วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
โครงการ สำรวจ และศึกษาสุขภาพ การสูงอายุ และการเกษียณในประเทศ (Health, Aging, and Retirement in Thailand-HART) แถลงข่าวเปิดตัวโครงการและ
จัดเสวนา หัวข้อ “วัยที่เปลี่ยนไป....กับบทบาทที่เปลี่ยนแปลง” ด้วยข้อมูลวิจัยจากครัวเรือนเดิมที่เป็นผู้สูงอายุในแต่ละรอบการสำรวจ ที่เก็บต่อเนื่องมาตลอด 12 ปี เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ผู้สูงอายุไทยด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เป็น longitudinal data ถึงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในมิติต่างๆ เพื่อนำไปสู่สังคมสูงอายุของประเทศไทยให้เป็นผู้สูงอายุที่มีพลัง (Active aging) และมีสุขภาพดี(Healthy aging) เป็นที่สังคมที่ผู้สูงอายุอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่เป็นภาระแก่ผู้ใด
โครงการ สำรวจ และศึกษาสุขภาพ การสูงอายุ และการเกษียณในประเทศ (Health, Aging, and Retirement in Thailand-HART) จัดทำโดยศูนย์วิจัยสังคมผู้สูงอายุร่วมกับศูนย์คลังปัญญาและสารสนเทศ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) แถลงข่าวโครงการ HART โดยมีศ.ดร.ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์อธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และผู้บริหารสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ชลธิชา ขุนทอง ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว) รวมถึงทีมวิจัยโครงการ HART แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
โครงการ HART เป็นโครงการศึกษาเรื่องราวของคนไทย ตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป จาก 5,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ ดำเนินการเก็บข้อมูลทุกๆ 2 ปี ซึ่งเป็นโครงการแรกและโครงการเดียวที่เก็บข้อมูลจากตัวอย่างเดิมที่เป็นผู้สูงอายุในแต่ละรอบการสำรวจ (Longitudinal Panel Survey) ตั้งแต่ปี 2557 และปัจจุบัน โครงการ HART เริ่มรอบการสำรวจรอบที่ 5 จากการสำรวจตัวอย่างคนเดิม จะช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนผ่าน และการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงชีวิต โดยเฉพาะในมิติสังคม ตัวตน รายได้ และความพึงพอใจของผู้สูงวัย ซึ่งนำมาสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะของประเทศไทย นอกจากนี้ โครงการ HART ยังเป็นเครือข่ายของโครงการ Health and Retirement Study (HRS)-Around the world (HRS-ATW) และเครือข่ายโครงการวิจัยในอาเซียน

ผศ.ดร. ดารารัตน์ อานันทนะสุวงศ์
สำหรับกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “วัยที่เปลี่ยนไป....กับบทบาทที่เปลี่ยนแปลง” เป็นการเสวนาโดยคณะวิจัย อาทิ ผศ.ดร. ดารารัตน์อานันทนะสุวงศ์ รศ.ดร.เดือนเพ็ญธีรวรรณวิวัฒน์ รศ. ดร. พาชิตชนิตศิริพานิช และผศ.ดร.ปรีชา วิจิตรธรรมรส ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนผลการวิจัยจากโครงการ HART 4 รอบการสำรวจ ครอบคลุมปี 2557-2565 ซึ่งทำให้เห็นแนวโน้มที่น่าสนใจในหลายประเด็น
เริ่มที่ มิติด้านสุขภาพ Health หรือ H(E)ART to Health : แม้ร่างกายเปลี่ยนไป แต่สุขภาพใจสำคัญที่สุดต่อความพึงพอใจในชีวิตของผู้อายุทุกช่วงวัยและการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของภาครัฐ เป็นมิติสำคัญที่ส่งผลต่อการเกษียณอายุก่อนกำหนดของผู้สูงอายุ เนื่องจากกระทบต่อมิติด้านการมีงานทำ โดยการสำรวจมิติด้านสุขภาพเป็นการสำรวจทั้งสุขภาพกาย ได้แก่ การเจ็บป่วยและโรคจากการวินิจฉัยของแพทย์ ความสามารถในการช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน ความจำหรือการรับรู้(Cognition) พฤติกรรมทางด้านสุขภาพ เช่น โภชนาการ การสูบบุหรี่การออกกำลังกาย และการเข้าถึงหรือเข้าใช้บริการสุขภาพสาธารณะ
เมื่อต้องเข้าสู่สังคมสูงอายุ ภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ดูแลคนทั้งประเทศขึ้นไปถึง 70.71% และเมื่อพิจารณาประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปกับการใช้บริการทางสุขภาพเป็นคนไข้ใน (IPD) พบว่า เมื่ออายุมากขึ้น จำนวนครั้งที่เราต้องเข้าไปใช้บริการ จะสูงขึ้น ซึ่งถ้าเราติดตามผู้สูงอายุกลุ่มนี้ ว่ามีการใช้บริการสูงมากน้อยแค่ไหน ความถี่ที่ต้องเข้าไปใช้บริการเป็นอย่างไร การทราบข้อมูลจะเกิดประโยชน์ต่อการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของภาครัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้
มิติด้านการสูงอายุ AGING สังคมและการเกื้อกูล: เมื่อประชากรสูงวัย ผู้สูงอายุไทยอาศัยอยู่ในครัวเรือนที่มีขนาดเล็กลง บุตรยังเป็นที่พึ่งหลักของบิดามารดา และเกิดรูปแบบใหม่ของการเกื้อกูล/ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตรเรียกว่า Distant-supportive (อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ) หมายถึง ที่พักอาศัยของบุตรอยู่ห่างไกลจากบิดามารดา ไม่ค่อยพบปะเห็นหน้ากัน แต่มีการพูดคุยกับบุตรบ่อยๆ โดยใช้ social media ได้รับความช่วยเหลือจากบุตรทั้งในรูปของเงินและไม่ใช่เงิน และมีการให้ความช่วยเหลือที่ไม่ใช่เงินกับบุตรด้วย ดังนั้นนโยบาย ควรส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต สอนให้ผู้สูงอายุรู้จักการใช้ social media พร้อมจัดหา อุปกรณ์ในราคาถูกและให้สามารถเข้าถึง internet ได้อย่างทั่วถึง
มิติด้านการเกษียณ Retirement การมีงานทำ : งานมั่นคง-ความมั่นใจ ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุมีสัดส่วนการทำงานที่ลดลงจากปีที่เริ่มสำรวจในปี 2558 โดยเฉพาะในปีสำรวจ 2560 และ 2563 และสัดส่วนนี้ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในปีสำรวจ 2565 สัดส่วนการมีงานทำจะลดลงไปตามอายุที่สูงมากขึ้น และเพศหญิง มีสัดส่วนในการทำงานต่ำกว่าเพศชาย โดยกลุ่มผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ ตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป)ยังมีสัดส่วนการทำงานอยู่ประมาณร้อยละ 3-5 การยังคงมีทำงานของกลุ่มผู้สูงอายุวัยปลาย สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการทำงาน ส่วนสาเหตุสำคัญของการออกจากงาน คือ ระบบเกษียณอายุการทำงาน ปัญหาสุขภาพ และภาระการดูแลครอบครัว และอายุซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะมีประโยชน์ต่อนโยบายการขยายอายุเกษียณต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้ เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม หรือ สภาพัฒน์ หรือกรมกิจการผู้สูงอายุ ในการวางแผนการสร้างงานสำหรับประชากรสูงอายุ ในเพิ่มการเข้าใจในชีวิตการทำงานของผู้สูงอายุในการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพลัง (Active aging)
ทั้งนี้ ข้อมูล HART ได้มีการเก็บรวบรวมมาทั้งหมด 4 รอบสำรวจ จัดเก็บไว้ในห้องข้อมูลที่ศูนย์คลังปัญญาและสารสนเทศ และเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยการลงทะเบียนเพื่อของเข้าใช้ https://hart.nida.ac.th และสามารถติดตามข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ตัวตนผู้สูงอายุได้ที่ www.facebook/hartnida.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี