รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : RSV โรคที่คล้ายไข้หวัด แต่ร้ายแรงกว่า

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : RSV โรคที่คล้ายไข้หวัด แต่ร้ายแรงกว่า

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ใกล้จะหมดหน้าฝนแล้ว สิ่งที่น่าวิตกที่จะตามมาในหน้าหนาว (ซึ่งไม่ค่อยจะหนาวเท่าไรนักในกรุงเทพฯ) คือฝุ่นจิ๋ว PM2.5 นอกจากนั้น ช่วงปลายฝนต้นหนาวก็ต้องระวังโรคที่มาจากไวรัสซึ่งเป็นต้นตอของโรคทางเดินหายใจหลายๆ ชนิด ที่จะแพร่ระบาดได้มากในช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งหนึ่งในโรคทางเดินหายใจคือ RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus 

อาการที่เกิดจากติดเชื้อ RSV ก็ไม่ต่างจากการเป็นไข้หวัดธรรมดาๆ คือ น้ำมูกไหล มีไข้ จาม ไอ แต่ในคนที่แข็งแรงสามารถหายป่วยจากโรคนี้ได้เอง แต่ทว่ามักจะเกิดปัญหารุนแรงกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้รับประทานยาที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ อาการติดเชื้อ RSV ที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงมาก จนนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบ ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกต้องไม่ทันเวลา ก็อาจเสียชีวิต


RSV แพร่เชื้อจากคนสู่คน ผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม สัมผัสสารคัดหลั่ง หรือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ ดังนั้นแม้ว่าเด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุที่อยู่แต่ในบ้าน ก็สามารถติดเชื้อจากคนในครอบครัวที่ไปรับเชื้อมาจากนอกบ้าน แต่ไม่แสดงอาการได้

ความน่ากังวลของการติดเชื้อ RSV ก็คือขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสเฉพาะเจาะจง ที่ต้องระวังคือเมื่อติดเชื้อแล้วสามารติดเชื้อซ้ำอีกได้ เพราะเชื้อไวรัสในโรคนี้มีมากกว่า 1 สายพันธุ์ ดังนั้น การป้องกันที่ดีที่สุดคือทำให้ตัวเองไม่ติดเชื้อ

ดังนั้น การรักษาโรคในขณะนี้ที่ทำได้ จึงมีเพียงแต่รักษาตามอาการเ เช่น ให้ยาลดไข้เมื่อมีไข้ ร่วมกับการเช็ดตัว ยาลดไข้ชนิดเดียวที่แนะนำให้ใช้คือ พาราเซตามอล นอกจากการลดไข้แล้ว ยังแนะนำให้ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ นอกจากอาการไข้ มีน้ำมูก ในบางรายยังมีเสมหะ การใช้ยาละลายเสมหะ และดื่มน้ำบ่อยๆ ก็อาจช่วยได้ในรายที่มีเสมหะมาก 

อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อ RSV ในคนที่ภูมิต้านทานต่ำ จะทำให้การติดเชื้อมีความรุนแรง เกิดการอักเสบของหลอดลม กล่องเสียง ปอด ทำให้ไข้สูง ไอมาก มีเสมหะปริมาณมาก หอบเหนื่อย หายใจลำบาก มีเสียงครืดคราด หรือเสียงวี้ดขณะหายใจ กรณีแบบนี้ต้องรีบพาผู้ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล เพราะอาจจะต้องให้ยาขยายหลอดลมชนิดพ่นผ่านเครื่อง

ส่วนการติดเชื้อนี้ในคนทั่วไป ก็เหมือนกับการเป็นไข้หวัดธรรมดา แต่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในผู้สูงอายุ ที่อายุมากกว่า 65 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีโรคประจำตัว ที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคหัวใจ 

สำหรับเด็ก กลุ่มเสี่ยงคือเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบเด็กยิ่งเล็กก็ยิ่งเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่คลอดก่อนกำหนดอายุครรภ์น้อยกว่า 29 สัปดาห์ และเช่นเดียวกับการติดเชื้อไวรัสโควิดที่หลังติดเชื้อสามารถมีกลุ่มอาการที่เรียกว่า long COVID เกิดตามมาได้ ซึ่งการติดเชื้อ RSV ก็มีอาการหลังจากรักษา RSV หายแล้วได้ด้วย เช่น ภาวะหลอดลมไวทำให้เหนื่อยง่าย เป็นต้น 

ดังนั้นการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อตั้งแต่แรก หรือรีบรับการรักษาอย่างทันท่วงที ก่อนจะเกิดภาวะปอดอักเสบรุนแรงจึงเป็นมาตรการที่ดีที่สุด

ตามที่บอกแล้วว่าการติดเชื้อ RVS เกิดจากรับเชื้อผ่านละอองฝอยผ่านทางเดินหายใจ และการสัมผัส ดังนั้นวิธีการป้องกันการติดเชื้อที่ง่ายที่สุดคือ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เพื่อกำจัดเชื้อออกจากร่างกาย ส่วนคนที่ออกไปทำงาน หรือทำกิจกรรมนอกบ้าน เมื่อกลับถึงบ้าน ต้องล้างมือ เปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ สระผมก่อนเข้าไปอยู่ใกล้กับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยภูมิต้านทานต่ำ

และควรเลี่ยงไปในที่ซึ่งมีผู้คนแออัด หนาแน่น ถ้าจำเป็นต้องเข้าไป ก็ต้องสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ ส่วนในบ้านก็ต้องทำความสะอาดของใช้ต่างๆ และของเล่นเด็กบ่อยๆ จะช่วยป้องกันการติดเชื้อนี้ได้ 

โดยสรุป ช่วงนี้เป็นช่วงระบาดของเชื้อ RSV หากพบว่าผู้ร่วมงาน หรือคนในบ้านมีอาการเหมือนไข้หวัดก็ต้องระวังไว้ด้วย และย้ำว่าโรคนี้จะส่งผลรุนแรงถึงชีวิตได้ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยภูมิต้านทานโรคต่ำ หากพบอาการตามที่ระบุข้างต้น ต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยทันที

รศ.ภญ ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top