แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Ethnography Budapest

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Ethnography Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนบูดาเปสต์ และมีเวลาเหลือเฟือ หลังจากที่เยือนรัฐสภา ป้อมชาวประมง และโบสถ์จนหนำแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจของเมืองก็คือ Museum of Ethnography Budapestแม้ว่ามิวเซียมแห่งนี้จะไม่ได้อยู่ริมน้ำ แต่สถาปัตยกรรมภายนอก และของจัดแสดงภายในก็มีความน่าสนใจ Museum of Ethnography ที่ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1872 เคยเป็นส่วนหนึ่งของ Hungarian Nation Museum แต่เพิ่งได้รับการจัดตั้งเป็นสถาบันอิสระในปี 1892 ณ อาคาร Varkert Bazar ใกล้ปราสาทบูดาเปสต์ หลังจากใช้อาคารนี้ได้เพียงแค่ปีเดียว พวกเขาก็ต้องย้ายไปอยู่ในอาคารที่ถนน Csillag จนถึงปี 1906 ที่พวกเขาต้องทำการย้ายอีกครั้งไปอยู่ที่ Hall of Industry

เคราะห์ร้ายมาเยือนอีกครั้งในปี 1924 เมื่อพายุพัดเอาอาคารเสียหายและทำให้ของจัดแสดงบางอย่างสูญหาย พวกเขาก็ต้องย้ายที่ทำการอีกไปยังอาคารโรงเรียนจนเปิดทำการได้อีกครั้งในปี 1929 เมื่อมิวเซียมเปิดดำเนินการอีกครั้ง ของจัดแสดงทั้ง 30 ห้องก็เต็มไปด้วยงานพื้นบ้านของฮังการีและวัฒนธรรมโลก หลังสงครามโลกครั้งที่สองปี 1975 มิวเซียมได้ทำการย้ายสถานที่ตั้งอีกครั้งไปอยู่ที่ Palatial Hall of Justice ตรงข้ามกับรัฐสภา ต่อมารัฐบาลได้มีดำริให้ย้ายมิวเซียมอีกครั้งไปยังบริเวณสวนสาธารณะกลางเมืองอันเป็นพื้นที่สีเขียวที่ใหญ่ที่สุดของเมืองโดยได้รับการออกแบบโดย Napur Architect Ltd.


รัฐบาลมีความตั้งใจให้มิวเซียมแห่งนี้ไม่เป็นเพียงที่สะสมงานที่สามารถแตะต้องได้และมีคุณค่าทางวัฒนธรรม แต่ยังหมายรวมถึงเป็นสถานที่ทำวิจัยเกี่ยวกับชาติพันธุ์ที่สำคัญที่สุดของประเทศด้วย ของจัดแสดงมาจากหลายทวีป ที่เกี่ยวกับแอฟริกามาจากเกาะ Madagascar มีมากถึง 10,500 ชิ้น ขณะที่ของจัดแสดงจากเอเชียมีมากถึง 13,000 ชิ้นโดย 4/5 เป็นของสะสมระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20ของจัดแสดงของเอเชียมีทั้งของญี่ปุ่น จีน อินเดีย มองโกเลีย และตุรกี ส่วนของ Oceaniaที่มีมากถึง 14,500 ชิ้นนั้น ถือว่ามีจำนวนมหาศาลจนเป็นที่เลื่องลือระดับนานาชาติยิ่งกว่านั้นที่นี่ยังมีของจัดแสดงจากอินโดนีเซียมากถึง 4 พันชิ้น โดยเป็นของจัดแสดงตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยมาจากชวาและบอร์เนียว

ส่วนของจัดแสดงจากอเมริกันที่มี 8,300 ชิ้นนั้น ถือว่ามีจำนวนน้อยที่สุดในกลุ่มชาติพันธุ์อื่น แม้ของจัดแสดงเหล่านี้จะเป็นของเก่าของ Janos Xantus ผู้ก่อตั้งที่สะสมมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1850 ก็ตาม ส่วนของจัดแสดงของยุโรปที่มีกว่า 10,000 ชิ้นนั้นเป็นของชุดแรกที่มิวเซียมครอบครองเป็นงานของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับกลุ่ม Finno-Ugric ที่มีความสัมพันธ์กับชาวฮังกาเรียน ส่วนของจัดแสดงในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ก็เป็นของประชาชนที่อาศัยในรัชสมัยของ Austro-Hungarian ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องดนตรี เครื่องหนัง เครื่องประดับ หรือเซรามิก

ของจัดแสดงเกี่ยวกับชาติพันธุ์และวัฒนธรรมของฮังการีตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นของจัดแสดงที่สะท้อนให้เห็นถึงความทันสมัย การเปลี่ยนแปลงสู่เมืองและโลกาภิวัตน์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ของใช้ในชีวิตประจำวัน ในงานเทศกาล ในการทำงาน ทำมาหากิน อาทิ การตกปลา การทำการเกษตร การล่าสัตว์ เครื่องมือในการเย็บปักถักร้อย งานศิลปะ งานฝีมือ การค้า การขนส่ง การก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ของเล่น ฯลฯนักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเยือนไม่เพียงจะสามารถตื่นตาตื่นใจกับวิธีจัดแสดงตั้งแต่ด้านหน้าที่ใช้เทคโนโลยีในการอธิบายแบบจำลองของเมืองได้อย่างน่าทึ่ง ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของทั่วโลกด้วยวิธีนำเสนอที่น่าสนใจ ยังสามารถสนุกสนานกับของจัดแสดงนานาชนิดที่มีอยู่อย่างละลานตาได้อย่างไม่รู้เบื่อเลยทีเดียว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top