วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
‘เนาวรัตน์’ เข้าพบ รมว.แรงงาน หารือสิทธิประโยชน์ผู้ใช้แรงงาน

‘เนาวรัตน์’ เข้าพบ รมว.แรงงาน หารือสิทธิประโยชน์ผู้ใช้แรงงาน

วันจันทร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.30 น.
Tag : ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย พิพัฒน์ รัชกิจประการ
  •  

เมื่อเร็วๆนี้ ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาฯ และคณะกรรมการบริหาร สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) เข้าพบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อหารือในประเด็นเรื่องสิทธิประโยชน์อันสมควรได้แก่ผู้ใช้แรงงาน ณ ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี  ดินแดง กรุงเทพฯ

ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้า และอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่หารือกัน มีด้วยกัน 4 ประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้


1. นายจ้างไม่เห็นด้วยที่พรรคการเมืองต่างก็ใช้นโยบายประชานิยมในการหาเสียงโดยชูประเด็นขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพื่อหาเสียงเป็นนโยบายชวนเชื่อเพื่อการหาเสียง 

ที่ไม่เห็นด้วยนั้น ยังคงมีความเห็นว่าการปรับค่าจ้างขั้นต่ำนั้นภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน 2541 มาตรา 87  มีองค์ประกอบทางด้านเศรษฐศาสตร์รองรับความเหมาะสมทุกด้านแล้ว ประกอบด้วยคณะกรรมการไตรภาคี 3  ฝ่าย  ได้ใช้สิทธิในการพิจารณาครอบคลุมแล้ว ทั้งฝ่ายนายจ้าง  ลูกจ้าง  และฝ่ายรัฐ  “กระบวนการดังกล่าว ได้ผ่านมติ ของคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด ทุกจังหวัด ผ่านเข้าอนุกรรมการทบทวนแล้ว จึงส่งต่อไตรภาคี ค่าแรงขั้นต่ำ ตามระบบ อย่างถููกต้อง” จึงไม่จำเป็นที่ทางภาครัฐ จะต้องเข้ามาแทรกแซงให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำนี้ ตามกระแสการเมืองแต่อย่างใด

 2.เรื่อง การจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงและพิจารณาการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชย 

​เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยในเรื่องการจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงและการพิจารณาแก้ไขกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าชดเชยนั้น  ปัจจุบันนี้นายจ้างต้องรับภาระเกี่ยวกับการจ่ายเงินเข้ากองทุนต่างๆ คือ 1.กองทุนประกันสังคม 2.กองทุนเงินทดแทน 3.กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (กำลังจะมีผลบังคับ) 4.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กำลังจะใช้บังคับ)

สำหรับเรื่องค่าชดเชยในประเด็นดังกล่าวนี้  นายจ้างไม่ได้มีนโยบายกำหนดหลักการไว้  เมื่อเกิดการเลิกจ้าง นายจ้างจะจ่ายค่าชดเชยเป็นกรณีๆ ไป เช่น ในการเกษียณอายุ  การสิ้นสุดสภาพการจ้าง ซึ่งต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว

​ในการที่จะกำหนดตั้งเป็นงบประมาณไว้เพื่ออนาคต  เพื่อการจ่ายค่าชดเชยของลูกจ้างทั้งหมดล่วงหน้านั้น  เป็นการสร้างนโยบายโดยกฏหมายที่ไม่จำเป็นและยังไม่เคยมี  แม้แต่ประเทศที่เจริญแล้วยังไม่นำมาใช้เป็นนโยบายกันเลย

​อนึ่งหากภาครัฐจะขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริง จะเป็นการสร้างภาระให้แก่นายจ้าง อีกทั้งยังไม่เอื้อให้นักลงทุนในประเทศและต่างประเทศมาเพิ่มการลงทุนในประเทศไทยด้วย

3.เสนอให้ภาครัฐได้หารือกับกรมสรรพากร  เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ Upskill-Reskill   ให้แก่พนักงานเพื่อการพัฒนาทักษะเรียนรู้เสริมทักษะใหม่ๆ ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญในสายงานมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานโลก นายจ้างเห็นว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนี้   ควรจะให้นายจ้างสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้เป็น 2 เท่า

เรื่องการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ หรือเสริมทักษะใหม่ๆ ให้เกิดความเชี่ยวชาญในสายงานมากขึ้น เพื่อรองรับเทคโนโลยี่ใหม่ๆ ในการประกอบกิจการนั้น เป็นหน้าที่ของนายจ้างต้องจัดทำเป็นนโยบายอยู่แล้ว ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น  ประกอบกับการปรับค่าจ้างประจำปี และค่าจ้างขั้นต่ำในทุกปี การดำเนินการ upskill reskill ให้แก่พนักงาน ในการพัฒนาทักษะเรียนรู้เทคโนโลยี่ใหม่ๆ นั้น จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นใหม่อีก ในเรื่องนี้เห็นสมควรอย่างยิ่งที่ภาครัฐต้องส่งเสริมให้นายจ้างได้นำเอาค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นไปหักลดหย่อนภาษีได้สองเท่า  “และหรือเรียกคืนได้ 50 % ของเงินค่าใช้จ่าย ที่นายจ้างได้ใช้ไป ทั้งสิ้นในช่วงการ upskill reskill เพื่อเป็นการลดภาระนายจ้าง และสามารถพัฒนาความสามารถของแรงงานให้รวดเร็วขึ้น เพิ่มทักษะการใช้เทคโนโลยี่ของเครื่องจักรใหม่ๆได้  และวิถีการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป สามารถเพิ่ม productivity ได้ ผู้ประกอบการสามารถปรับค่าแรง ตาม skill ที่เพิ่มขึ้น กับผลงานที่ออกมา เพื่อปรับค่าแรงตาม performance

4.เรื่อง เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของประกันสังคม ขอให้พิจารณาในเรื่องของการนำเอาเงินชราภาพออกมาใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีพได้  ในระหว่างที่ยังเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อยู่  และให้หมายรวมถึงผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ให้สามารถนำเอาสิทธิประโยชน์ เงินชราภาพเดิม ที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ออกมาใช้เพื่อประโยชน์ในการครองชีพได้   ในระหว่างที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ด้วย

ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533  แล้วนั้น  มีสิทธิประกอบด้วย  7  สิทธิประโยชน์   และสิทธิประโยชน์ประเภทที่ 6  คือ สิทธิชราภาพ  ซึ่งผู้ประกันตนนี้จะได้รับสิทธินำมาใช้ได้ ต้องเป็นผู้ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วครบ 180 เดือน มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และพ้นจากสภาพการเป็นผู้ประกันตนแล้ว  จึงจะใช้สิทธิชราภาพนั้น  มีผู้ประกันตนส่วนมากมีความเห็นว่าสิทธิชราภาพนั้น ผู้ประกันตนอาจไม่มีโอกาสได้ ใช้เลยก็ได้  จึงควรให้ผู้ประกันตนที่อาจจะไม่มีโอกาสได้นำเงินชราภาพมาใช้ ได้นำเงินชราภาพบางส่วนมาใช้ก่อน  ในขณะที่ยังเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ได้   นอกจากนั้นยังให้หมายรวมถึง  ผู้ประกันตนตามมาตรา 39  ซึ่งได้เคยเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 33  มาก่อนแล้ว  ซึ่งปกติแล้วต้องหยุดรับเงินชราภาพ  ตามมาตรา 33 ให้สามารถขอรับสิทธินำเงินชราภาพ ตามมาตรา 33  ออกมาใช้ในการดำรงชีพได้ในขณะที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39  ได้อีกด้วย

"สภาองค์การนายจ้างฯ เห็นด้วยที่ไม่ปรับค่าจ้างขั้นต่ำตามกระแสการเมือง พร้อมขอเสนอให้ภาครัฐหารือกับกรมสรรพากร เรื่องค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ Up skill/Re skill ให้แก่พนักงานเพื่อการพัฒนาทักษะเรียนรู้เสริมทักษะใหม่ๆ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานโลก เพราะเห็นว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนี้ ต้องการให้นายจ้างสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้เป็น 2 เท่าถ้าเป็นไปได้

นอกจากนี้ ยังเสนอให้กระทรวงแรงงานพิจารณาในเรื่องของการนำเอาเงินชราภาพออกมาใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีพของผู้ประกันตน ม.33 ของประกันสังคม เพื่อประโยชน์ในการครองชีพได้ ซึ่งทางสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย ยินดีสนับสนุนทางกระทรวงแรงงาน เพื่อประโยชน์ต่อพี่น้องแรงงานต่อไป" ประธานสภาองค์การนายจ้างฯ กล่าว

ขณะที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดเกี่ยวกับเรื่องที่หารือกันคือเรื่องค่าแรง ซึ่งทุกคนจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และมองในทุกมิติ โดยวันที่ 17 ม.ค.นี้ จะประชุมคณะกรรมการค่าจ้างโดยจะพิจารณาแต่งตั้งอนุกรรมการปรับปรุงสูตรการคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งจะรวมไปถึงการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในมิติใหม่ว่าอาชีพไหนควรขึ้น หรือไม่ควรขึ้น และไม่เหมารวมทั้งจังหวัด

-(016)

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

‘แกรนด์ กรณ์ภัสสร’ปล่อยเพลงใหม่ ร่วมทำกับ marr team ‘จับหน่อยจะวูบ’

‘เอกชัย ศรีวิชัย’ ท้าให้ลองฟัง! ‘รุนคัก’ เพลงคำผวนสุดล้ำจาก ภ. ‘สรรพลี้หวน’

โค้งสุดท้าย สมัคร ทหารออนไลน์ ทบ.เปิดรับถึง 25 ม.ค.

ทนายดังเตรียมแถลง ขอโทษครอบครัวนศ. กอด-หอมจริง แต่ล้วงจำไม่ได้

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved