วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
ลดความอ้วนผิดวิธี อาจเสี่ยงต่อปัญหาด้านจิตเวช

ลดความอ้วนผิดวิธี อาจเสี่ยงต่อปัญหาด้านจิตเวช

วันจันทร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2567, 07.30 น.
Tag : ความอ้วน จิตเวช
  •  

เพราะ “โรคอ้วน” เป็นปัญหาระดับโลกที่มีชีวิตของผู้ป่วยเป็นเดิมพัน ทำให้วันที่ 4 มีนาคมของทุกปี ถูกกำหนดเป็นวันอ้วนโลก (World Obesity Day) เพื่อรณรงค์ให้คนตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในกลุ่ม NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทั้งโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคระบบหัวใจ รวมถึงโรคทางสมองที่อาจจะตามมาจากโรคอ้วน

ในขณะเดียวกัน การรณรงค์นี้อาจทำให้คนบางกลุ่มพยายามควบคุมน้ำหนัก และออกกำลังกายจนเกิดเป็นความหมกมุ่น ซึ่งหากหมกมุ่นมากเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาด้านจิตเวชตามมา เช่น โรคพฤติกรรมการกินผิดปกติ ดังนั้น วิธีลดความอ้วนอย่างถูกต้อง และการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมถือเป็นเรื่องสำคัญ


นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH - Bangkok Mental Health Hospital ให้ข้อมูว่า อย่าทำสิ่งเหล่านี่ เพราะไม่ใช่วิธีลดความอ้วนที่ถูกต้อง

1.ลดความอ้วนต้องอดอาหาร หลายคนยอมหิวอดอาหารอย่างจริงจัง เพื่อลดความอ้วน ซึ่งวิธีนี้จะส่งผลเสียทั้งต่อสุขภาพกาย เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานจากอาหาร และยังส่งผลต่อสุขภาพจิตในยามหิว ซึ่งเมื่อสมองขาดสารอาหารไม่ได้รับพลังงานที่เพียงพอ ก็ทำให้ไม่มีสมาธิและหงุดหงิดง่าย รวมทั้งเกิดความหมกมุ่นเกี่ยวกับอาหารนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตเวช เช่น มีอารมณ์เศร้า วิตกกังวล มีความย้ำคิดย้ำทำ จนไปถึงโรคความผิดปกติทางการกิน เช่น Anorexia nervosaนอกจากนี้ ความหิวโหยจากการขาดอาหาร อาจนำไปสู่การกินอาหารปริมาณมากแบบควบคุมไม่ได้ก็ได้ (Binge eating)

2.นับแคลอรี่และชั่งน้ำหนักถี่ๆ แม้หลักการหนึ่งของการลดน้ำหนัก คือ การควบคุมปริมาณแคลอรี่จากการรับประทานอาหาร แต่การหมกมุ่นกับตัวเลขแคลอรี่ และตัวเลขบนตาชั่งจนมากเกินไปนั้น ย่อมไม่ส่งผลดี เพราะจะทำให้เกิดความกังวลกับอาหารในแต่ละมื้อเกินไปจนไม่มีความสุขนอกจากนี้ น้ำหนักของคนเราในแต่ละวัน หรือ แม้แต่ในแต่ละช่วงเวลาของวัน ก็มีการขึ้นๆ ลงๆ ได้อยู่แล้ว การชั่งน้ำหนักบ่อยเกินไป จึงไม่มีประโยชน์ และก่อให้เกิดความหมกมุ่น ลองเปลี่ยนไปโฟกัสที่สารอาหารดีกว่า โดยลดการกินแป้งและน้ำตาลลง เพิ่มการกินโปรตีนมากขึ้น และจำกัดการกินไขมันให้พอดี แบบนี้จะทำให้ควบคุมน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน และลดความเสี่ยงต่อโรคความผิดปกติทางการกิน

3.ออกกำลังกายหนักหักโหม การออกกำลังกายเป็นเรื่องดี แต่เหรียญสองมีด้านเสมอ ใครที่คิดว่าการหักโหมออกกำลังกายทำให้เบิร์นไขมันได้เร็ว และทำควบคู่ไปกับการอดอาหารบอกเลยว่า ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง เพราะความจริงจะยิ่งทำให้ร่างกายหวงไขมันมากขึ้น เพื่อสำรองไว้ใช้ในช่วงอดอยาก ถือเป็นหนึ่งพฤติกรรมที่ทำร้ายระบบเผาผลาญในร่างกาย สุดท้ายจะเกิดโยโย่เอฟเฟกท์เมื่อหยุดลดน้ำหนัก

4.กินยาลดน้ำหนักหรือยาระบาย เลิกมองหาตัวช่วยเหล่านี้ เพราะนอกจากลดน้ำหนักไม่ได้นาน และหยุดกินเมื่อไหร่ก็จะเด้งกลับขึ้นมาแล้ว ยังสร้างผลกระทบต่อร่างกายอีกด้วย เช่น เหงื่อออกผิดปกติ หัวใจเต้นเร็ว เป็นต้น ส่วนยาระบายไม่ได้มีไว้เพื่อลดความอ้วน หากกินแล้วมีการขับถ่ายเยอะเกินไป ก็อาจมีความเสี่ยงต่อการทำให้เกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ

5.ล้วงคอให้อาเจียนเสี่ยงถึงหัวใจ กินแล้วล้วงคอให้อาเจียนเป็นเรื่องผิดปกติที่ไม่ควรทำ เพราะหลอดอาหารไม่ได้ถูกออกแบบไว้เพื่อให้เป็นทางออกของอาหาร ดังนั้น ระหว่างการอาเจียน กรดในกระเพาะจะสามารถทำให้ทางเดินอาหารบาดเจ็บ ถึงขึ้นอาจมีเลือดออก และทุกครั้งที่ทำให้เกิดการอาเจียนเราจะสูญเสียเกลือแร่บางอย่างที่มีผลต่อการทำงานของหัวใจ ถ้าหากเกลือแร่เสียสมดุลอาจทำให้หัวใจทำงานผิดปกติและถึงแก่ชีวิตได้

ดังนั้น การควบคุมน้ำหนักให้มีประสิทธิภาพคือ ควรกินแบบปกติครบ 3 มื้อกินให้สมดุลครบตามโภชนาการ มีทั้งคาร์โบไฮเดรต เนื้อสัตว์ และผัก ไม่ต้องตัดไขมัน 100% เพราะวิตามินบางอย่างจำเป็นต้องใช้ไขมันในการดูดซึม และไม่ควรลดน้ำหนักเกิน 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ เนื่องจากการลดน้ำหนักไวเกินไป อาจทำให้สมองได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต

สิ่งสำคัญที่ควรตระหนักไว้ คือ คุณค่าของคนแต่ละคน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่น้ำหนักตัว หน้าตา หรือไซส์เสื้อผ้า คนที่ด่วนตัดสินเราจากภายนอกนั้น ไม่ควรค่าแก่การที่เราจะไปใส่ใจ จุดประสงค์ของการประเมินน้ำหนักนั้น แท้จริงแล้วเป็นเรื่องทางสุขภาพ และไม่ว่าจะน้ำหนักตัวมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพกายสุขภาพจิต ทั้งสิ้น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

ทำเนียบฯ พร้อมรับนโยบายรัฐบาล ประหยัดพลังงาน แจ้งทุกหน่วยงาน WFH-ลดใช้พลังงาน

เฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปีของเวที THE GUITAR MAG AWARDS

ไม่เลื่อนบอลโลก!ฟีฟ่าหวังอิหร่านไม่ถอนทัพแม้แข่งแดนมะกัน

ยังติดอยู่ในเรือ 3 คน ทร.เร่งช่วยเหลือ หลังเรือสินค้าไทยถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved