ชวนชมนิทรรศการ “ใต้ร่มพระบารมี 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย”

ชวนชมนิทรรศการ “ใต้ร่มพระบารมี 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย”

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.54 น.
Tag :

บริเวณวงเวียนรอบสระน้ำหน้าอาคารสถานเสาวภา สภากาชาดไทย พื้นที่ที่บรรยากาศร่มรื่นและมีผู้คนมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสัญจรผ่านไปมาอย่างไม่ขาดสาย ณ เวลานี้ ได้มีการจัดนิทรรศการตั้งตระหง่านเต็มพื้นที่โดยรอบ ที่บอกเล่าเรื่องราวและภาพถ่ายแห่งความทรงจำของพระผู้ทรงเป็นดวงใจแห่งสภากาชาดไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ซึ่งนิทรรศการสุดประทับใจครั้งนี้ มีรายละเอียดมากมายที่รอให้ผู้ที่มาชมได้ติดตาม

จิราพร ศรีสอ้าน ผู้อำนวยการสำนักสารนิเทศและสื่อสารองค์กร สภากาชาดไทย เผยถึงจุดเริ่มต้นในการจัดทำนิทรรศการในครั้งนี้ กล่าวว่า ในฐานะที่เราเป็นคนทำงานด้านการสื่อสารองค์กร เราอยากให้ทุกคนได้รับทราบถึงพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณที่มากมายเหลือเกิน ในฐานะองค์สภานายิกาสภากาชาดไทยตลอด 69 ปีที่ผ่านมา เราจึงร้อยเรียงเรื่องราวของพระองค์ท่าน สื่อสารผ่านนิทรรศการกลางแจ้งแห่งนี้


“เนื้อหาของนิทรรศการเราเน้นที่ภาพถ่ายที่เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านอาจยังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ก็จะได้เห็นกันที่นี่ ซึ่งแต่ละภาพล้วนเล่าเรื่องราวพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงวางรากฐานให้สภากาชาดไทย ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ คือ พระบรมฉายาลักษณ์บริเวณด้านหน้านิทรรศการ ภาพนี้ภาพเดียว สื่อถึงความหมายที่พวกเราสภากาชาดไทยล้วนซาบซึ้งในพระมาหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้”

เมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณนิทรรศการ จะได้พบกับพระบรมฉายาลักษณ์ขนาดใหญ่ขององค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ที่ทรงพระสิริโฉมงดงาม และพระพักตร์เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา ซึ่งเบื้องหลังภาพนี้ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวอันทรงคุณค่าต่อสภากาชาดไทย จากการที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายและอุทิศพระองค์ เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมผู้อพยพชาวกัมพูชาเป็นการฉุกเฉินที่เขาล้าน จ.ตราด ด้วยพระองค์เอง ทรงมีพระเสาวนีย์ให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ชั่วคราวเพื่อเป็นที่พักพิงของผู้อพยพ และกลายเป็นศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน ในปัจจุบัน

ท่านผู้หญิงที่เคยตามเสด็จฯ ในครั้งนั้นเล่าให้ฟังว่า “พระองค์ทรงมีพระกระแสรับสั่งว่า ต้องช่วยเหลือโดยทันที ถ้ายังไม่ได้ดำเนินการให้เรียบร้อย พระองค์ท่านก็จะไม่เสด็จกลับ” ผู้อำนวยการจิราพร เล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ผ่านพระราชกรณียกิจ ณ เขาล้าน เมื่อปี พ.ศ. 2522 “พระองค์ท่านเตรียมการอย่างละเอียดมากเพื่อช่วยเหลือทุกคน โดยเฉพาะเด็ก ๆ และในทุกวันนี้ ทุกคนยังรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของท่านอยู่ ภาพนี้จึงเป็นภาพที่ติดอยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คน ซึ่งพระเมตตาในครั้งนั้นล้วนเกิดจากพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของประชาชน โดยไม่เลือก ชนชั้น วรรณะ ศาสนา หรือเชื้อชาติ ตามหลักกาชาดสากล เรารู้สึกว่าภาพสามารถเล่าเรื่องได้จริง ๆ จึงได้เลือกภาพนี้เป็นภาพแรกของนิทรรศการที่ทุกคนจะได้เห็น”

เนื้อหาในนิทรรศการจะดำเนินเรื่องราวผ่านพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจขององค์กรกาชาดและสภากาชาดไทยทั้ง 4 ด้าน ทั้งในด้านการแพทย์และสุขภาพอนามัย ด้านการบรรเทาทุกข์ ด้านการบริการโลหิต และด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต อีกทั้งยังรวมไปถึงพระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศ ด้านสิ่งแวดล้อม และการรวบรวมพระราชปณิธานผ่านพระราชดำรัสที่พระองค์เคยพระราชทานไว้ในโอกาสต่าง ๆ และอีกมากมายบรรจุไว้ในนิทรรศการแห่งนี้

นอกจากนี้ยังมีความพิเศษที่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ สอดแทรกอยู่ เช่น ลวดลายที่ประดับโดยรอบนิทรรศการได้รับแรงบันดาลใจของลายผ้าไทย จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ที่พระองค์ทรงจัดตั้งขึ้นส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ชนบทอันห่างไกล รวมถึงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่รอให้ทุกท่านได้มารับชม และค้นหาถึงความหมายที่ซ่อนอยู่รอบวงเวียนหน้าอาคารสถานเสาวภาแห่งนี้

แม้พื้นที่จัดแสดงรอบสระน้ำหน้าอาคารเสาวภา จะมีระยะทางที่ทอดยาวเพื่อบรรจุเรื่องราวแห่งพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านได้จำนวนมาก แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะแสดงได้ทั้งหมด เพราะตลอดทั้ง 69 ปี ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงมีพระราชกรณียกิจของพระองค์นับไม่ถ้วน อันเป็นคุณูปการแก่สภากาชาดไทยและพสกนิกรไทยใต้ร่มพระบารมี

จิราพร ศรีสอ้าน

“นี่เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อสภากาชาดไทย เราอยากให้ทุกคนได้รับรู้เหมือนกับที่เรารู้ รวมถึงอยากส่งต่อให้คนรุ่นหลัง ๆ แม้จะไม่ได้เห็นพระองค์ทรงงานจริงด้วยตา แต่ว่าเราสามารถที่จะนำพระราชกรณียกิจ พระราชปณิธาน พระราชดำรัสต่าง ๆ มากมายของพระองค์ท่าน มาเป็นแบบอย่าง มาเป็นแนวปฏิบัติ ทั้งต่อตัวเอง ต่อครอบครัว และต่อสังคม เชื่อว่าสิ่งที่พระองค์ทรงให้ไว้จะสามารถทำให้พวกเรามีชีวิตที่ดีได้ และทำให้รู้สึกว่าเราเป็นคนที่สามารถทำอะไรให้กับสังคมได้เช่นกัน” ผู้อำนวยการจิราพร กล่าวทิ้งท้ายถึงแรงบันดาลใจในการจัดทำนิทรรศการนี้

นิทรรศการ “ใต้ร่มพระบารมี 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” จัดแสดงบริเวรรอบสระน้ำ หน้าอาคารสถานเสาวภา สภากาชาดไทย และจะตั้งอยู่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามารับชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรับรองได้ว่านิทรรศการแห่งนี้จะค่อย ๆ นำพาทุกท่านไปพบกับเรื่องราวอันทรงคุณค่า อย่างต่อเนื่อง เต็มอิ่ม และประทับใจ ที่พระองค์ทรงเป็นผู้ให้แก่ประชาชนใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ ในฐานะองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top