533.jpg
รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาที่เป็นพิษต่อไต

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาที่เป็นพิษต่อไต

วันจันทร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2567, 08.30 น.
Tag :

หลายคนกังวลว่าการกินยาต่างๆ อย่างต่อเนื่องยาวนานมากๆ จะส่งผลลบต่อตับไตของเรามากแค่ไหนก็ต้องบอกว่ามีผลอย่างแน่นอน แต่จะมากหรือน้อย ก็ต้องมาดูกันเป็น case by case ทั้งนี้ สัปดาห์ก่อนได้พูดถึงผลของยาต่อตับ การเฝ้าระวัง และป้องกันพิษต่อตับจากยาไปแล้ว สัปดาห์นี้ขอกล่าวถึงยาที่มีผลต่อไตกันบ้าง

ไตเป็นอวัยวะสำคัญทำหน้าที่กรองของเสียออกจากร่างกาย แน่นอนว่าการใช้ยาบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของไต และหากใช้ยาไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันมากขึ้นว่า ทำไมยาบางชนิดถึงเป็นอันตรายต่อไต


พิษต่อไตจากยาเกิดจากหลายกลไก เช่น ยาบางชนิดอาจไปทำลายเซลล์ของไตโดยตรง หรือไปลดการไหลเวียนของเลือดในไต ยาบางชนิดอาจตกผลึก และไปอุดตันในท่อของไต รวมถึงการใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตได้

อย่างไรก็ตาม กรณีที่ผู้ป่วยรับยาจากโรงพยาบาลจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดอย่างสม่ำเสมอซึ่งในความจริงต้องบอกว่าแพทย์มักติดตามการทำงานของไตบ่อยครั้งมากกว่าตับ เพราะการให้ยาเบาหวาน ยาลดความดัน เป้าหมายหลักอันหนึ่งคือเพื่อชะลอความเสื่อมของไต เนื่องจากตัวโรคเองทำให้ไตเสื่อมได้ 

ดังนั้น การติดตามการทำงานของไต โดยดูจากค่าครีเอทินีน (creatinine) และ/หรือ BUN ในเลือดแทบจะทุกการนัดตรวจเป็นเรื่องที่แพทย์ทำอย่างสม่ำเสมอแล้ว นอกจากนั้นยาบางอย่างจะต้องมีการปรับขนาดตามการทำงานของไต

แม้เราจะทราบว่า ถ้าอยู่ในความดูแลของแพทย์ ไตจะถูกเฝ้าระวังอย่างดี แต่ก็มีโอกาสที่เราจะซื้อใช้ยาตามอาการด้วยตนเอง จึงมีประโยชน์ที่จะรู้จักยาที่อาจเป็นอันตรายต่อไตไว้ด้วย ตัวอย่างกลุ่มยาที่ควรระวัง เช่น ยาแก้อักเสบ บรรเทาปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน ยากลุ่มนี้ หากใช้ติดต่อเป็นเวลานาน หรือใช้ในขนาดสูง อาจทำให้ไตอักเสบได้ ส่วนยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่น ซัลโฟนาไมด์ฟลูออโรควิโนโลน อาจมีผลข้างเคียงต่อไต โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีโรคไตอยู่ก่อนแล้ว และยาเหล่านี้ยังละลายน้ำไม่ดี โดยทั่วไปเภสัชกรจะขอให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากๆ ระหว่างที่ใช้ยานี้ ยาขับปัสสาวะบางชนิดอาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป หากใช้ในระยะยาวหรือใช้ในขนาดสูง อาจทำให้ไตทำงานผิดปกติได้ 

ยาความดันโลหิตสูงบางชนิด เช่น ยา ACE inhibitors, ARBs อาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของไต ซึ่งถ้าเราไปพบแพทย์รับยาที่โรงพยาบาลทุกครั้งก็จะไม่เสี่ยงมากเท่ากับเราเลือกซื้อยาจากร้านใช้ต่อเนื่องเองโดยไม่ได้พบแพทย์ 

เหตุการณ์แบบหลังนี้ เราพบค่อนข้างบ่อยในผู้ป่วย เวลาถามว่าทำไมไม่ไปรับยาที่โรงพยาบาล ก็ได้รับคำตอบว่าไปทุกทีก็ได้เหมือนเดิม ไปแต่ละครั้งรอนาน ก็เลยเลือกไปซื้อยาเอง ทั้งๆ ที่บางคนมีสิทธิ์เบิกได้ จุดนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง จึงอยากให้อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ทุก 6 เดือนที่ผู้ป่วยต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจเช็คการทำงานของไต

อีกหนึ่งจำเลยที่มีโอกาสทำร้ายไตโดยไม่รู้ตัว คือ สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (หรือที่เราเรียก อาหารเสริม) เพราะสารที่อยู่ในสมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาจเป็นพิษต่อไต และบางครั้งยังพบแบบที่ผู้ประกอบการปลอมปนยา หรือสารเคมีบางอย่างที่เป็นพิษต่อไตด้วย

ถ้าไตไม่ดีจะมีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง สิ่งที่ดูง่ายที่สุดก็คือ สี ปริมาณ ความใสความขุ่นของปัสสาวะ ถ้าเข้มขึ้นหรือมีเลือดปน ขุ่นและมีฟอง ปัสสาวะบ่อยขึ้น หรือมีปริมาณน้อยลง เหล่านี้ฟ้องว่าไตน่าจะมีปัญหา ส่วนอาการอื่น ก็เช่นอาการบวมตามตัว มือ เท้า หน้า และจะมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ถ้าอาการแบบนี้เกิดขึ้นระหว่างใช้ยา หรือหลังจากใช้ยา ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที แม้จะยังไม่ถึงเวลานัด นำยาทั้งหมดที่กำลังใช้ รวมทั้งอาหารเสริมสมุนไพรที่ใช้อยู่ไปด้วย เพราะบ่อยครั้งที่อาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากยา แต่เกิดจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือสมุนไพรที่ท่านกำลังใช้อยู่นั่นเอง

พิษต่อไตจากยาเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ก็ป้องกันและจัดการได้ หากอยู่ในความดูแลของแพทย์ และเภสัชกร ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป แค่ผู้ป่วยต้องใช้ยาตามแพทย์สั่งและไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top