วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 SIRIVANNAVARI ต้อนรับความสดใสของฤดูร้อน ด้วยคอลเลคชั่น Spring/Summer 2026 “The Eternal Nautilus” ผลงานทรงออกแบบจากองค์ดีไซเนอร์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จัดแสดงแฟชั่นโชว์ครั้งล่าสุด ณ พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน นำเสนอแรงบันดาลพระทัยจากความงดงามของโลกใต้ท้องทะเล
.jpg)
คอลเลคชั่น ‘The Eternal Nautilus’ จากวิสัยทัศน์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่ทรงได้แรงบันดาลพระทัยจากสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล และจิตวิญญาณชวนต้องมนต์ของนางเงือกผู้โฉบเฉี่ยว และกะลาสีหนุ่มแห่งท้องทะเล ผลงานการสร้างสรรค์ในฤดูกาลนี้จึงเป็นดั่งบทกวีแห่งความสงสัยใคร่รู้ อิสรภาพและความปรารถนา ขดเกลียวอันงดงามบนเปลือกหอยนอทิลัส (Nautilus) และจังหวะธรรมชาติของเกลียวคลื่นที่เต้นรำอย่างสง่างาม กลายมาเป็นสัญลักษณ์และการถักทอเรื่องราว โครงชุดที่ถูกตีความแปรสู่กระบวนการซ้อนชั้นและลอยตัว ต่อยอดมาจากสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล เท็กซ์เจอร์ผ้าอันบางเบา และวอลุ่มที่ลอยละล่อง บ่งบอกถึงอารมณ์อันไม่แน่นิ่งของมหาสมุทรที่บางคราดูเงียบสงัด แต่คงความเย้ายวนลุ่มลึกในที ขับขานผ่านเทคนิคงานพิมพ์ลวดลายแห่งท้องทะเล ด้วยภาพพิมพ์แกะไม้ (woodblock print) งานแกะมือแบบดั้งเดิม กลิ้งหมึกลงบนกระดาษ และถ่ายทอดต่อสู่ผืนผ้า งานฝีมืออันละเอียดอ่อนแห่งช่างตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงของแบรนด์ นำเสนอสู่งานต่อผ้าลูกไม้เย็บทีละเส้น เรียงสลับสีน้ำเงิน-ขาว สัญลักษณ์แห่งกะลาสีที่คุ้นเคย และเย็บตีเกล็ดผ้าด้วยมือเส้นต่อเส้น สร้างลวดลายอันประณีต ไปจนถึงงานถักโครเชต์และนิตติ้ง จากช่างฝีมือชุมชน และเป็นครั้งแรกที่มีการนำผ้าดอนกอย (Donkoi Model) หรือผ้าฝ้ายย้อมครามจากธรรมชาติจากโครงการในพระราชดำริ Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืนขององค์ดีไซเนอร์ ที่ทรงส่งเสริมกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย จังหวัดสกลนคร เพื่อนำเสนอแนวคิดในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน และนำผ้าทอจากภูมิปัญญาท้องถิ่นมายกระดับสร้างสรรค์ให้เป็นแฟชั่นร่วมสมัยและมีความเป็นสากล เป็นองค์ประกอบอันโดดในคอลเลคชั่น Spring/Summer 2026 ‘The Eternal Nautilus’ นี้
.jpg)
.jpg)
Womenswear เสน่ห์ลึกลับน่าค้นหาของเงือกสาวและสัตว์น้ำแห่งท้องทะเล
.jpg)
ไอเท็มรับลมร้อนอย่างเสื้อคลุมและกระโปรงสั้นเล่นชั้นระบาย (Ruffle) ด้วยผ้าหลากรูปแบบ พลิ้วไหวดุจแมงกะพรุนแหวกว่าย กางเกงฮาเร็ม เล่นดีเทลขอบเอวตกแต่งเชือกไขว้ สไตล์ double-waist ซ้อนจีบและผ่าข้าง, เสื้อกะลาสี ลูกเล่นคอเสื้อถอดเข้าออกได้ ที่มีทั้งในเสื้อผ้าผู้หญิงและผู้ชาย, เสื้อเชิ้ตปล่อยชายสำหรับพันรอบเอวและผูกเป็นโบว์ (Wrap Shirt)
บอดี้สูทจากผ้าซิลค์ออร์แกนซ่า (Silk Organza) สไตล์สปอร์ตโปร่งเบา และกางเกงฮอตแพ้นต์เสริมสะโพก และกางเกงทรงคาปรี (Capri Pants) กางเกงขาสั้น 5 ส่วน จับคู่กับเกาะอกอันเย้ายวน และชิ้นเด่นประจำฤดูกาลที่ห้ามพลาดคือชุดว่ายน้ำ และกางเกงเข้ารูป แจ๊คเก็ตซิกเนเจอร์ของแบรนด์ IRIS Jacket ในฤดูกาลนี้ สร้างสรรค์จากผ้าไหมทัฟฟิต้า (Taffeta Silk)
คอดเอว คลุมสะโพก ในขณะที่กลิ่นอายแห่งเสื้อผ้าดีไซน์ทันสมัยที่คนเมืองสวมใส่ไปชายทะเลได้สอดแทรกเข้ามาพร้อมกับความบางเบา
.jpg)
องค์ประกอบในงานออกแบบ คือ การใช้สีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเนรมิตให้คอลเลคชั่นนี้มีกลิ่นอายแห่งซัมเมอร์ สีเมทัลลิคแวววาว แรงบันดาลใจแห่งหมู่มวลปลาทะเล เปลือกหอย และแสงแดดพลิ้วไหวยามตกกระทบเกลียวคลื่น ไปจนถึงสีฟ้าสดใส (Transformative Teal) สีเขียวสด (Green Glow) สีส้ม (Sugar Coral) พลังสดใสแห่งท้องทะเล คู่ขนานไปกับสีครีม (Wax Paper) ที่เพิ่มความสงบ เสริมพลังอันน่าตื่นเต้นให้กับโครงชุดและมอบชีวิตชีวาให้กับเสื้อผ้าที่สวมใส่สำหรับไลฟ์สไตล์ในเมืองและไปเที่ยวทะเล
.jpg)
ผลงานการออกแบบในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงแค่ความงดงาม แต่ลุ่มลึกด้วยอารมณ์และงานคราฟท์ที่ประณีตอย่างงานปักโดยทีมช่างจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy อันพิถีพิถันด้วยการใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น เปลือกหอยหลากหลายชนิด นำมาเรียงร้อยเป็นชุดเดรสสั้นทั้งชุด และชุดราตรีสีเงินปักลายเกลียวคลื่น การปักแบบ 3D ใช้วัสดุเรียงเป็นรูปหอยเม่น หรือเพรียงบนโขดหิน รวมทั้งสร้างสรรค์เป็นรูปสัตว์น้ำหลากลายชนิด อาทิ ปลาหมึก กุ้ง หอยนอติลุส ปักประดับบนชุด เป็นความงดงามประณีต แฝงความขี้เล่น สนุกสนาน ตามสไตล์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Menswear หนุ่มกะลาสีผู้รักความอิสระ
.jpg)
สำหรับสุภาพบุรุษ จิตวิญญาณอันแสนเสรีอ่อนไหวไปพร้อมกับสายลมอ่อนๆ แห่งฤดูกาล รังสรรค์เป็นลุคของหนุ่มผู้รักการล่องเรือไปสู่จุดหมายปลายทางและการแสวงหาสิ่งใหม่ คีย์พีซหลักที่โดดเด่นจึงเป็นเสื้อผ้าที่แฝงไว้ด้วยรายละเอียดของชุดกะลาสีเรือ เช่น เบลเซอร์คัตติ้งอสมมาตร (Asymmetrical Cut) บริเวณชายเสื้ออันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ตกแต่งด้วยคอปกกะลาสีเรือ เสื้อคอปาด (Boat Neck) เสื้อเชิ้ตผ้าลินินหรือคอตตอนตกแต่งขอบปกและแขนเสื้อด้วยเส้นสีน้ำเงินหรือสีขาว และการใช้ลายทางเข้ามาเพิ่มความสนุก จะเห็นได้ว่าเฉดสีน้ำเงินและสีฟ้าเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าทอย้อมครามที่มีสีสันสวยงามตามธรรมชาติด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น และแฝงเสน่ห์ความเป็นไทยจากการสร้างสรรค์ของกลุ่มช่างทอผ้าจาก ‘ดอนกอยโมเดล’ ของอำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร จากพระราชดำริขององค์ดีไซเนอร์ผู้ทรงมีปณิธานในการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน
.jpg)
นอกจากนี้ เสน่ห์ของงานคราฟต์สุดประณีตอันมีเอกลักษณ์เพียงหนึ่งเดียวแฝงอยู่ในแต่ละลุคโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกสรรเนื้อผ้าที่มีความพิเศษ มีการใช้ผ้าใยกัญชงผสมผ้าไหมแท้จากสมาชิกศิลปาชีพจังหวัดเชียงใหม่มาถักทอเป็นเสื้อกล้ามสำหรับรับลมร้อน กางเกงผ้าลายยีนส์เดนิมที่ถูกทอนานนับเดือนอย่างประณีต ผ้าใยกัญชงผสมผ้าฝ้าย ด้วยฝีมือของนักโทษหญิงในทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ภายใต้มูลนิธิโครงการหลวง งานถักโครเชต์จากศูนย์ OTOP กาดเกาะลอย จังหวัดตาก
.jpg)
ในส่วนของลายผ้า คอลเลคชั่นนี้มีไฮไลท์ คือการนำลายเกลียวคลื่นแห่งท้องทะเล แมงกะพรุน ปลาหมึกและสัตว์ทะเลหลากชนิดจากฝีพระหัตถ์ขององค์ดีไซเนอร์มาทำเทคนิคภาพพิมพ์แกะไม้ (Woodcut Print) เทคนิคพิมพ์แบบดั้งเดิม ก่อนประยุกต์สู่ภาพพิมพ์แบบดิจิทัล เพื่อรังสรรค์เป็นลายผ้าที่มีชีวิตชีวา มีเสน่ห์ที่ความพลิ้วและความละเอียดของเส้นที่เกิดจากการแกะไม้ ทำให้เสื้อเชิ้ตผ้าไหมและผ้าคอตตอนแขนพอง (Pirate Shirt) โค้ทผ้าไนลอนและเซ็ต must-have สำหรับหน้าร้อนอย่างเสื้อเชิ้ตและกางเกงขาสั้นมีสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ในขณะที่ลายสัตว์ทะเลเข้ามาแฝงความขี้เล่นในงานดีไซน์ตามแบบฉบับของแบรนด์ที่ใส่ใจในรายละเอียด เช่น งานปักลายปลาหมึก ม้าน้ำ ปะการัง หมุดตอกบนกางเกงขาสั้น กระดุมตกแต่งปลายขากางเกงและการผูกปมเป็นเข็มขัดรัดเอว สำหรับรองเท้าเป็นสไตล์โลเฟอร์จับคู่สีน้ำเงินและสีขาว ตกแต่งด้วยลายปักรูปสัตว์ทะเล ส่วนเสน่ห์ของงานคราฟต์ในช่วงซัมเมอร์ยังคงปรากฏอยู่บนงานออกแบบรองเท้าพื้นสาน (Espadrilles) ที่สวมใส่สบาย ทั้งหมดให้กลิ่นอายของลุคสำหรับบุรุษแห่งท้องทะเลที่เรือกำลังพาเขาล่องลอยไปสู่จินตนาการแห่งโลกใบใหม่
Accessories ขับขานเรื่องราวขุมทรัพย์แห่งท้องทะเล

เครื่องประดับได้นำเรื่องราวแห่งขุมทรัพย์ของท้องทะเลมาขับขานใหม่เป็นกระเป๋า ‘Aphrodite’ รูปทรงดั่งงานประติมากรรมรูปหัวใจอันล้ำค่าแห่งมหาสมุทร นอกจากนี้ซิลูเอ็ตของกระเป๋าที่ได้รับความนิยมจากฤดูกาลที่ผ่านมาได้หวนกลับมาอีกครั้งพร้อมมนตร์เสน่ห์แห่งลมร้อนอย่างกระเป๋าทรงบัคเก็ต ‘La Luna’ ให้กลิ่นอายแห่งคอลเลคชั่นซัมเมอร์ด้วยวัสดุราฟเฟีย (Raffia) กระเป๋ารุ่น ‘Souple’ รูปทรงยืดหยุ่น (Drawstring Bag) บริเวณปากกระเป๋าสอดสายกระเป๋า ให้กลิ่นอายแบบงานคราฟต์และมีความอ่อนนุ่มด้วยวัสดุหนังลูกวัว คุณภาพ Made in Italy มาพร้อมกับเวอร์ชั่นเย็บตกแต่งด้วยอะไหล่สีทองรูปปลาดาวและหอย สำหรับซิลูเอ็ตใหม่ในฤดูกาลนี้คือกระเป๋าทรงโฮโบ (Hobo Bag) รุ่น ‘Belize’ ฐานทรงโค้ง มีความยืดหยุ่น สร้างสรรค์จากวัสดุหนังนิ่ม มาพร้อมฟังก์ชั่นสายกระเป๋าสั้นสำหรับคล้องแขน และสายยาวสำหรับสะพายไหล่ เหมาะสำหรับใช้งานระหว่างวัน และมีเวอร์ชั่นงานเย็บตกแต่งด้วยเลื่อมอันแวววาวที่ได้แรงบันดาลใจจากความงดงามใต้ท้องทะเลสำหรับเพิ่มความโดดเด่นให้กับลุคกลางคืน นอกจากนี้ ในฤดูกาลนี้มีความพิเศษด้วยพวงกุญแจห้อยกระเป๋าจากแหอวนและทุ่นทะเลที่นำมารีไซเคิลและปรับเปลี่ยนรูปแบบให้มีความทันสมัยสำหรับครีเอทไอเดียในการตกแต่งกระเป๋าด้วยหัวใจที่รักษ์โลก ถ่ายทอดจิตวิญญาณขององค์ดีไซเนอร์ผู้หลงใหลในกีฬาดำน้ำ และทรงก่อตั้งมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย
.jpg)
รองเท้า โดดเด่นด้วยส้นทรงกรวยแหลม (Pyramid Heels) จากเพล็กซิกลาส (Plexiglass) ที่มีเอกลักษณ์ต่อเนื่องมาจากฤดูกาลที่ผ่านมา มาพร้อมกับดีไซน์เรียบหรูด้วยเส้นคัทของวัสดุหนังแท้จากอิตาลีที่โอบล้อมบริเวณด้านหน้าของเท้าและตกแต่งด้วยอะไหล่สีทอง นอกจากนี้ มีรองเท้าส้นสูงรัดส้นตัดเย็บจากผ้าโปร่งและตกแต่งด้วยหมุดตอก ส่วนรองเท้าส้นเตี้ย (Kitten Heels) ที่สวมใส่สบายยังคงต่อเนื่องมาจนถึงฤดูกาลนี้ เพิ่มความหรูหราด้วยการประดับด้วยห่วงตอกและแอ็คเซสเซอรีส์ห้อยตกแต่ง
.jpg)
จิวเวลรี จากแรงบันดาลพระทัยแห่งแสงอาทิตย์สีทองที่ตกกระทบผืนน้ำ โดยมี สีทอง เข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญในงานออกแบบแอ็คเซสเซอรีส์อย่างต่างหู สร้อย กำไลข้อมือ เข็มขัดที่มีความสนุกสนานในงานดีไซน์ด้วยขนาดที่ใหญ่และการเล่นกับรูปทรงของเปลือกหอย ปลาดาว ไข่มุก และความโปร่งของพื้นผิวน้ำเมื่อกระทบแสงแดด
.jpg)
คอลเลคชั่น “The Eternal Nautilus” คือการเดินทางที่ดำดิ่งไปสู่โลกที่ธรรมชาติมาบรรจบกับความสง่างามอันทันสมัย ผสมผสานวัสดุท้องถิ่นและเทคนิคงานคราฟต์แบบไทย นำเสนอในบริบทร่วมสมัยและแนวคิดอันยั่งยืน ทว่ายังคงอัตลักษณ์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI รังสรรค์เป็นซิลูเอ็ตอันพลิ้วไหวของอาภรณ์สำหรับสุภาพสตรี เสื้อผ้าของบุรุษที่บรรจงเนรมิตขึ้นมาและเครื่องประดับที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจแห่งมหาสมุทร ผลงานการออกแบบแห่งฤดูกาลนี้หลอมรวมความพลิ้วไหว ความทรงจำและอิสรภาพไว้ด้วยกัน คือจดหมายรักแด่ท้องทะเลที่เชื้อเชิญให้เราสดุดีต่อขุมพลังแห่งความเงียบ ความงดงามของธรรมชาติและจิตวิญญาณแห่งคิมหันตฤดูที่เคลื่อนไหวในแต่ละท่วงท่ายามเมื่อสวมใส่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี