‘ผิงผิง-สรวีย์’ เผย ‘วัฒนาวิทยาลัย’ รากฐานความสำเร็จ สู่ผู้หญิงยุคใหม่ที่พึ่งพาตนเองได้

‘ผิงผิง-สรวีย์’ เผย ‘วัฒนาวิทยาลัย’ รากฐานความสำเร็จ สู่ผู้หญิงยุคใหม่ที่พึ่งพาตนเองได้

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เป็นภาพความประทับใจเมื่อ "ผิงผิง-สรวีย์ ธนพูนหิรัญ" แชมป์ The Golden Song เวทีเพลงเพราะ ซีซั่น 2 หวนคืนสู่มาตุภูมิโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ในฐานะศิษย์เก่ารุ่น 148 เพื่อร่วมงาน "บุพพาจารย์รำลึก" พร้อมจัดโชว์เพลงสุดพิเศษแทนคำขอบคุณคุณครู เผยความสำเร็จในวันนี้มีรากฐานมาจากระเบียบวินัยและการบ่มเพาะตลอด 15 ปีในรั้วโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา โดย ศาสนาจารย์ ดร. แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมฯ ได้จัดงาน “บุพพาจารย์รำลึก” เพื่อให้ศิษย์เก่าได้แสดงมุทิตาจิตแด่คุณครูอาวุโส โดยไฮไลท์สำคัญคือการปรากฏตัวของ น.ส.สรวีย์ ธนพูนหิรัญ หรือ ผิงผิง ศิษย์เก่า วว. รุ่น 148 ที่ได้ขึ้นเวทีขับขานบทเพลงสุดพิเศษเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อเหล่าบูรพาจารย์ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและอบอวลไปด้วยมิตรภาพของพี่น้องชาววัฒนาวิทยาลัย ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารเอ็ดน่าโคลอนุสรณ์


 

 

ผิงผิง ศิลปินสาวเสียงใส เปิดใจถึงความผูกพันที่มีต่อโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยว่าสถาบันแห่งนี้เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเธอ โดยเธอเข้าเรียนที่นี่ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามเข้าตั้งใจของ คุณพ่อพชร และ คุณแม่สุชญา ธนพูนหิรัญ ที่อยากให้ลูกสาวเข้าเรียนในสถาบันแห่งนี้เป็นอย่างมาก

จุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายดนตรีของผิงผิง ก็มีจุดกำเนิดมาจากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยแห่งนี้ เธอเล่าว่า ได้เริ่มร้องเพลงจากการเป็นสมาชิก คณะนักร้องประสานเสียงของโรงเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 2 ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอค้นพบความชอบของตนเอง และเป็นพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมในการต่อยอดไปสู่การประกวดในเวทีระดับประเทศอย่าง The Voice Kids และประสบความสำเร็จสูงสุดในรายการ The Golden Song ซีซั่น 2

“คิดว่าโรงเรียนมีส่วนช่วยหล่อหลอมตัวเรามาก เพราะผิงเริ่มร้องเพลงเพราะโรงเรียนเลย ผิงเป็นคณะนักร้องประสานเสียงมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เรารู้ว่าเราชอบร้องเพลง และโชคดีที่ได้รู้จักตัวเองเร็ว โรงเรียนจึงเป็นส่วนที่ช่วยให้เรารู้ว่าอยากทำอะไรใรอนาคต”  ผิงผิง กล่าวด้วยความภูมิใจ

นอกจากทักษะด้านการร้องเพลง ผิงผิงยังระบุว่าการเป็นนักเรียนประจำที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยในช่วงมัธยมได้สอนให้เธอเป็นคน ‘พึ่งพาตนเองได้’ และมีความรับผิดชอบสูง เธอสามารถจัดการชีวิตประจำวันและดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีแม้ไม่มีคุณพ่อคุณแม่คอยช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่เธอนำมาใช้ในการทำงานในวงการบันเทิงควบคู่ไปกับการเรียน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องปรับตัวเรียนออนไลน์ไปพร้อมกับการทำงาน

นอกจากนี้ สังคมหญิงล้วนในรั้ววัฒนาวิทยาลัยยังสอนให้เธอเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และมีมิตรภาพที่แน่นแฟ้นกับเพื่อนร่วมรุ่น ซึ่งเป็นพลังใจสำคัญในการก้าวข้ามความกดดันต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนเส้นทางของการเป็นศิลปินนักร้อง

“โรงเรียนสอนให้เราทำอะไรด้วยตัวเองได้ดี แม้จะอยู่ข้างนอกโดยไม่มีคุณพ่อคุณแม่ เราก็สามารถจัดการชีวิตและดูแลตัวเองผ่านไปได้ดีในทุกๆ วัน” ผิงผิง กล่าว

ในช่วงท้าย ผิงผิง ได้ฝากถึงผู้ปกครองและน้องๆ ที่กำลังตัดสินใจเลือกโรงเรียนเพื่อเข้าศึกษาว่า "วัฒนาวิทยาลัยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่อยากให้ลูกหลานได้ฝึกความรับผิดชอบและดูแลตัวเองได้ โดยเฉพาะครอบครัวที่อยู่ต่างจังหวัดหรือไม่สะดวกรับ-ส่งทุกวัน เพราะที่นี่ดูแลนักเรียนได้ดีมาก และเราจะได้สังคมเพื่อนที่อบอุ่น อยู่ด้วยกันตลอดเวลา อยากให้วัฒนาวิทยาลัยเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่อยู่ในใจของทุกคนค่ะ" ผิงผิง กล่าวทิ้งท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top