LIFE & HEALTH : โรคไข้หวัดใหญ่ ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

LIFE & HEALTH : โรคไข้หวัดใหญ่ ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.
Tag :

โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่มีความรุนแรงมากกว่าไวรัสทางเดินหายใจอื่นๆ แพร่กระจายได้ง่ายผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม โดยพบการระบาดและผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากฤดูหนาวที่ยาวนานกว่าทุกปี ซึ่งไข้หวัดใหญ่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย อาจนำไปสู่ภาวะวิกฤตหรือเสียชีวิตได้โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงเช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว

ข้อมูลจาก พญ.วรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้นได้ตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล ไข้หวัดใหญ่ต่างจากไข้หวัดทั่วไป เพราะมีอาการรุนแรงกว่าและอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และโรคปอดเรื้อรังไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่กระจายผ่านละอองฝอยขนาดเล็กจากการไอหรือจาม และสามารถติดต่อได้ทางการสัมผัสพื้นผิวหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส เช่น ลูกบิดประตูโทรศัพท์มือถือ หรือโต๊ะทำงาน แล้วนำมือไปสัมผัสใบหน้า (ตา, จมูก, ปาก) ระยะฟักตัวของไข้หวัดใหญ่อยู่ที่ 1-4 วันโดยผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อได้ ตั้งแต่ 1 วันก่อนแสดงอาการ ไปจนถึง 5-7 วันหลังจากมีอาการแรกเริ่ม สำหรับเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจแพร่เชื้อได้นานกว่านี้


ไข้หวัดใหญ่มักมีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไป และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยมีอาการหลัก ดังนี้

l ไข้สูง (38-40°c) เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

l ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณหลัง แขน ขา

l ปวดศีรษะรุนแรง รู้สึกหนักศีรษะหรือหรือเวียนศีรษะ

l อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง อาการอาจคงอยู่นานหลายวัน

l ไอแห้งหรือไอมีเสมหะ อาจมีอาการเจ็บคอร่วมด้วย

l น้ำมูกไหล คัดจมูก แต่ไม่เด่นชัดเท่ากับไข้หวัดทั่วไป

l หนาวสั่น เหงื่อออก เนื่องจากไข้ขึ้นสูง

l เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนพบได้บ่อยในเด็ก

อาการส่วนใหญ่มักดีขึ้นภายใน 7-10 วัน แต่ในบางกรณีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ โดยมีกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ง่าย คือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี, ผู้สูงอายุ,หญิงตั้งครรภ์, ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง (เบาหวานโรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคตับ)และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ติดเชื้อ HIV

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ควรระวัง

l ปอดอักเสบ (Pneumonia) : เชื้อไวรัสสามารถลุกลามเข้าสู่ปอด ทำให้หายใจลำบาก อาจเกิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่เองหรือจากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

l กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) : ทำให้หัวใจอ่อนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว

l สมองอักเสบ (Encephalitis) : ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรง ชักหรือหมดสติ

l ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว (Sepsis) : ทำให้ความดันโลหิตต่ำจนเป็นอันตรายถึงชีวิต กล้ามเนื้ออักเสบและไตวายบางรายอาจมีอาการปวดกล้ามเนื้อรุนแรง (Rhabdomyolysis) และเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน

l ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Respiratory Distress Syndrome-ARDS) เป็นภาวะที่อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยวิกฤต

โดยไวรัสไข้หวัดใหญ่ แบ่งออกเป็น 4 สายพันธุ์หลัก ได้แก่

1. สายพันธุ์ A เป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงและเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก พบเป็นสายพันธุ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประเทศไทย

2.สายพันธุ์ B มักระบาดตามฤดูกาลและอาการไม่รุนแรงเท่าสายพันธุ์ A

3.สายพันธุ์ C มีอาการไม่รุนแรงและไม่ทำให้เกิดการระบาดใหญ่

4.สายพันธุ์ D พบการระบาดในสัตว์เท่านั้น และยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรคในมนุษย์

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ จะช่วยลดโอกาสป่วย ลดอัตราการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อน นอกจากนี้ยังแนะนำให้ดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ได้แก่ หมั่นล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย งดใช้ของส่วนตัวร่วมกันรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะสามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอประชาสัมพันธ์ข้อมูลจาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในการรณรงค์ส่งเสริมให้ผู้บริจาคโลหิตมีการบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอทุก 3 เดือนหรือปีละ 4 ครั้ง การบริจาคโลหิต เป็นการสละโลหิตส่วนที่ร่างกายยังไม่จำเป็นต้องใช้มาให้กับผู้ป่วย โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆแก่ร่างกาย ทั้งนี้ ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตทั่วประเทศ ได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์, หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน สาขาท่าพระ ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง), ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต, โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตทั่วประเทศ สอบถามได้ที่ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตฯ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร.02-2564300, 02-2639600-99 ต่อ 1101, 1760, 1761 หรือ www.blooddonationthai.com

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top