รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สร้างภูมิให้ร่างกายสู้ภัย PM 2.5

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สร้างภูมิให้ร่างกายสู้ภัย PM 2.5

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.29 น.

ต้องบอกตรง ๆ ว่าช่วงนี้ประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับ PM 2.5 หนักหน่วงสุด ๆ เมื่อตื่นลืมตาแล้วเปิดหน้าต่างมองไปนอกห้อง ก็เห็นทันทีว่ามีฝุ่นพิษ PM 2.5 จัดมาก ทำให้วิตกว่าแล้วเราจะรอดพ้นมะเร็งปอดได้ไหมหนอ แต่หากจะบอกว่า คิดมากไปหรือไหม คำตอบคือ ไม่เลย เพราะว่ามีฝุ่นพิษ PM 2.5 จัดมาก มากจนอดหวาดวิตกไม่ได้

ปกติแล้วเวลาเราหายใจ ขนจมูกและน้ำมูกจะช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดใหญ่ได้ แต่ไม่สามารถจับ PM 2.5 ได้ เพราะมันเดินทางผ่านหลอดลมเข้าสู่ถุงลมปอด แล้วซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรงทันทีที่หายใจสูดมันเข้าไป แล้วที่หนักกว่านั้นคือในฝุ่นพิษนี้ยังมีสิ่งแปลกปลอม เช่น โลหะหนัก สารเคมี และสารก่อมะเร็ง เมื่อมันหลุดเข้าสู่กระแสเลือด ร่างกายจะมองว่ามันเป็นผู้บุกรุก จึงส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันตื่นตัว แล้วพากันปล่อยสารอักเสบออกมาเพื่อต่อสู้ แล้วยังทำให้เราเกิดภาวะอักเสบกระจายไปทั่วร่างกาย 


ฝุ่นพิษ PM 2.5 กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระในปริมาณมหาศาล ส่งผลให้เซลล์ต่าง ๆ ของเราเสื่อมสภาพเร็วและยังก่ออาการโดยทำให้ผิวหนังแพ้ง่าย เกิดริ้วรอย และหากร่างกายได้รับฝุ่นพิษนี้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็อาจนำไปสู่โรคเรื้อรัง เช่น ภูมิแพ้กำเริบ หอบหืด หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็ง

ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำหน้าที่เหมือนกับทหารคอยปกป้องบ้านเมือง คอยฟาดฟันทำลายศัตรู เมื่อศัตรูคือฝุ่นพิษ PM 2.5 อยู่รายล้อมรอบตัวเราแบบนี้ จึงต้องเช็คว่าระบบภูมิคุ้มกันของเรายังทำงานเก่งแบบรับมือกับมันไหวหรือไม่ ภูมิคุ้มกันของเราทำงานไหวไหม ช่วยปกป้องร่างกายของเราได้หรือไม่ 

ลองสังเกตดูว่าใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เรามีอาการต่อไปนี้บ้างหรือไม่ เช่น หายใจช้ากว่าปกติ คัดจมูก มีน้ำมูก ไอแห้งตลอด ๆ แม้ว่าจะพักผ่อนหรือกินยาแล้วก็ตาม ผิวหนังมีผื่นคัน แพ้ง่ายกว่าปกติ หรือมีผื่นขึ้นในที่ที่ไม่ควรขึ้น มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง นอนนานก็จริงแต่ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น สมองตื้อ คิดอะไรก็ช้า ตาอักเสบหรือแห้งผิดปกติ แสบตา ตาแดง มีขี้ตา และสัญญาณสุดท้ายคือ ป่วยง่าย เจ็บคอบ่อย ๆ เป็นหวัดง่าย แบบนี้แสดงว่าภูมิคุ้มของเราไม่ดี ร่างกายแย่แล้ว

สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ อย่าพาตัวไปอยู่ท่ามกลางฝุ่นพิษ ซึ่งพูดง่ายแต่ทำยากมาก ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่พอช่วยได้ก็คือ ต้องดูแลตัวเองให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้พอ โดยต้องนอนให้มีคุณภาพด้วย นอนในที่ปลอดภัยที่ไร้ฝุ่นพิษและมลพิษอื่น ๆ ควรติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ แต่ถ้าไม่มีเครื่องฟอกอากาศ อย่างน้อยก็เช็ดพื้นกำจัดฝุ่นเป็นประจำ และหมั่นจิบน้ำตลอดเวลาในยามตื่น 
หลายคนเมื่อเห็นฝุ่นพิษแล้วรีบวิ่งเข้าร้านยา หาซื้อวิตามินกินจนวุ่นวาย แต่หารู้ไม่ว่า จริง ๆ แล้วเราควรเริ่มจากการล้างพิษด้วยการดื่มน้ำให้พอ จิบน้อย ๆ  แต่บ่อย ๆ โดยทั้งวันให้ได้ 1.5-2 ลิตร คุณูปการของการดื่มน้ำให้เพียงพอ คือช่วยให้ระบบน้ำเหลืองกำจัดของเสียได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอีกอย่างหนึ่งคือ ล้างจมูกให้บ่อยขึ้น จะช่วยเคลียร์ฝุ่นพิษที่ติดในโพรงจมูกได้ ซึ่งเหมาะมากกับวันที่ต้องอยู่กลางแจ้งนาน ๆ แต่ที่ละเลยไม่ได้คือ ให้ความสำคัญกับอาหารการกิน ต้องกินครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้หลากสี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักผลไม้ อย่าลืมว่าอาหารไทยมีเครื่องแกง และเครื่องเทศต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมภูมิต้านอักเสบได้ เช่น ขิง หอมแดง หอมใหญ่ ขมิ้นชัน เลือกกินเมนูเหล่านี้ให้มากขึ้นในช่วงมีฝุ่นพิษมาก ๆ แล้วต้องงดเหล้า บุหรี่ เพราะมันเป็นตัวเพิ่มการอักเสบ และทำให้มีอนุมูลอิสระเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย แล้วก็ต้องงดอาหารที่มีไขมันสูง อาหารหวาน ๆ ทั้งหลาย ย้ำว่าเลี่ยงได้ก็ต้องเลี่ยง

จากข้อมูลย้อนหลังและพยากรณ์อากาศทำให้เห็นว่าฝุ่นพิษ PM 2.5 มีมากในช่วงธันวาคมถึงเมษายนทุกปีแต่ช่วงที่หนักที่สุดคือมกราคมถึงมีนาคม โดยเดือนที่โหดร้ายที่สุดที่ได้จากสถิติ IQAir และกรมควบคุมมลพิษคือเดือนมีนาคม เป็นเดือนที่ค่าฝุ่นพิษพุ่งสูงที่สุดในรอบปี เพราะอากาศแห้งจัด ลมสงบนิ่ง ทำให้ฝุ่นสะสมตัวหนาแน่น แต่ฝุ่นพิษ PM 2.5 จะหมดไปก็เมื่อมีฝนตกลงมา ดังนั้น ต้องใส่ใจดูแลตัวเองให้ดี ตราบใดที่มียังฝุ่นพิษ เราก็ต้องใส่ใจดูแลสุขภาพของเราให้มากขึ้น

 

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top