ในโลกยุคใหม่ มุ่งสร้างสัมพันธ์ไทย ที่ไม่ตามรอย ‘ตะวันตก’

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag : ความทันสมัยแบบจีน ตะวันตก ประเทศจีน โลกยุคใหม่
  •  

ท่ามกลางภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน แน่นอนว่า “ประเทศจีน” คือหนึ่งในมหาอำนาจที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อระบบการค้าการลงทุน และในทุกๆ ทิศทางการขยับตัวของสังคมแดนมังกร ย่อมสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงนานาประเทศไม่มากก็น้อย ดังนั้นความเข้าใจถึงแนวคิดและเป้าหมายที่ประเทศยักษ์ใหญ่รายนี้กำลังเดินหน้า ย่อมเป็นข้อมูลที่มีค่าให้เราสามารถนำไปเรียนรู้เพื่อตั้งรับและปรับตัว

ในการปาฐกถาพิเศษของ หาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย บนหัวข้อ “ความทันสมัยแบบจีนและความสัมพันธ์จีน-ไทยในยุคใหม่” เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2566 ซึ่งจัดโดยสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์และมุมมอง โดยวรรคตอนถัดจากนี้คือคำบรรยายที่สามารถสรุปหลักคิดและทิศทางที่ประเทศนี้กำลังเดินหน้าได้เป็นอย่างดี

เขาเริ่มต้นบอกเล่าถึงนิยามคำว่า “ความทันสมัย” ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกันกับที่คนจีนทั้งหมดได้ร่วมกัน เพื่อสร้างประเทศในระบบสังคมนิยมที่ทันสมัยอย่างรอบด้าน แม้ความหมายหนึ่งของ“ความทันสมัย” คือการก้าวให้ทันการพัฒนาของยุค หรือในแง่ของเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ก็คือการก้าวให้ทันประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีคำจำกัดความ หรือมาตรฐานที่ชัดเจนในการชี้วัด “ประเทศที่พัฒนาแล้ว”


ทั้งนี้ โดยปกติแล้วเราอาจใช้ตัวเลขจีดีพีต่อหัว หรือตัวชี้วัดอื่นๆ เช่น ระดับอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเกณฑ์ในการประเมิน ซึ่งทำให้ประเทศที่พัฒนาแล้วมากกว่า 40 ประเทศที่ทั่วโลกยอมรับนั้น ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในฝั่งตะวันตก ส่วนซีกโลกตะวันออกมีเฉพาะประเทศญี่ปุ่น และสิงคโปร์เท่านั้น

ฉะนั้น ในแง่หนึ่งแม้ว่าความทันสมัยที่ประเทศจีนต้องการบรรลุนั้น จะมีลักษณะที่เหมือนกันกับประเทศที่พัฒนาแล้วเหล่านี้ แต่ในขณะเดียวกันก็จะยังคงความเอกลักษณ์ ซึ่งนั่นคือ “ความทันสมัยแบบจีน”

เพื่อขยายความสิ่งนี้ ท่านทูตจีนได้เล่าย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์อารยธรรมชาติจีนที่ยาวนานกว่า 5,000 ปี ให้กำเนิดสิ่งประดิษฐ์และโครงการที่ยิ่งใหญ่มากมาย และจีดีพีของประเทศจีนก็เคยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของโลกมาอย่างยาวนาน โดยในทศวรรษ 1960 จีนได้มีการเสนอเป้าหมายใหญ่ของ “ความทันสมัย 4 ประการ” ได้แก่ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการป้องกันประเทศ

ภายหลังการปฏิรูปประเทศในปี ค.ศ. 1978 เป็นต้นมา จีนได้เร่งพัฒนาความทันสมัยให้ครอบคลุมทุกด้าน สร้างอัตราการเติบโตของจีดีพีเฉลี่ยสูงถึง 9.1% ต่อปี ในตลอดระยะเวลากว่า 40 กว่าปีที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นความมหัศจรรย์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่หาได้ยากในโลก จนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาด้วยการนำของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จีนได้กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อให้บรรลุถึง “ความทันสมัยขั้นพื้นฐาน” ภายในปี ค.ศ.2035 และบรรลุถึง “ความทันสมัยอย่างรอบด้าน” ภายในกลางศตวรรษนี้

เขากล่าวต่อถึงความสำเร็จของจีน ในฐานะประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยใน “ด้านเศรษฐกิจ” จีนกลายเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตที่ใหญ่ที่สุดของโลก “ด้านนวัตกรรม” จีนมีสิ่งประดิษฐ์ยิ่งใหญ่ ทั้งสถานีอวกาศ ยานสำรวจใต้ทะเลลึก เทคโนโลยีการสื่อสาร 5G ขั้นสูง “ด้านความเป็นอยู่” จีนได้สร้างระบบหลักประกันสังคมที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประกันสุขภาพขั้นพื้นฐานครอบคลุมประชาชน 1.36 พันล้านคน หรือใน “ด้านระบบนิเวศ”จีนมียุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเชิงรุก ซึ่งให้คำมั่นว่าจะบรรลุเป้าหมายคาร์บอนเป็นกลางภายในปี ค.ศ.2060

อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าจีนยังคงเป็น “ประเทศกำลังพัฒนา” ที่มีปัญหาการพัฒนาที่ไม่สมดุลและไม่เต็มที่ ซึ่งเคยมีคนกล่าวไว้ว่า “แม้ความสำเร็จในการพัฒนาของจีนจะยิ่งใหญ่เพียงใด ตราบใดที่หารด้วยจำนวนประชากร 1.4 พันล้านคน จำนวนที่ได้ก็จะน้อยมาก แต่ไม่ว่าปัญหาในจีนจะเล็กแค่ไหนหากคูณด้วยจำนวนประชากร 1.4 พันล้านคนปัญหาก็จะใหญ่โตมหาศาล”

ขณะเดียวกัน แม้ว่าจีนจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก แต่หากคิดเป็นจีดีพีต่อหัว ก็จะถือเป็นเพียง 1/5 ของประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้น เช่นเดียวกับช่องว่างของการพัฒนาระหว่างเมืองกับชนบท และการกระจายรายได้ที่ยังคงมีขนาดใหญ่

นั่นจึงทำให้ปี ค.ศ.2022 ในการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20 มีการเสนอว่าจีนจะส่งเสริมการฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ครั้งยิ่งใหญ่อย่างครอบคลุมด้วย “ความทันสมัยแบบจีน” ซึ่งแจกแจงออกมาได้ว่าเป็น

- ความทันสมัยแบบสังคมนิยมที่นำโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน

- ความทันสมัยที่มีประชากรมหาศาล

- ความทันสมัยที่นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ทุกคน

- ความทันสมัยที่มีความกลมเกลียวกันระหว่างอารยธรรมทางวัตถุ และอารยธรรมทางจิตวิญญาณ

- ความทันสมัยที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน

- ความทันสมัยที่ดำเนินตามเส้นทางการพัฒนาอย่างสันติ

การเสนอ “ความทันสมัยแบบจีน” ออกมานี้ท่านทูตบอกว่าได้ทำให้ชาวจีนมีแผนการที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อปฏิบัติตาม โดยปัจจุบันผู้คนในชาติต่างทุ่มเทสามัคคีเพื่อสร้างและผลักดันการฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ของประเทศบน “ความทันสมัยแบบจีน” ซึ่งเป็นภาพใหม่ที่แตกต่างจากโมเดล “ความทันสมัยของตะวันตก” และเป็นอารยธรรมมนุษย์รูปแบบใหม่เอี่ยม ที่จะมีความสำคัญต่อการพัฒนาโลกอย่างกว้างขวาง โดยแจกแจงได้คร่าวๆ ดังนี้

1. หากประชากรจีน ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากรของประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหมดรวมกัน สามารถบรรลุเข้าสู่ความทันสมัย ก็จะมีบทบาทสำคัญระดับโลก และสร้างความมหัศจรรย์ที่ก้าวล้ำในประวัติศาสตร์การพัฒนามนุษย์

2. ความทันสมัยแบบจีน จะตั้งอยู่บนพื้นฐาน ของความเป็นอิสระและการพึ่งพาตนเอง อาศัยการทำงานหนัก ความสร้างสรรค์ของประชาชน และนโยบายที่เปิดกว้างเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันบนความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกซึ่งแตกต่างกับเส้นทางที่ประเทศตะวันตกใช้ในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรมนั่นคือการรุกรานและการล่าอาณานิคม

“ไม่มีโมเดลการสร้างความทันสมัยแบบตายตัวในโลก และไม่มีมาตรฐานของความทันสมัยที่บังคับใช้ในระดับสากล ความทันสมัยไม่เท่ากับความเป็นตะวันตก และความทันสมัยไม่เท่ากับการทำให้เป็นทุนนิยม ฉะนั้นความทันสมัยแบบจีนจะถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ ในโลก ที่ต้องการเร่งการพัฒนา มุ่งหน้าสู่ความทันสมัย”ท่านทูตหาน ระบุ

เขาพูดต่อไปถึงความสัมพันธ์จีน-ไทยในยุคใหม่ ซึ่งในปีนี้นับเป็นวาระครบรอบ 48 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย โดยหากมองย้อนกลับไปเกือบครึ่งศตวรรษของความสัมพันธ์นี้ สามารถเรียกได้ว่าประสบผลสำเร็จมากมาย ทั้งความไว้วางใจในฐานะหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ความเคารพซึ่งกันและกันทางการเมือง สนับสนุนการดำเนินตามเส้นทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพของประเทศของตน

นอกจากนี้ ประเทศจีนยังเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยต่อเนื่องกันเป็นเวลา 10 ปี เฉพาะปีที่แล้วมีปริมาณการค้าทวิภาคีสูงถึง 1.35 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐมีบริษัทจีนลงทุนในไทยโดยตรงอีก 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นแหล่งลงทุนจากต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดของไทยอีกครั้ง พร้อมกันนั้นยังมีความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างประชาชน ร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านเหตุการณ์วิกฤตต่างๆ มาด้วยกัน รวมทั้งการท่องเที่ยวการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ที่ได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง

ส่วนในอนาคตนั้น จีนยังหวังที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีสู่ระดับที่สูงขึ้นในทุกด้าน บนการยึดมั่นในความถูกต้อง ความเป็นอิสระ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน บนเส้นทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับแต่ละประเทศ ขณะเดียวกันก็จะเสริมสร้างการเชื่อมโยงทางยุทธศาสตร์การพัฒนา การก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเทคโนโลยีการสื่อสาร 5G การสร้างเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และเศรษฐกิจดิจิทัลที่เป็นไฮไลท์ใหม่ตลอดจนส่งเสริมการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว

ในช่วงท้ายของการปาฐกถา ท่านทูตจีนยังได้กล่าวถึง “สมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน” ซึ่งเป็นหนึ่งในหอการค้าจีนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นมากว่า 150 ปี ในฐานะสมาคมที่มุ่งมั่นส่งเสริมความสามัคคี ส่งเสริมการค้าจีน-ไทย ผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย และเป็นคุณูปการในความสัมพันธ์จีน-ไทย ที่จะยังคงทำงานร่วมกันต่อไปเพื่ออนาคตที่กว้างไกลและสดใสของทั้งสองประเทศ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

สรุปดรามา ป้าตือ โดนทัวร์ลง ปมคำพูดฟาด ผู้เข้าประกวดมิสทิฟฟานี ไม่มีมดลูกไม่ต้องเป็นนางสาว

ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569

อดีตผู้พิพากษา เตือน กกต. ใช้ นิติสงคราม ปิดปากผู้ตรวจสอบ กระทบวิกฤตศรัทธาและความเชื่อมั่น

ด่วน พลทหาร เหยียบกับระเบิด ขาขวาขาด อาการสาหัส เร่งส่งรพ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved