Logo วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
529.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ระดับไขมันในเลือดกับสุขภาพที่ดี

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ระดับไขมันในเลือดกับสุขภาพที่ดี

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.34 น.
Tag : รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เมื่อตรวจร่างกายแล้วพบว่าไขมันในเลือดสูง มันคือสัญญาณเตือนให้เราหันกลับมาดูแลตัวเองโดยด่วน ก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา

โดยทั่วไป ไขมันในเลือดที่เราให้ความสำคัญมี 3 ชนิดหลัก ได้แก่ LDL (ไขมันเลว), HDL (ไขมันดี) และ Triglycerides (ไตรกลีเซอไรด์) 


LDL หรือไขมันเลว เป็นตัวการสำคัญที่มักไปสะสมตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบ แข็ง และสูญเสียความยืดหยุ่น นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งอาจจบลงด้วยภาวะหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก 
HDL หรือไขมันดี ทำหน้าที่เสมือนพนักงานทำความสะอาด คอยเก็บกวาดไขมันเลวออกจากกระแสเลือดเพื่อนำไปกำจัดที่ตับ 
ไตรกลีเซอไรด์ คือไขมันที่เกิดจากพลังงานส่วนเกิน โดยเฉพาะจากน้ำตาล แป้งขัดขาว และแอลกอฮอล์ ซึ่งหากสะสมมากเกินไปก็เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเช่นกัน

คำถามสำคัญคือ เมื่อรู้ว่าไขมันสูง เราต้องจัดการอย่างไรให้ได้ผลจริง ไม่ใช่แค่ทำชั่วคราวแล้วกลับไปเหมือนเดิม

ประการแรก คือ ปรับอาหารการกิน เริ่มตั้งแต่เลือกประเภทของไขมันและคาร์โบไฮเดรตให้ดีขึ้น เลี่ยงไขมันทรานส์ และไขมันอิ่มตัว ลดหรือเลี่ยงเนยเทียม ครีมเทียม เนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ และน้ำมันปาล์ม แล้วใช้น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเปลือกแข็ง และไขมันปลาทะเลที่มีโอเมก้า 3 เพื่อลดการเพิ่มของ LDL และมีส่วนช่วยเพิ่ม HDL 

นอกจากไขมันแล้ว คาร์โบไฮเดรตก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การบริโภคน้ำตาล แป้ง และข้าวขัดขาวในปริมาณมาก ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็น พลังงานส่วนเกินจะถูกเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์แล้วสะสมในร่างกายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในผู้ที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงอยู่แล้ว จึงต้องลดแป้ง เครื่องดื่มรสหวาน ขนมหวาน
ขณะเดียวกัน ต้องเพิ่มการบริโภคใยอาหาร โดยเฉพาะใยอาหารชนิดละลายน้ำ ซึ่งพบในผักใบเขียว ธัญพืช ถั่ว และผลไม้บางชนิด เช่น แอปเปิล ฝรั่ง และแก้วมังกร ใยอาหารเหล่านี้ช่วยดักจับคอเลสเตอรอลในระบบทางเดินอาหาร ลดการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และส่งเสริมสุขภาพโดยรวม

อีกหนึ่งปัจจัยที่มีบทบาทมากในการควบคุมระดับไขมัน คือ การออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกิจกรรมแบบคาร์ดิโอ เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มระดับ HDL ซึ่งเป็นไขมันดี และช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำแนะนำทั่วไปคือควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือประมาณวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ โดยให้มีความหนักในระดับที่รู้สึกเหนื่อยพอประมาณ แต่ยังสามารถพูดเป็นประโยคได้ 

นอกจากอาหารและการออกกำลังกายแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม และแนะนำว่าต้องเลิกสูบบุหรี่ เนื่องจากสารพิษในควันบุหรี่ทำให้ผนังหลอดเลือดเกิดการอักเสบ ลดระดับ HDL และเพิ่มโอกาสที่ไขมันจะเกาะสะสมในหลอดเลือด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมีนัยสำคัญ

และลดหรือเลิกดื่มแอลกอฮอล์ เพราะการดื่มในปริมาณมากหรือเป็นประจำทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น และส่งผลต่อความดันโลหิต สร้างปัญหาต่อระบบสุขภาพโดยรวม จึงต้องจำกัดปริมาณการดื่มให้เหมาะสม

ความเครียดเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อระดับไขมันในเลือด เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด จะหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นให้ตับผลิตไขมันเพิ่มขึ้น ดังนั้น การจัดการความเครียดผ่านการพักผ่อน การทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย หรือการออกกำลังกาย จึงมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับไขมันได้

ในบางกรณี แม้จะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเต็มที่แล้ว แต่ระดับไขมันในเลือดยังคงสูง หรือผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยยา เช่น ยากลุ่ม statins ซึ่งมีบทบาทในการลดระดับ LDL และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน

อย่างไรก็ตาม การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด ผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาเอง หรือหันไปใช้สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทดแทนโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียง หรือมีปฏิกิริยากับยาที่ใช้อยู่ได้

ท้ายที่สุด การจัดการระดับไขมันในเลือดเป็นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในระยะยาว การสร้างนิสัยการกินที่ดี การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และการดูแลสุขภาพจิต ล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการมีสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดที่แข็งแรง


รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ปปง.แจงยิบ! ยึดทรัพย์กว่า 1,400 ล้าน คดีพระธัมมชโย ตามเส้นทางเช็ค 27 ฉบับ

คว่ำบาตรครั้งรุนแรง สเปน สั่งปิดน่านฟ้า ห้ามเครื่องบินรบสหรัฐฯบินผ่านโจมตีอิหร่าน

อนุทิน แจงรถไฟฟ้าคันใหม่สลับกันใช้กับลูก เผยติดใจ เงียบ-เร่งดี ขอเก็บรถเก่าไว้ก่อน

นายกฯ ป้อง ‘พิพัฒน์‘ หลังโดนสังคมสวดยับ ยอมรับ เจ้าตัวขอออกศบก. แต่รั้งไว้ เมิน พีระพันธุ์ วิจารณ์

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved