วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนสวิส เมืองหนึ่งที่หลายคนคงอยากจะไปโดยเฉพาะสาย Royalist ก็คือ Lausanne เมืองอันเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในสมัยยังทรงพระเยาว์ เมืองที่อยู่ทางตอนใต้ของสวิสริมทะเลสาบเจนีวาที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษากลางนี้ เป็นเมืองที่มีประชากรเพียงแค่ 140,000 คนแม้จะใหญ่เป็นที่สี่ของสวิสรองจาก Basel, Geneva และ Zurichก็ตาม
Lausanne เมืองที่อยู่ห่างจาก Interlaken ทางรถไฟเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเศษนี้มีต้นกำเนิดย้อนไปตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 2 โดยมีชาวเซลติกมาตั้งรกรากคำว่า Lausanne ถูกเรียกครั้งแรกในปี 400 ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Losanna ในปี 990 หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก ชาวเมืองก็ย้ายเข้าไปอยู่ใกล้เขามากขึ้นเพื่อความสะดวกในการป้องกันเมืองซึ่งภายหลังตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ Bishop of Lausanne ในระหว่างปี 888-1032 เมืองตกอยู่ภายใต้การปกครองของ Upper Burgundyก่อนจะได้รับการพัฒนาทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจจนกลายเป็นศูนย์กลาง และแยกการปกครองออกจากศาสนจักรได้ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-13 เมืองนี้มั่งคั่งมาก ก่อนจะยอมถวายตัวให้อยู่ภายใต้การปกครองของสันตะปาปา Gergory X และพระเจ้า Rudolf I แห่งเยอรมัน ระหว่างปี 1536-1798 ที่นี่ถูกปกครองโดยมลรัฐ Bern เลยถูกปล้นสะดมและทรัพยากรบางส่วนไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรมประดับในโบสถ์

หลังปี 1685 ที่นี่กลายเป็นเมืองอพยพของชาวฝรั่งเศส ระหว่างสงครามนโปเลียนที่นี่กลายเป็นส่วนหนึ่งของสวิส อยู่ภายใต้มลรัฐ Vaud เมืองนี้เคยมีความสำคัญอย่างมากสำหรับตุรกี เพราะที่นี่เป็นที่เซ็นสัญญา Treaty of Lausanne เพื่อก่อตั้งสหพันธรัฐตุรกีในปี 1923 นับจากนั้นมาเมืองนี้กลายเป็นศูนย์กลางของการจัดนิทรรศการนานาชาติอีกหลายอย่าง ทศวรรษที่ 1920 ที่นี่ยังเป็นเมืองปลายทางของศิลปินต่างชาติ บางคนก็มาอาศัยชั่วคราว อาทิ Ernest Hemingway บางคนก็อพยพมาอยู่ถาวร
ระหว่างทศวรรษที่ 1950-70 ชาวยุโรปจากหลากหลายประเทศ อาทิ ชาวสเปน อิตาเลียน และโปรตุเกสอพยพเข้ามาอยู่ตามชานเมือง แม้เมืองจะเคยมีชื่อเสียงในด้านความสงบร่มเย็นจนกลายเป็นที่หลบภัยของศิลปิน และชาวยุโรปใต้ แต่ปลายทศวรรษที่ 1960 ชาวเมืองรุ่นเยาว์ก็ชอบออกมาเดินขบวนและมีเรื่องกับตำรวจบ่อยๆ ปลายทศวรรษที่ 1980 ชาวเมืองออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้ลดค่าครองชีพต่างๆ และเปิดเสรีในการสูบกัญชา อีกทั้งยกเลิกประวัติบุคคลที่เป็น homosexual
นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองนี้จะสามารถเดินเล่นในเมืองและรอบทะเลสาบ Geneva ได้เพราะอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยสถานที่หนึ่งที่เมื่อไปถึงเมืองLausanne และอยากเยือนให้ได้ก็คืออพาร์ทเมนท์ที่เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมัยทรงพระเยาว์ระหว่างปี 1933-35 อพาร์ทเมนท์แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนน Tissot เลขที่ 16อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Lausanneมากนักสามารถเดินเท้าไปได้ในเวลาเพียงแค่ 10 นาที ปัจจุบัน ตัวอาคารก็ยังคงมีสภาพไม่ต่างจากสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยประทับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี