วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569
ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงแห่งการเฉลิมฉลอง มีบรรยากาศที่สนุกสนาน แต่ข้อมูลจากศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีกลับพบว่า มีผู้ใช้สารเพื่อนันทนาการแล้วเกิดการเจ็บป่วยจนต้องไปพบแพทย์เป็นจำนวนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สารเหล่านี้แท้จริงไม่ได้ทำให้เกิดความสุขสนุกสนานเท่านั้น แต่มีผลให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยเช่นกัน
สารที่ใช้เพื่อนันทนาการนั้นกับสารเสพติดในปัจจุบันเกือบจะเป็นสารกลุ่มเดียวกัน แบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ ตามฤทธิ์ที่เด่นๆ ของมันออกได้เป็น
1. สารกระตุ้นประสาท อาทิเช่น ยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) ยาไอซ์ และโคเคน เป็นต้น
2. สารหลอนประสาท อาทิเช่น ยาอี (เอ็กทาซี่) กัญชา ยาเค (เคตามีน) และเห็ดขี้ควาย
3. สารกล่อมประสาท อาทิเช่น ยาคลายเครียด ยานอนหลับ เหล้า รวมถึงสารสังเคราะห์มาจากมอร์ฟีน และเฮโรอีน
จุดประสงค์เริ่มต้นของการเสพสารเหล่านี้ ก็เพื่อต้องการให้เกิดความรู้สึกเคลิ้มสุข ร่วมกับความรู้สึกตื่นตัว คึกคักถ้าเสพสารกระตุ้นประสาท หรือทำให้เกิดความรู้สึกของผัสสะที่แปลกไปทั้งในรูปของการมองเห็น เสียงหรือสัมผัสในกรณีเสพสารหลอนประสาท หรือรู้สึกง่วงซึมถ้าเสพสารกล่อมประสาท แต่เมื่อมีการเสพบ่อยๆครั้งก็จะทำให้เกิดการเสพติดขึ้นได้ นอกจากอาการทางจิตที่เกิดจากการใช้สารเหล่านี้แล้ว ยังอาจจะก่อให้เกิดผลต่อสุขภาพในระบบอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งจะทำให้เกิดการเจ็บป่วยเฉียบพลันและนำไปสู่การเสียชีวิตได้
บทความนี้จะกล่าวถึงอันตรายจากการเสพสารกระตุ้นประสาทและสารหลอนประสาทเท่านั้น เนื่องจากพบว่าในช่วงเทศกาลวันหยุดที่ผ่านมานี้ มีการใช้สารเหล่านี้มากขึ้น และก่อให้เกิดการเจ็บป่วยขึ้น อันตรายต่อสุขภาพทางกายจากการเสพกระตุ้นประสาทและสารหลอนประสาทที่สำคัญได้แก่
● ระบบหัวใจหลอดเลือด : สารทั้งสองกลุ่มนี้มักจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้น ในบางรายอาจก่อให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะจนเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ หรือมีอาการเจ็บหน้าอกจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งเกิดได้แม้ว่าผู้เสพมีอายุน้อย เนื่องจากสารเหล่านี้ทำให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือดหัวใจ หรือมีหลอดเลือดหัวใจตีบตันได้เช่นเดียวกับผู้ที่เป็นโรคภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดทั่วไป
● สมองและระบบประสาทส่วนกลาง : ผู้ป่วยที่เสพสารเหล่านี้นอกจากทำให้เกิดอาการกระวนกระวาย กระสับกระส่ายสับสน หรือมีการหลอนซึ่งเป็นฤทธิ์โดยตรงของสารกลุ่มนี้แล้ว ก็อาจจะทำให้ชักได้ ที่สำคัญบางรายทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งที่เป็นหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบได้แม้ในคนอายุน้อยๆ ก็ตาม
● กล้ามเนื้อ : ผู้ป่วยบางรายเกิดภาวะกล้ามเนื้อสลายตัวเฉียบพลันมีอาการปวดบวมกล้ามเนื้อและอ่อนแรงทั่วๆ ไป หากมีกล้ามเนื้อสลายตัวจำนวนมากจะทำให้มีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงเฉียบพลัน เหนี่ยวนำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และอาจจะเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญอีกอย่างจากการสลายตัวของกล้ามเนื้อคือภาวะไตวายเฉียบพลัน
● ตับ : มีรายงานว่าผู้ ใช้ยาอี เกิดภาวะตับอักเสบเฉียบพลันได้ จะมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ตัวตาเหลือง เป็นต้น
● กระเพาะปัสสาวะ : ผู้เสพสารเคตามีนนานๆ จะมีภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง ทำให้มีปัญหาปัสสาวะลำบากแสบขัด ติดเชื้อได้ง่าย และในระยะยาวทำให้กระเพาะปัสสาวะไม่ทำงานถาวร
● จิตประสาท : ผู้เสพสารเหล่านี้เป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อกลายเป็นการเสพติดแล้ว มักจะก่อให้มีภาวะผิดปกติทางจิตประสาท หรือบุคลิกภาพเปลี่ยนไป เช่น ทำให้มีอาการโรคจิตหวาดระแวงที่พบได้ในผู้ป่วยเสพยาบ้า หรือเกิดอาการกลัวภาพหลอน (bad trip) ในผู้ป่วยที่ใช้สารหลอนประสาทต่อเนื่อง ซึ่งแม้จะหยุดเสพแล้วก็ยังเกิดได้ ผู้เสพบางรายกลายเป็นโรคจิตเภท หรือเมื่อหยุดเสพก็เกิดภาวะซึมเศร้าได้
การเจ็บป่วยที่กล่าวมานี้มักจะทำให้ผู้เสพยาจะต้องไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา ซึ่งผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงการใช้สารเหล่านี้ด้วย เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยได้เร็ว และการรักษาอย่างถูกต้อง
การป้องกันเป็นสิ่งที่สำคัญและได้ผลที่ดีที่สุด จึงอยากให้ผู้ที่คิดจะลองใช้สารเหล่านี้เพื่อนันทนาการ ได้ฉุกใจคิดถึงอันตรายต่อร่างกายที่อาจจะเกิดขึ้น และประเมินจิตใจตนเองว่าเข้มแข็งพอหรือไม่ เพราะมีโอกาสที่จะกลายเป็นผู้ติดสารเสพติดได้สูงมาก จากนั้นจะตามมาด้วยผลร้ายแรงต่อสุขภาพ รวมทั้งอาจจะเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที การไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสารเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เราสามารถมีความสุขสนุกสนานได้โดยไม่ต้องพึ่งสารเหล่านี้
สำหรับผู้ที่เสพสารเหล่านี้อยู่หากรู้สึกว่าอยากเสพสารมากขึ้นหรือถี่ขึ้น จนไม่สามารถบังคับตัวเองให้หยุดเสพได้ ขอให้ตระหนักว่าผู้นั้นเกิดการติดสารเสพติดแล้ว ควรจะรีบหยุดเสพ และไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาแต่เนิ่นๆ หากทิ้งไว้นานโอกาสจะสามารถหลุดจากการติดสารเสพติดจะยากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลทางสุขภาพของตัวเอง การเงิน ครอบครัวและสังคมของผู้เสพด้วยอย่างไม่สิ้นสุด
ศ.นพ.วินัย วนานุกูล
ภาควิชาอายุรศาสตร์ และศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี