จุฬาฯ จับมือ 5 องค์กรธุรกิจชั้นนำสร้างหลักสูตร ‘Chula LGO’ ปั้นทักษะผู้นำไทยแห่งโลกอนาคต

จุฬาฯ จับมือ 5 องค์กรธุรกิจชั้นนำสร้างหลักสูตร ‘Chula LGO’ ปั้นทักษะผู้นำไทยแห่งโลกอนาคต

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.
Tag :

นับเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในระบบการศึกษาไทย เมื่อ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับ  5 องค์กรชั้นนำ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน), บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผลักดันหลักสูตรควบสองปริญญาโท Chula LGO ด้วยความร่วมมือกับ Massachusetts Institute of Technology (MIT) Leaders for Global Operations  เพื่อสร้างผู้นำธุรกิจเชิงนวัตกรรมแห่งอนาคต ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน  โดยผู้สนใจสามารถคลิกดูรายละเอียด และสมัครเรียนได้ที่ chulalgo.com ตั้งแต่บัดนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยหลักสูตร MBA คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี  และหลักสูตรนวัตวิศวกรรมเพื่อความยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์  ร่วมกับ MIT สหรัฐอเมริกา ริเริ่มหลักสูตรปริญญาโท Chula LGO เพื่อสร้างชุมชนผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรม ซึ่งรวมเอาความรู้เชิงลึกด้านวิศวกรรม การดำเนินงาน และกรอบความคิดทางธุรกิจ เข้าไว้ด้วยกัน อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนโซลูชั่นส์อุตสาหกรรมที่จะรับมือกับความท้าทายระดับโลก


Chula Leaders for Global Operations (Chula LGO) ซึ่งเป็นหลักสูตรควบสองปริญญาโท จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี โดยผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญา วท.ม. สาขานวัตวิศวกรรมเพื่อความยั่งยืน (Master of Science in Innovative Engineering for Sustainability) และ บธ.ม. สาขาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (Master of Business Administration) พร้อมด้วยประกาศนียบัตร MIT LGO เพื่อเร่งสร้างผู้นำรุ่นใหม่เปี่ยมด้วยทักษะและศักยภาพทัดเทียมนานาชาติ อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวทันโลกแห่งอนาคต และสร้างเศรษฐกิจประเทศชาติอย่างยั่งยืน จุฬาฯ เปิดหลักสูตรได้อย่างแข็งแกร่งขึ้น เมื่อได้รับคำมั่นสัญญาจาก 5 พันธมิตร ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตร จึงเป็นอีกหมุดหมายสำคัญที่จะสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ทักษะ ทั้งด้านวิศวกรรม การบริหาร และนวัตกรรม ซึ่งเราต้องการเดินหน้าความร่วมมือต่อเนื่องในระยะยาว"

องค์กรผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตรเห็นพ้องว่า “มนุษย์” คือทรัพยากรสำคัญที่สุดของเศรษฐกิจไทย จะเป็นแรงขับเคลื่อนความสามารถแข่งขันของประเทศในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ผมมีโอกาสทำงานและบริหารธุรกิจมาถึงวันนี้ได้ ก็เพราะได้เรียนหนังสือ มีการศึกษาที่ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ดังนั้น ผมก็อยากให้ประเทศไทยมีการศึกษาที่ดีเพื่อจะได้มีการพัฒนาที่ดีขึ้น ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยบ่มเพาะผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมและสามารถแข่งขันในเวทีระดับโลกได้

ในสถานการณ์โลกปัจจุบันที่มีความท้าทายหลากหลาย และอนาคตมีความไม่แน่นอนสูง ผู้นำธุรกิจจะต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา สามารถมองไปข้างหน้าได้ว่า จะมีอะไรเกิดขึ้น และต้องเตรียมตัวอย่างไร ดังนั้น การพัฒนาการศึกษา ทักษะ และทรัพยากรมนุษย์ จึงเป็นกุญแจสำคัญในพัฒนากระบวนการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพและสร้างโอกาสใหม่ๆ ได้  ซึ่งเป็นเหตุผลที่ธนาคารกรุงเทพภูมิใจที่ได้ร่วมก่อตั้งหลักสูตร Chula LGO

ชาติศิริ อธิบายว่า “หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการทำงานกับภาคธุรกิจเอกชน โดยเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้นิสิตเผชิญกับความท้าทายในโลกแห่งความเป็นจริง สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อความมั่นคงของคนรุ่นต่อๆ ไป”

นอกจากได้รับสิทธิ์เข้าร่วมในคณะกรรมการกำกับดูแล (Governing Board) ในฐานะพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตรแล้ว ธนาคารกรุงเทพ ยังสนับสนุนนิสิต Chula LGO ที่ได้รับทุนศึกษาต่อ หรือทำการวิจัยเฉพาะด้าน (Fellowship Program) โดยให้โอกาสการเรียนรู้ในสถานประกอบการจริง

อาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก ซึ่งหลักสูตร Chula LGO สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ โดยความสำคัญเชิงกลยุทธ์ และผลกระทบระยะยาวของหลักสูตร Chula LGO จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย และยังเป็นประโยชน์ต่ออินโดรามา เวนเจอร์สอีกด้วย

"การฝึกงานเป็นเวลา 6 เดือนที่อินโดรามา เวนเจอร์ส จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ถึงห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจทั้งหมด เพราะเราเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลก และมีหลากหลายด้านให้เรียนรู้ ซึ่งรวมถึง AI เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบซัพพลายเชน และความยั่งยืน ดังนั้น การฝึกงานนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะพวกเขาจะได้รับประสบการณ์ระดับสากลจากการทำงาน และเมื่อจบหลักสูตรแล้ว อินโดรามา เวนเจอร์ส ยังเสนอโอกาสให้ผู้เรียนที่มีศักยภาพสามารถทำงานกับบริษัทได้อีกด้วย

หากเราสามารถพัฒนาผู้นำชาวไทยที่มีความสามารถให้ก้าวสู่บทบาทซึ่งเดิมมักเป็นตำแหน่งของผู้บริหารต่างชาติได้ จะถือเป็นความสำเร็จสำคัญของหลักสูตรนี้ การนำผู้บริหารต่างชาติเข้ามาอาจช่วยเติมเต็มช่องว่างด้านบุคลากร แต่ไม่ได้สร้างการพัฒนาศักยภาพผู้นำไทยในระยะยาว เมื่อผู้เชี่ยวชาญชาวไทยสามารถเติบโตจนถึงระดับผู้บริหารอาวุโสได้ จะช่วยเสริมความสอดคล้องทางวัฒนธรรมภายในองค์กร และทำให้บริษัทสามารถใช้จุดแข็งของคุณค่าความเป็นไทย เช่น ความเอื้ออาทร ความร่วมมือ และความกลมกลืนทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเหนือคู่แข่งจากตะวันตกได้อย่างเต็มที่”

ซุนดาราม ไอเยอร์ Head of Banpu Academy บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บ้านปูให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพคนมาโดยตลอด และได้ร่วมงานกับสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn School of Integrated Innovation – CSII) และ Sasin Action Learning Lab มาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือนี้จึงขยายสู่หลักสูตร Chula LGO ในฐานะพันธมิตรที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างบุคลากรที่พร้อมสำหรับโลกการทำงานจริง

“ที่ผ่านมา บ้านปูได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนองค์ความรู้และประสบการณ์ให้กับจุฬาฯ อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในการพัฒนาหลักสูตรและการเสริมทักษะให้นิสิต เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ทันทีหลังจบการศึกษา และในปัจจุบัน บุคลากรของบ้านปูจะได้มีบทบาทโดยตรงมากขึ้นในฐานะหนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาหลักสูตร Chula LGO ร่วมกับพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้ง

สำหรับ Chula LGO เราตั้งเป้าสร้างผลกระทบเชิงคุณภาพระยะยาว เราจะร่วมพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมในเอเชีย–แปซิฟิก ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน”

ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า เป็นโอกาสที่ดีของนิสิตไทย เพราะหลักสูตร LGO เป็นเรือธงที่มีการประสานความเข้มข้นทั้งเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม กับความเป็นเลิศทางด้านการบริหารธุรกิจ ซึ่งผู้นำรุ่นใหม่ต้องมีความรู้และทักษะทั้งสองด้าน  โดย Chula LGO ใช้มาตรฐานของ MIT ผสานเข้ากับบริบทของไทย

"หลักสูตรนี้เป็นการเรียนรู้แห่งอนาคต (Future Learning) โดยนิสิตจะได้เรียนทั้งทฤษฎีทั้งสองสาขา แล้วมาลองทำงานจริงกับบริษัทที่ร่วมก่อตั้ง เรากำลังเปลี่ยนจากความรู้ มาเป็นความเข้าใจ และจากความเข้ามาใจมาเป็นทักษะ ซึ่งเอสซีจีมีธุรกิจหลากหลายมาก และเปิดให้นิสิตเลือกตามความถนัดและความชอบ"  

ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีของซีพีกรุ๊ป กล่าวว่า โครงการริเริ่มนี้เป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ในการร่วมสร้างสรรค์โครงการที่มีผลกระทบสูงที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในธุรกิจที่หลากหลายของซีพี และสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และความร่วมมือกับ Chula LGO จะพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคลึกซึ้ง มีความคิดเชิงกลยุทธ์ และมีความเป็นผู้นำอย่างรับผิดชอบ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอนาคตดิจิทัลของประเทศไทย

"เรามุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพด้าน AI และดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก ซึ่งการเรียนจากการปฏิบัติจริง (Action Learning)  คือ หัวใจสำคัญในการสร้างผู้นำด้าน AI และ ดิจิทัล ที่ประเทศไทยกำลังต้องการเร่งด่วน”

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top