สมิติเวช สานต่อแคมเปญ Blue Ribbon รณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่

สมิติเวช สานต่อแคมเปญ Blue Ribbon รณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.10 น.
Tag :

โรงพยาบาลสมิติเวช เดินหน้าสานต่อแคมเปญ Blue Ribbon รณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ภายใต้แนวคิด 'เราไม่อยากให้ใครป่วย'  เน้นการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกัน นำนวัตกรรมกล้องอัจฉริยะ (AI) เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของแพทย์ในการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งเมื่อผสานความร่วมมือกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร ทำให้สมิติเวชสามารถป้องกันคนไข้ให้รอดพ้นจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้สำเร็จถึง 27,687 คน (อ้างอิงข้อมูลของสมิติเวช ปี 2017 – 2026) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในภาพรวม โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดอัตราการเจ็บป่วยและการสูญเสียจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ระดับประเทศ พร้อมช่วยขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน


นพ.ณัฐวุฒิ สิริมนตาภรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์โรคตับและระบบทางเดินอาหารสมิติเวช  โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท  เปิดเผยว่า โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย  พบมากในผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะพบผู้ป่วยในกลุ่มคนอายุน้อยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  เกิดจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ การรับประทานอาหารที่เน้นเนื้อสัตว์ นิยมอาหารประเภทปิ้งย่าง รับประทานผักและผลไม้น้อยลง และขาดการออกกำลังกาย ความน่ากลัวของโรคนี้คือในระยะแรกไม่มีอาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมาพบแพทย์เมื่อเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว  โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เริ่มต้นจากติ่งเนื้อขนาดเล็กที่เกิดบริเวณผนังลำไส้ใหญ่ และเมื่อเวลาผ่านไป 3-5 ปี ติ่งเนื้อเหล่านี้จะพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด   หากร่างกายมีสัญญาณเตือนผิดปกติคือท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือดหรืออุจจาระมีสีดำคล้ำ  ถ่ายไม่สุด  อุจจาระมีขนาดเรียวเล็กลง  ปวดท้องเรื้อรัง มีน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่มีสาเหตุ ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาโดยเร็ว   

มะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ  ด้วยการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)  โดยสมิติเวชได้นำกล้องอัจฉริยะ AI มาช่วยเสริมการทำงานของแพทย์ เพื่อหารอยโรคขณะส่องกล้องทางเดินอาหาร   สามารถพบติ่งเนื้อขนาดเล็กหรือติ่งเนื้อที่อยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็นยาก เพิ่มความแม่นยำกว่าปกติ ช่วยเพิ่มอัตราการตรวจพบติ่งเนื้อที่เสี่ยงมะเร็งในคนอายุ 45 ปีขึ้นไป

40%และช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยที่ตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้นได้มากกว่า 90% วิธีการส่องกล้องคือแพทย์จะใช้ท่อขนาดเล็กที่มีกล้องติดอยู่บริเวณส่วนปลายสอดเข้าไปทางทวารหนัก เพื่อทำการตรวจหาความผิดปกติตลอดแนวลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็กส่วนปลาย โดยมี AI ช่วยเสริมการทำงานของแพทย์ในการตรวจจับภาพแบบเรียลไทม์ และส่งเสียงเตือนพร้อมไฟกระพริบเมื่อพบติ่งเนื้อขนาดกลางและขนาดเล็ก แพทย์จะสามารถตัดติ่งเนื้อที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็งผ่านกล้องได้ทันที ทำให้คนไข้ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลและฟื้นตัวเร็ว  ถือเป็นการตรวจคัดกรองและป้องกันรักษาร่วมกันในขั้นตอนเดียว ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการเพราะยิ่งอายุมากขึ้นความเสี่ยงก็ยิ่งสูงขึ้น การรู้ทันและป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้

นพ.ณัฐวุฒิ สิริมนตาภรณ์

ศูนย์โรคตับและระบบทางเดินอาหารของสมิติเวชพร้อมให้บริการด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารและตับที่ผ่านการอบรมระดับAmerican Board และร่วมมือกับพันธมิตรทางการแพทย์ระดับนานาชาติ เช่น โรงพยาบาลซาโน่ ประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการส่องกล้อง และ OHSU สหรัฐอเมริกา  โดยมีไฮไลต์เทคโนโลยีดังนี้

การส่องกล้องด้วย AI และเทคนิคญี่ปุ่น: ช่วยตรวจพบความผิดปกติของผิวเยื่อบุแม้ก้อนเนื้อยังไม่นูน เพิ่มความแม่นยำในการระบุติ่งเนื้อที่ผิดปกติมากขึ้น 2 เท่า อัตราตรวจพบติ่งเนื้อที่เสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ในคนอายุ45ปี เพิ่มขึ้น  40%   และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตเมื่อตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้นมากกว่า 90%

เทคนิค ESD (Endoscopic Submucosal Dissection): การตัดติ่งเนื้อขนาดใหญ่ผ่านกล้องได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ช่วยให้ไร้แผล ลดภาวะแทรกซ้อน และฟื้นตัวไว

ห้องส่องกล้องบลูไลท์ (Blue Light): เทคโนโลยีที่ช่วยให้แพทย์เห็นติ่งเนื้อได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้กับผู้เข้ารับการตรวจ

ตู่ - ภพธร สุนทรญาณกิจ  นักแสดงและนักร้อง ร่วมรณรงค์ในแคมเปญ Blue Ribbon  ร่วมแชร์ประสบการณ์การตรวจส่องกล้องเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้สังคม โดยกล่าวว่า การตรวจสุขภาพเชิงป้องกันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด โดยเฉพาะด้วยเทคโนโลยี AI ของสมิติเวชที่ช่วยให้มั่นใจในความแม่นยำ ผมขอเชิญชวนผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปและกลุ่มเสี่ยง เข้ารับการตรวจคัดกรองโดยไม่ต้องรอให้มีอาการ เพื่อการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนและลดความเสี่ยงในการสูญเสีย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top