วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย มีกำเนิดมาจากโรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้น ณ ตึกยาวข้างประตูพิมานชัยศรี ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ. 2442
.jpg)
ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนมหาดเล็ก เมื่อ 1 เมษายน พ.ศ. 2445 โดยมีพระราชประสงค์เพื่อผลิตบุคลากรเข้ารับราชการ เพราะงานราชการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากพระบรมราโชบายปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดินเมื่อครั้ง พ.ศ. 2425
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ประเทศสยามเจริญขึ้น ทำให้ทั้งภาคราชการและเอกชนต่างต้องการบุคลากรเข้าทำงานในสาขาอาชีพต่าง ๆ มากขึ้น รัชกาลที่ 6 ทรงตั้งพระทัยส่งเสริมการศึกษาขั้นสูง ประกอบกับทรงพระอนุสรณ์คำนึงถึงพระบรมราโชบายในสมเด็จพระบรมชนกาธิราช ด้วยทรงต้องการให้มีมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นสถาบันอุดมศึกษาของชาวสยาม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษา แล้วพระราชทานนามว่า โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ 1 มกราคม พ.ศ. 2453
.jpg)
ในกาลต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริขยายการศึกษา ทรงตั้งพระทัยให้โรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ เป็นสถานที่เล่าเรียนระดับสูง ไม่เฉพาะแต่ผู้ที่จะเล่าเรียนเพื่อรับราชการเท่านั้น แต่เพื่อให้ผู้ประสงค์จะศึกษาขั้นสูงได้เข้าเรียนได้กว้างขวาง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติแห่งสมเด็จพระบรมชนกาธิราชด้วย ทั้งนี้ในช่วงแรกได้จัดให้มีการจัดการศึกษาเป็น 4 คณะ คือ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์
บัดนี้ พ.ศ. 2569 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เจริญก้าวหน้าจนมีอายุ 109 ปี โดยถือว่าวันสถาปนามหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยคือวันที่ 26 มีนาคม
.jpg)
เป็นเวลานับเนื่องสืบมาหลายสิบปี เมื่อถึงวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงร่วมงานวันสถาปนามาโดยตลอด สำหรับปีนี้ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล คือพระบาทสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า (รัชกาลที่ 5) และพระบาทสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า (รัชกาลที่ 6) แล้วจึงเสด็จไปทรงบาตรพระสงฆ์ 10 รูป ณ หน้าหอประชุมจุฬาฯ
.jpg)
แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และตัวแทนมหาวิทยาลัย ได้แก่นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิการบดี กรรมการสภาฯ ผู้แทนคณาจารย์ บุคลากร นิสิตเก่า และนิสิตปัจจุบัน ถวายชัยมงคลเนื่องในโอกาสใกล้ถึงวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 2 เมษายน โดยจะทรงเจริญพระชนมพรรษา 71 พรรษา แล้วมีพระราชดำรัสกับผู้เข้าเฝ้าฯ
.jpg)
ต่อมาเวลา 09.00 น. เสด็จฯ ยังหอประชุมจุฬาฯ ทอดพระเนตรการแสดงดนตรีไทยปีพาทย์ดึกดำบรรพ์ และการแสดงต่าง ๆ จากนิสิต สำหรับในปีนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบทพระราชนิพนธ์ "พระผู้ให้" เพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วทรงขับร้องเพลงไทยและเพลงสากล และทรงร่วมบรรเลงดนตรีไทย (ซอด้วง) สำหรับเพลงสากลที่ทรงขับร้องคือเพลง Love's Old Sweet Song และรับสั่งว่า สมเด็จแม่ทรงสอนให้ร้องเพลงนี้ แต่สอนเฉพาะท่อน refrain
ในช่วงที่ทรงขับร้องเพลง Love's Old Sweet Song นั้น ผู้เข้าเฝ้าฯ จำนวนมากต่างมีน้ำตาเอ่อล้นออก ด้วยเพราะความรัก ความอาลัย และความคิดถึงในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระพันปีหลวง
.jpg)
ขอน้อมเกล้ากราบพระบาทราชเลข
ทรงสั่งเสกสถาปนาศึกษาสถาน
เพื่อฝึกสร้างยุวชนช่วยราชการ
ให้รู้งานระเบียบรัฐจัดเตรียมคน
พระราชทานพระนาม “จุฬาลงกรณ์”
เป็นอนุสรณ์หลักชัยแหล่งฝึกฝน
เป็นเกียรติแก่นักเรียน-ครู แห่งชุมชน
ทั่วสกลโลกล้วนสดุดี
ยี่สิบหกมีนาฯ สองห้าหกเก้า
ผ่านวัยเยาว์เติบใหญ่โรจน์ราศี
แหล่งศึกษาไม่แพ้ใครในปฐพี
เกียรติยศนี้ชาวไทยขอถวายพระองค์
เทิดศักดิ์ จันทร์สระแก้ว
นิสิตเก่าจุฬาฯ ปี 2503
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี