วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
หากย้อนกลับไปในช่วงปีที่ผ่านมา บทสนทนาเรื่อง CBD หรือ Cannabidiol ในไทย ถูกขับเคลื่อนด้วยความอยากรู้อยากเห็น หรือการทดลองใช้ตามกระแสความนิยมที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่วันนี้ภาพเหล่านั้นได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อ “ความอยากรู้อยากลอง” ถูกแทนที่ด้วยผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลและความเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์
ปัจจุบัน CBD ได้ขยับจากจุดที่เป็นเพียง “กระแสทางเลือก” สู่การเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตอย่างเต็มตัว เราเริ่มเห็นการผสาน CBD เข้ากับกิจวัตรประจำวันอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อเพิ่มสมาธิในวันทำงานที่เร่งรีบ การฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย การจัดการความเครียด หรือแม้แต่การช่วยให้นอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ การเปลี่ยนแปลงนี้ได้สะท้อนถึงเทรนด์สุขภาพโลกที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) ผ่านพลังจากธรรมชาติ ซึ่งผู้คนต่างตั้งใจมองหาวิธีดูแลตัวเองในแบบองค์รวมที่อ่อนโยน และไม่รบกวนสมดุลของชีวิต โดย CBD ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันอย่างกลมกลืนไม่ต่างจากวัฒนธรรมการดื่มมัทฉะ การทานวิตามินเสริม หรือการมีสกินแคร์รูทีนเพื่อดูแลผิว

หนึ่งในเทรนด์ CBD ที่น่าจับตามองและกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงคือ "Micro-dosing" หรือการใช้ในปริมาณน้อยแต่สม่ำเสมอ เพื่อมุ่งเน้นผลลัพท์ที่ต่อเนื่องและควบคุมได้ มากกว่าการใช้ในปริมาณสูงเพียงเพื่อหวังผลลัพธ์แบบเฉียบพลันแค่ชั่วครั้งชั่วคราว การปรับตัวนี้สอดรับกับกระแสการดูแลตัวเองแบบเฉพาะบุคคล ที่ผู้คนเริ่มเลือกใช้ CBD ในการตอบโจทย์ความต้องการของตนเองในแต่ละวันอย่างแท้จริง
เมื่อผู้บริโภคยุคใหม่ขจัดอคติและเปิดรับด้วยความเข้าใจ คำถามของผู้บริโภคจึงไม่ใช่แค่ "มันคืออะไร?" อีกต่อไป แต่กลับเป็นคำถามที่สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต เช่น "สิ่งนี้ปลอดภัยไหม?" "ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่?" "เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของฉันหรือเปล่า?" และที่สำคัญที่สุดคือ "ฉันจะใช้สิ่งนี้เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของตัวเองให้ดีขึ้นได้อย่างไร?" โดยรายงานจาก Brightfield Group ในปี 2567 ระบุว่า ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจซื้อ CBD ของผู้บริโภคกว่า 68% คือการใช้งานที่เห็นผลจริง และ 57% คือความไว้วางใจที่มีต่อแบรนด์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในตลาดนี้ ความเชื่อมั่นมีค่ามากกว่าการแข่งขันด้านราคา
ในวันที่ตัวเลือกมีมากขึ้น ความสับสนก็เพิ่มขึ้นตามมาทั้งในแง่ของความแตกต่างระหว่าง CBD กับ THC (Tetrahydrocannabinol) เพื่อสันทนาการ รวมไปถึงการสื่อสารด้วยภาษาวิชาการหรือการแพทย์ ที่ซับซ้อนและเข้าใจยาก สิ่งเหล่านี้กลายเป็นโจทย์สำคัญที่แบรนด์ต้องให้ความสำคัญ เพื่อเปลี่ยนความสับสนให้เป็นความเชื่อมั่นและเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน

อนาคตของ CBD ในปี 2026 จึงไม่ใช่การแข่งขันที่ความเร็วหรือการสร้างกระแสเพียงชั่วคราว แต่ในวันที่ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น แบรนด์ที่จะอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนคือแบรนด์ที่ยืนหยัดบนรากฐานของความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม โดยใช้ภาษาของงานดีไซน์ที่เข้าถึงง่ายมาเปลี่ยนบทสนทนาให้ CBD กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่อย่างกลมกลืน ทั้งในด้านการสร้างสมดุล ความผ่อนคลาย ความปลอดโปร่ง และการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของไลฟ์สไตล์ในยุคนี้ เมื่อตัวเลือกในตลาดมีมากขึ้น "ความเชื่อมั่น" จึงกลายเป็นบรรทัดฐานlสำคัญที่ทำให้แบรนด์โดดเด่นออกมาจากคู่แข่งได้อย่างชัดเจน
Diip ยืนหยัดในฐานะผู้นำที่มุ่งเน้นการส่งต่อความรู้และคำแนะนำที่ตรงไปตรงมา ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ขอบเขตการใช้งาน และวิธีใช้ที่เหมาะสม เพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองได้อย่างมั่นใจ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาหลากหลายรูปแบบ ให้สอดคล้องกับทุกไลฟ์สไตล์คนไทยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น กัมมี่ ออยล์ดรอปเปอร์ และแคปซูล โดย Diip ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและการควบคุมคุณภาพภายใต้มาตรฐานสากลแบบครบวงจรในประเทศไทย ตั้งแต่การปลูก การสกัด การคิดค้นสูตร ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพราะสำหรับ Diip อนาคตของ CBD คือการเติบโตอย่างรับผิดชอบไปพร้อมกับผู้บริโภค เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน พบกับ Diip ได้แล้วที่ ช็อปออนไลน์ วิลล่ามาร์เก็ต บิวเทรี่ยม และร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://goodneighborsbiotech.com หรือ Line Official: @diipcbd

สุดท้ายแล้ว CBD ในปี 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทรนด์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่คือการที่เราสามารถดึงพลังจากธรรมชาติมาใช้เพื่อดูแลตัวเองได้อย่างชาญฉลาดและปลอดภัย Diip มุ่งมั่นที่จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการตัดความสับสนและส่งมอบความเชื่อมั่น ให้ทุกคนออกแบบไลฟ์สไตล์ที่ลงตัวและยั่งยืน เพราะ Diip เชื่อว่าคุณภาพชีวิตที่ดี เริ่มต้นจากการเลือกสิ่งที่ ‘ใช่’ และไว้วางใจได้อย่างแท้จริง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี