Logo วันศุกร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
บพข. พร้อมผลักดันงานวิจัย-นวัตกรรมไทยต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

บพข. พร้อมผลักดันงานวิจัย-นวัตกรรมไทยต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag : บพข.
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

บพข. ประกาศความพร้อมเป็นตัวกลางผลักดันและเร่งรัดงานวิจัย-นวัตกรรมไทย ก้าวสู่เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ตอบโจทย์ความต้องการของโลก ผนึกกำลัง 11 Accelerator Platforms 9 มหาวิทยาลัยและ 1 หน่วยงานวิจัย ร่วมลงนามบันทึกแสดงเจตจำนงทางวิชาการ (Memorandum of Intent: MOI)

“หน่วยงานเร่งรัดงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงลึก” หรือ “Deep Science and Technology Accelerators” ของ “หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” หรือ บพข.ขันอาสาเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่โลกต้องการ หรือเทรนด์ของโลก เข้ากับความเชี่ยวชาญที่แต่ละมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานวิจัยมีอยู่ ผ่านการบ่มเพาะจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ โซลูชั่น หรือบริการ และเข้าสู่กระบวนการเร่งขับเคลื่อนแบบก้าวกระโดด จนสามารถส่งผลงานออกสู่ตลาดทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน


รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า การลงนามดังกล่าวเป็นการลงนามข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน เพื่อ ลดการทำงานที่ทับซ้อน ซึ่งจะมีการแบ่งปันและเชื่อมโยงทรัพยากร เช่น โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างผลิตภัณฑ์ หรือบริการ แหล่งฝึกอบรมบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญรวมไปถึงผู้ประกอบการ ให้สามารถพัฒนาต่อยอดนวัตกรรม และเทคโนโลยีเชิงลึกจนได้ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีมูลค่าสูง เสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ

3 ปีที่ผ่านมา บพข. ภายใต้แผนงานกลุ่ม Deep Science and Tech Accelerator Platform ร่วมมือกับ 9 มหาวิทยาลัย และ 1 หน่วยงานวิจัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เกิดเป็น 11 หน่วยงานเร่งรัดงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเชิงลึก หรือ 11 Accelerator Platforms ที่สามารถนำผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมเข้าสู่ตลาดไทยและตลาดต่างประเทศได้

จากเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ประมาณ 190 ล้านบาท ใน 3 ปี ผลงานที่เกิดขึ้น สามารถสร้างเทคโนโลยีเชิงลึก ทั้งนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ ทางการแพทย์และสุขภาพ เทคโนโลยีอาหารมูลค่าสูงและอุปกรณ์เทคโนโลยีดิจิทัล ไอโอที (IoT)ขั้นสูง ทำให้เกิดธุรกิจสตาร์ทอัพ มีผลิตภัณฑ์และบริการใหม่รวมทั้งมีการจดสิทธิบัตรและจดลิขสิทธิ์แล้วไม่ต่ำกว่า 100 รายการ อีกทั้ง ยังสามารถระดมทุนจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์และบริการเทคโนโลยีเชิงลึกจาก 11 Accelerator Platforms จะสามารถสร้างมูลค่าตลาดได้ถึงหนึ่งพันล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า ล่าสุด บพข. ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกแสดงเจตจำนงทางวิชาการ (Memorandum of Intent : MOI) ร่วมกับ 11 Accelerator Platforms เพื่อต่อยอดความร่วมมือและนำสิ่งที่เป็นองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับตัวอย่างความสำเร็จของการเป็น Accelerator Platforms ภายใต้โครงการดังกล่าว นายพงศ์วราวุฑฒิหมื่นยุทธิ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเทคโนธานีฝ่ายบ่มเพาะธุรกิจและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ตัวแทนจาก“SUT Horizon” แพลตฟอร์มบ่มเพาะและเร่งสร้างเติบโตนวัตกรรมเชิงลึก เปิดเผยว่า SUT Horizon มุ่งพัฒนาความเข้มแข็งของงานวิจัยและสามารถช่วยทำให้บัณฑิตนักศึกษา คณาจารย์ สามารถนำงานวิจัยเหล่านี้ไปสู่การใช้ประโยชน์ในรูปแบบของดีพเทคสตาร์ทอัพ ภายใต้แพลตฟอร์ม SUT Horizon มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีการแพทย์และสุขภาพ รวมถึงด้านสมาร์ทซิตี้ และอาศัยการทำงานในรูปแบบ “Venture Co-Creation” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อที่จะสามารถช่วยปั้นให้งานวิจัย หรือทีมนักศึกษา ผู้ประกอบการ ได้จัดตั้งหน่วยธุรกิจและสามารถเติบโตได้ในอนาคตนอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศพัฒนาการสรรหา CEO เพื่อตอบโจทย์การเป็นดีพเทคสตาร์ทอัพที่นักวิจัยมักประสบปัญหาในการหาค้นหา CEO เพราะต้องมีความเข้าใจในเรื่องวิทยาศาสตร์เชิงลึก สามารถสื่อสารทั้งกับนักวิจัยหรือเจ้าของงานวิจัยรวมถึงนักลงทุน

“เพื่อทำให้งานวิจัยเหล่านี้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั้งในและต่างประเทศ SUT Horizon มีโปรแกรม “GOT Talent” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างเยอรมนี โอมาน และไทย โดยเยอรมนีสามารถนำผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดเยอรมนีและยุโรปได้ง่ายขึ้น ส่วนโอมาน จะเป็นเหมือนเกตเวย์เข้าสู่ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งทั้งหมดนี้ SUT Horizon ยังอยู่ภายใต้อีกหนึ่งแพลตฟอร์มก็คือ ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสนครราชสีมา (Wellness corridor) ที่จะทำให้งานวิจัยต่างๆ สามารถที่จะทดสอบและใช้งานได้จริงภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยและจังหวัดนครราชสีมา”

นอกจากนี้ Accelerator Platforms ของแต่ละหน่วยงานต่างนำเสนอผลงานและแผนงานความก้าวหน้าได้อย่างน่าสนใจ อาทิ แพลตฟอร์มเร่งการเติบโตทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง หรือ Organic Tech Accelerator platform (OTAP) จาก มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งปักหมุดที่พิษณุโลกและภาคเหนือตอนล่าง โดยตั้งใจจัดสรรเทคโนโลยีเกิดจากคนในพื้นที่ อยู่ในพื้นที่ และสร้างเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ 2 ปีที่ผ่านมา มีการบ่มเพาะดีพเทคสตาร์ทอัพหลากหลายทั้งด้านไอที เครื่องมือทางวิศวกรรมและการแพทย์ วัสดุทางการแพทย์ รวมถึงเรื่องของอาหารและอาหารสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้จะมุ่งเน้นที่สมุนไพร ซึ่งเป็นจุดแข็งของมหาวิทยาลัย โดยมีระบบนิเวศนวัตกรรมที่มีความพร้อมทั้งเรื่องการปลูก โรงงานสารสกัดที่ได้มาตรฐาน การดูแลคุณภาพผลิตภัณฑ์ และมีโรงพยาบาลสำหรับทดสอบการใช้งาน ทำให้พร้อมที่จะผลักดันสมุนไพรไทยออกสู่ตลาดโลก

ขณะที่ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์และเร่งใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ หรือ MIDAS Center จากคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งเน้นด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ สามารถสร้างผลงานการผลิตชุดทดสอบทางการแพทย์ ที่ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยโรคได้แม่นยำและรวดเร็ว มีการผลิตแขนเทียมเพื่อการฝึกปฏิบัติการเจาะเลือดสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ โดยใช้ซิลิโคนที่ทดสอบแล้วว่าเหมือนแขนมนุษย์มากที่สุด โดยใช้วัสดุจากในประเทศ ลดการนำเข้า และมีต้นทุนต่ำกว่าตลาดถึง 10 เท่า

ส่วน North Bangkok Robotic Accelerator (NB RAP) จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้พัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการผลักดันนวัตกรรมเชิงลึกออกสู่ตลาด และมีความร่วมมือกับภาคเอกชน นำร่องนวัตกรรมด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและระบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน

ด้าน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. มุ่งเน้นการบ่มเพาะให้เกิดนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกด้านอาหาร นำแพลตฟอร์มเร่งรัดการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรมอาหารที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงลึก สามารถบ่มเพาะให้เกิดสตาร์ทอัพได้ไม่น้อยกว่า 40 บริษัท เกิดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเชิงลึกด้านอาหาร อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ และระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะไม่ต่ำกว่า 50 ผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาดสำเร็จ อาทิ เส้นไข่ขาวไร้แป้ง ไร้ไขมันเจ้าแรกของไทย เป็นต้น

ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและบ่มเพาะวิสาหกิจ จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการพัฒนาเทคโนโลยีนำร่อง ระดับ TRL 4 ที่พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เช่น การพัฒนากระบวนการผลิตที่เหมาะสมของผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ การพัฒนาเทคโนโลยีระบุตำแหน่งและพฤติกรรมในอาคารเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ

ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Innovation Hub) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สามารถบ่มเพาะสตาร์ทอัพด้านอุปกรณ์ดิจิทัล ระบบปัญญาประดิษฐ์ด้านสุขภาพการแพทย์ได้ในหลายโครงการ อาทิ ระบบติดตามในอุตสาหกรรมปศุสัตว์โคนม ปัญญาประดิษฐ์สำหรับงานเวชระเบียน ฯลฯรวมทั้งการบ่มเพาะสตาร์อัพทางการแพทย์ เช่น บริษัทใบยา ไฟโตฟาร์ม หรือ บริษัทแนบโซลูท เป็นต้น

ศูนย์เร่งการจัดการนวัตกรรม เทคโนโลยีและการวิจัย จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนารูปแบบ Holding Company โดยมี 4 โครงการนำร่อง ได้แก่ เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบมือถือด้วยเซ็นเซอร์หลากหลาย ชุดตรวจภูมิแพ้อย่างรวดเร็ว ชุดตรวจสอบไนโตรฟูแรนหรือยาปฏิชีวนะยับยั้งแบคทีเรียในสัตว์น้ำ และ โดมแสงธรรมชาติป้องกันรังสีตรงเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสภาพแวดล้อมที่ดีภายในอาคาร

อย่างไรก็ดีในปี 2565 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้เข้ามาร่วมผลักดันให้เกิดแพลตฟอร์มการเร่งรัดนวัตกรรมและเทคโนโลยีเชิงลึก ด้าน ดิจิทัล โรบอติกส์และระบบอัจฉริยะ รวมไปถึงนวัตกรรมด้านสุขภาพ เกษตรอาหาร และระบบการผลิตระดับอุตสาหกรรมอีกด้วย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved