Biplane DSA ทางเลือกใหม่รักษาหลอดเลือดสมองโป่งพอง

Biplane DSA ทางเลือกใหม่รักษาหลอดเลือดสมองโป่งพอง

วันพุธ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.
Tag : Biplane DSA

โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง เป็นโรคที่ไม่ค่อยแสดงอาการ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็มีอาการรุนแรง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว อาจทำให้ผู้ป่วยกลายเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาตหรืออันตรายถึงแก่ชีวิต

นายแพทย์พงศกร พงศาพาสประสาทศัลยแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง (Cerebral Aneurysm) เป็นความผิดปกติที่เกิดจากการบางลงของผนังหลอดเลือดสมอง ทำให้ผนังเส้นเลือดสมองโป่งพองออกคล้ายบอลลูนและแตกออกง่าย สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน มักพบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค ได้แก่ โรคทางพันธุกรรมบางชนิด ประวัติโรคเส้นเลือดสมองโป่งพองในครอบครัว โรคความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษา การสูบบุหรี่ และอายุที่มากขึ้น


อาการโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง ส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ แต่อาการจะแสดงก็ต่อเมื่อเส้นเลือดแตก หรือมีการโป่งพองจนไปกดทับเนื้อเยื่อสมองหรือเส้นประสาทสมอง จนทำให้มีอาการต่างๆ ได้ เช่น ปวดหัวอย่างรุนแรง อาเจียน มองเห็นภาพซ้อน คอแข็ง ตามัว ชัก หนังตาตก หมดสติหน้าเบี้ยวครึ่งซีก มีอาการเหน็บชาตามร่างกายครึ่งซีก พูดไม่ได้ พูดไม่ชัด และมีอาการกลืนลำบาก

ส่วนใหญ่คนที่เป็นโรคเส้นหลอดเลือดสมองโป่งพองจะไม่ค่อยมีใครรู้ตัว ยกเว้นจะมีอาการปวดหัวรุนแรง การตรวจสุขภาพจึงเป็นอีกทางเลือกที่จะทำให้ตรวจพบโรคเส้นเลือดสมองโป่งพองได้ ซึ่งการวินิจฉัยเส้นเลือดโป่งพองในสมอง สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจสมองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan), หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อมองหาความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง และการตรวจหลอดเลือดสมองด้วยการฉีดสารทึบรังสี (Cerebral Angiography) ที่จะช่วยทำให้ทราบถึงภาวะหลอดเลือดสมองโป่งพองได้ละเอียดมากขึ้น 

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองสามารถทำได้หลายวิธี คือการรักษาผ่านสายสวนหลอดเลือดแดง ใส่ขดลวดเพื่ออุดหลอดเลือดส่วนที่โป่งพอง,  การผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะที่ใช้การหนีบเส้นเลือดเพื่อหยุดการไหลของเลือดเข้าไปในบริเวณที่มีเส้นเลือดโป่งพอง และการรักษาที่กำลังได้รับความนิยมคือการใช้เครื่อง Biplane DSA (Biplane Digital Subtraction Angiography) ซึ่งเป็นเครื่องเอกซเรย์ชนิดพิเศษที่สามารถถ่ายภาพหลอดเลือดได้สองระนาบในเวลาเดียวกัน ทำให้สามารถมองเห็นตำแหน่งและรูปร่างของหลอดเลือดได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น  ซึ่งการรักษาแพทย์จะทำการใส่วัสดุอุปกรณ์เล็กๆ เท่ากับด้ามปลายปากกาเข้าที่ขาหนีบร่วมกับการใส่สายสวนขนาดเล็กผ่านเครื่องมือขนาดเล็กขึ้นไปที่หลอดเลือดสมองแล้วทำการฉีดสารทึบรังสี ด้วยการหมุนของเครื่อง Biplane DSA ทำให้สามารถสร้างภาพที่มีลักษณะชัดเจน เพื่อที่จะได้คำนวณขนาดของขดลวดที่จะทำการรักษา ทำให้การรักษาเป็นไปได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วกว่าเครื่องที่ตรวจสารทึบรังสีแบบดังเดิม

ทั้งนี้ การรักษาโดยใช้เครื่อง Biplane DSA ทำให้ผู้ป่วยได้รังสีน้อยกว่าเครื่องในสมัยก่อน ใช้เวลาในการรักษาสั้นกว่า ไม่มีแผลผ่าตัด แผลเล็กเท่ากับเข็มฉีดยาหรือการเจาะเลือดที่ขาหนีบเท่านั้น ลดภาวะแทรกซ้อน และทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

นพ.พงศกร พงศาพาส

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top