วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569
ปัจจุบันสถานการณ์ทั่วโลกมีประชากรผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเทศไทยที่ได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา ( มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20) และจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดในปี พ.ศ.2574 โดยปัญหาการได้ยินและการทรงตัว เป็นปัญหาหลัก 1 ใน 3ของผู้สูงอายุทั่วโลก โดยเฉพาะวัยเกษียณอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป อีกทั้งปัญหาการได้ยินยังเป็นสัญญาณความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมเนื่องจากเมื่อการได้ยินลดลงส่งผลให้การกระตุ้นสมองลดลงตามไปด้วยเมื่อสมองขาดการกระตุ้นเป็นเวลานาน 5-10 ปีล้วนส่งผลให้สมองเสื่อมถอยและฝ่อเร็วขึ้นทั้งนี้ยังพบว่าปัญหาการได้ยินเพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อมสูงสุดถึง 2 เท่า
อ.ดร.พญ.นัตวรรณ อุทุมพฤกษ์พร แพทย์เฉพาะทางด้านโสตประสาทวิทยาศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัวโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย ให้ความรู้ในหัวข้อปัญหาการได้ยินกับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม พร้อมทั้งเผยว่าในบรรดาคนไข้ภาวะสมองเสื่อมจากจำนวน 2 ใน 5 คนปัญหาด้านการได้ยินซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงสุดที่สามารถป้องกันได้หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีโดยการกระตุ้นการได้ยินและกระตุ้นสมองก็สามารถกลับมาดำเนินชีวิตประจำวันและอยู่ร่วมกับสังคมได้ตามปกติ
พร้อมกันนี้ได้จัดนิทรรศการสื่อผสม “ซุ้มโดมบ้านนก” นิทรรศการศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัว “เสียงนั้นเธอได้ยินไหม”เป็นนิทรรศการที่ออกแบบและจัดโดยศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัวโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, British Council, กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ผ่านโครงการ Thai-UK World-class university consortium catalyst grant, University College London, หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาการวิจัยและสร้างนวัตกรรม (บพค.) สำหรับตรวจวัดระดับการได้ยินของตนเองผ่านเสียงนกซึ่งนกแต่ละกรงจะปล่อยเสียงแต่ละความถี่เพื่อทดสอบการได้ยินและความสามารถในการรับเสียงสัญญาณทุกย่านความถี่ของผู้เข้ารับการทดสอบ
-บ้านที่ 1 นกเร็น (Wren) ความถี่ 4000-8000 Hz เสียงแหลมมาก
-บ้านที่ 2 นกเดินดง (Song thrush) ความถี่ 3000-4000 Hz เสียงแหลม
-บ้านที่ 3 นกเดินดงสีดำ (Blackbird) ความถี่ 1000-2000 Hz เสียงกลาง
-บ้านที่ 4 นกคัคคู (Cuckoo bird) ความถี่ 350-750 Hz เสียงกลางค่อนข้างทุ้ม
-บ้านที่ 5 นกเขา (Collared bird dove) ความถี่ 250-350 Hz เสียงทุ้ม
เสียงของนกแต่ละชนิดจะแทนย่านความถี่ที่แตกต่างกันซึ่งตามปกติความถดถอยด้านการรับเสียงของมนุษย์จะสูญเสียความ สามารถในการรับเสียงแหลมหรือเสียงที่สูง และตามมาด้วยอาการสื่อสารไม่เข้าใจเนื่องจากการสูญเสียการได้ยินเสียงที่ทุ้มต่ำลงมาตามลำดับ เมื่อตรวจพบว่าหูไม่สามารถรับเสียงได้ตามปกติผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษา และกระตุ้นการได้ยินเพื่อให้สามารถกลับมาได้ยินชัดเจนอีกครั้งซึ่งเสียงที่ได้ยินจะกลับเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมองต่อไป
โดยผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารความรู้เกี่ยวกับการได้ยินสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebookของทางศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัวโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทยที่ https://www.facebook.com/ChulaHearingBalance หรือติดต่อขอนิทรรศการสื่อผสม “ซุ้มโดมบ้านนก” เพื่อนำไปแสดงได้ที่ email : info.loylombon@gmail.com
สำหรับประชาชนทั่วไปซึ่งมีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่สนใจตรวจการได้ยินด้วยตนเองผ่าน Smart Phone หรือ Tabletโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น EarTest by Eartoneตรวจการได้ยินเบื้องต้นเพื่อตรวจสอบระดับการได้ยินและป้องกันภาวะสมองเสื่อม ซึ่งแอปพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นความสำเร็จที่ร่วมพัฒนาโดยเอียร์โทนจากห้องปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งกรุงลอนดอน University College London ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมวิศวกรรมแห่งประเทศอังกฤษ RoyalAcademy of Engineering, British Council,กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผ่านโครงการ Thai-UK World-class UniversityConsortium catalyst grant, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข) และบริษัทเอียร์โทน (ประเทศไทย) จำกัด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี