วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
เป็นประจำที่คอลัมน์ตะลอนเที่ยวจะจัดกิจกรรมชวนคุณผู้อ่านไปเที่ยวด้วยกันไปทำบุญ ทำทาน ช่วยเหลือทั้งคนและสัตว์ เพราะเราทุกคนที่ไปร่วมกิจกรรมมีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกันว่า สังคมของเราจะดำเนินไปด้วยความสุขสงบร่มเย็นได้ ก็เพราะความรักที่แต่ละคนมอบให้กันและกัน ส่งมอบน้ำใจให้กันและกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรืออยู่ในสถานะที่ต้องได้รับความช่วยเหลือเจือจุน
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2567 คณะของเราได้ไปทำอาหารปรุงสดๆ สุกใหม่ๆ ถวายพระและเณร จำนวน 65 รูป (อันที่จริงเณรไม่ต้องใช้สรรพนามว่ารูป) และทำอาหารเลี้ยงเด็ก (หลายคนเรียกว่าเด็กกำพร้า แต่เมื่อเช็คจริงๆ ก็พบว่าไม่ใช่เด็กกำพร้า เพราะเขายังมีพ่อแม่ เพียงแต่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เท่านั้น ส่วนพ่อแม่ของเขาอยู่อาศัยในเขตห่างไกลทุรกันดารตามตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมา ดังนั้นเจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโก อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี จึงนำเด็กๆ เหล่านี้มาอุปการะ ให้การเลี้ยงดู และให้การศึกษา เพื่อให้เด็กๆ ไม่ต้องตกไปอยู่ในวังวนของขบวนการทำเรื่องผิดกฎหมายต่างๆ นานาที่มีอยู่เต็มเมืองไทย
เด็กๆ ที่มาจากตะเข็บชายแดนที่เข้ามารับการอุปการะที่วัดถ้ำตะโกมีประมาณ 250 คนทั้งหญิงและชาย มีอายุตั้งแต่ก่อนวัยเรียน และเรียนชั้นมัธยมศึกษา แต่ก็มีเด็กอ่อนบางคน (อายุประมาณ 1 ปีเท่านั้น) ที่ถูกพ่อแม่ทิ้ง แล้วมีผู้นำมาให้พระเลี้ยงดู
ในวันที่คณะของเราไปเลี้ยงอาหารเด็กนั้นเราได้นำสิ่งของต่างๆ ไปมอบให้เด็กด้วย อาทิ นมผงคุณภาพดีสำหรับเด็กอ่อน (จำนวน3 กล่องใหญ่ กล่องละ 3.8 กิโลกรัม) และยังมีของกิน และของใช้อีกสารพัดอย่าง เช่น ยาสีฟัน แปรงสีฟัน แชมพูสำหรับอาบน้ำและสระผม ของเล่น และอุปกรณ์กีฬา รวมถึงเสื้อผ้าโดยของเหล่านั้นเราได้แจ้งกับครูว่า ครูสามารถนำไปใช้ได้ เพราะเรานำมาเผื่อแผ่ให้ครูด้วย นอกจากนั้น ผู้ร่วมคณะของเรายังได้มอบของสดสำหรับทำอาหารมื้อต่อๆ ไปสำหรับถวายพระและเณร รวมถึงเป็นอาหารสำหรับเด็กๆ อีกด้วย

ในการนี้ ผู้ร่วมคณะยังมอบเตาอบขนมปังเครื่องใหญ่ ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้สำหรับผลิตขนมปังขายให้กับวัดด้วย โดยได้สอนวิธีการใช้เตาอบให้กับเจ้าหน้าที่ของวัด เพื่อจะได้ใช้เครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การไปทำบุญ ทำทานในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นข้อบกพร่องบางประการในการบริหารจัดการของวัด เช่น วันเสาร์ อาทิตย์จะมีผู้ไปบริจาคของ และทำอาหารถวายพระ-เณร และเลี้ยงเด็กค่อนข้างมาก (วันที่เราไปนั้นมีผู้ไปทำอาหารมากถึง 7-8 ราย) ซึ่งทำให้เกิดปัญหาของเหลือทิ้ง สิ้นเปลืองทรัพยากรโลกโดยเปล่าประโยชน์
Mr.Flower จึงขออนุญาตแนะนำพระว่าควรจะแจ้งญาติโยมที่จะไปปรุงอาหารสดๆถวายพระและเลี้ยงเด็กให้ทราบว่าในแต่ละสัปดาห์มีเจ้าภาพกี่รายแล้ว และสามารถรับเจ้าภาพทำอาหารได้วันละกี่ราย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำอาหารมากจนเกินกำลังจะรับประทานได้ และเพื่อรักษาทรัพยากรของโลกไปพร้อมๆ กันพระท่านบอกว่าบางทีญาติโยมไม่ได้แจ้งล่วงหน้าว่าจะไปทำอาหารสดที่โรงครัวของวัด แต่ไปรู้เอาก็ต่อเมื่อญาติโยมถึงวัดแล้ว
อย่างไรก็ตาม พระท่านบอกว่าจะต้องจัดระบบการทำอาหารสดในแต่ละวันให้ดีกว่าเดิม เพื่อให้พระ เณร และเด็กๆ มีอาหารที่เพียงพอ โดยไม่ต้องเหลือทิ้งโดยเฉพาะในวันเสาร์และอาทิตย์ที่จะมีญาติโยมไปทำอาหารกันหลายราย แต่วันธรรมดามักไม่ค่อยมีผู้ไปทำอาหารเลี้ยง หรือแม้แต่วันเสาร์ อาทิตย์ก็จะมีผู้คนแห่กันไปทำอาหารเฉพาะมื้อเพล มื้อเที่ยงเป็นจำนวนมากแต่มื้อเย็นไม่มีใครทำอาหารเลี้ยงเด็กๆ

Mr.Flower นำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อแจ้งคุณผู้อ่านคอลัมน์ให้เห็นถึงปัญหาการบริหารจัดการ เพื่อที่เราจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาให้ตรงจุดตรงประเด็น เพื่อให้พระ เณร และเด็กๆ มีอาหารฉันและกินอย่างเพียงพอและพอดี โดยไม่ต้องทิ้งให้กลายเป็นขยะส่งผลให้เกิดปัญหาโลกร้อนตามมา
สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ Mr.Flower ขอชวนเชิญคุณๆ ไปร่วมกันเลี้ยงอาหารคนชราที่บ้านพักคนชราบางเขน ถนนวิภาวดีรังสิตซอยวิภาวดี 64 ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เราจะเริ่มทำอาหารสดๆ ปรุงสุกใหม่ๆ เลี้ยงคนชราเวลา 09.30 น. หากคุณๆ สนใจไปร่วมกิจกรรมกับเรา โปรดติดต่อ 091-7233615
วันนี้เล่าเรื่องทำบุญ ทำทานจนหมดพื้นที่จึงไม่ได้เล่าให้ฟังว่าเมื่อเราทำกิจกรรมที่วัดถ้ำตะโกเรียบร้อยแล้ว คณะของเราไปเที่ยวชมพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ลพบุรี วันหน้าจะมาเล่าเรื่องวังพระนารายณ์ที่ลพบุรีให้ฟังนะครับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี