เชื้อไวรัส RSV ศัตรูตัวจิ๋วของเด็กเล็ก ระบาดช่วงปลายฝนต้นหนาว

เชื้อไวรัส RSV ศัตรูตัวจิ๋วของเด็กเล็ก ระบาดช่วงปลายฝนต้นหนาว

วันอังคาร ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในช่วงปลายฝนต้นหนาวของทุกปี เชื้อไวรัส RSV จะกลับมาระบาดในกลุ่มเด็กเล็ก โดยมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่ในบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบ ส่งผลต่อสุขภาพและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โรคนี้ไม่มีวิธีรักษาโดยตรง ต้องรักษาตามอาการเท่านั้น

แพทย์หญิงรติ ดิวิทยา กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ทั้งส่วนบนและส่วนล่าง สามารถติดเชื้อได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ส่วนมากมักเกิดในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี เชื้อไวรัสนี้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอกร่างกายได้นานหลายชั่วโมง และอยู่ที่มือของเราได้นานประมาณ 30 นาที


อาการของเชื้อไวรัส RSV มีลักษณะคล้ายไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ ไอ จาม คัดจมูกน้ำมูกไหล แต่เมื่ออาการลุกลาม อาจทำให้เกิดหลอดลมใหญ่อักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ หรือปอดอักเสบ โดยจะมีอาการไข้สูงไอแรง หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด หรือเสียงครืดคราดในลำคอ และมีเสมหะมากกว่าไข้หวัดธรรมดา เด็กเล็กไม่สามารถเอาน้ำมูกหรือเสมหะออกเองได้ ทำให้หายใจลำบาก

การติดเชื้อไวรัส RSV เกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อผ่านทางการไอ จาม ไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางตา จมูก ปาก หรือจากการจับมือในประเทศไทยมักพบเชื้อไวรัส RSV บ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว

การวินิจฉัยเชื้อไวรัส RSV แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจตรวจหาเชื้อโดยใช้เสมหะจากโพรงจมูก ในบางรายที่มีอาการรุนแรงแพทย์อาจตรวจเอกซเรย์ปอดเพื่อประกอบการวางแผนรักษา

ปัจจุบันมีวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อ RSV ได้ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กที่มีภาวะปอดเรื้อรัง โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือเด็กที่คลอดก่อนกำหนด วัคซีนนี้ใช้ในการลดความรุนแรงของโรค โดยการฉีดวัคซีนแบบโมโนโคลนอลแอนติบอดี (Palivizumab) ซึ่งให้ผลป้องกันได้ดี แต่ต้องฉีดซ้ำทุกเดือนในช่วงที่มีการระบาด การรักษาเชื้อไวรัส RSV เป็นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ เช่น ยาลดไข้ แก้ไอ ละลายเสมหะ สำหรับเด็กที่มีเสมหะเหนียวมาก ต้องพ่นยาขยายหลอดลม หรือน้ำเกลือผ่านทางออกซิเจนละอองฝอย เคาะปอดและดูดเสมหะออก การให้ยาปฏิชีวนะไม่มีความจำเป็นหากไม่มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

เชื้อไวรัส RSV สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ การป้องกันคือการล้างมือให้สะอาดใส่หน้ากากอนามัย ทำความสะอาดของเล่นเด็กบ่อยๆ หากมีคนในบ้านป่วยควรแยกและงดใช้ของส่วนตัวร่วมกัน หลีกเลี่ยงสัมผัสเด็กที่สงสัยว่าเป็นหวัด และไม่พาเด็กไปในที่ชุมชน สำหรับเด็กที่เข้าเนิร์สเซอร์รี่หรือโรงเรียน ควรหยุดเรียนทันทีเมื่อป่วยจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top