วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
ในยุคที่ผู้หญิงสมัยใหม่ใส่ใจสุขภาพอย่างรอบด้านมากขึ้น SOLVEGROUP (โซล์ฟ กรุ๊ป) แบรนด์อาหารเสริมเชิงฟังก์ชันสัญชาติไทยที่พัฒนาด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ก่อตั้งโดย คุณหมอเอิง-พญ. อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ ฉลองเข้าสู่ปีที่ 7 ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงวัย 35 + เริ่มต้นดูแลสุขภาพอย่างเข้าใจและยั่งยืน พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ SOLVE Omega-3 ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบ Preventive Health ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ ผ่านผลิตภัณฑ์และองค์ความรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้หญิงมีสุขภาวะที่ยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอก
จุดกำเนิดของ SOLVEGROUP (โซล์ฟ กรุ๊ป) เริ่มต้นจากปัญหาด้านสุขภาพของตัวเองที่เผชิญภาวะผมบางจากความเครียด ทำธุรกิจด้วยการตั้งต้นจากปัญหาของผู้บริโภค ด้วยส่วนผสมคุณภาพและมีงานวิจัยรองรับ จากความมุ่งมั่นนี้ได้กลายเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญต่อยอดไปสู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในมิติของ Preventive Health และ Longevity ทั้งนี้
ณหมอเอิง-พญ. อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์
พญ. อังศ์วรา กล่าวว่า จากการมองว่าความชราและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คือ "กรรมพันธุ์" ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในความเป็นจริง งานวิจัยด้าน Epigenetics พบว่าพันธุกรรมมีส่วนเพียง ร้อยละ 20-30 เท่านั้น อีกร้อยละ 70-80 ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิต และสิ่งแวดล้อม นี่คือหัวใจของ Preventive Health หรือการดูแลร่างกายตั้งแต่ก่อนเกิดโรค ดังนั้น ความชรา และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สามารดูแลใส่ใจปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อโภชนาการและสารอาหารของเราอยู่ในระดับ Optimal ร่างกายจะพร้อมสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ หรือ Micro Inflammationจะช่วยเสริมสร้างสมดุลที่ดีให้กับร่างกายในระยะยาว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของ Longevity และการชะลอวัยจากภายใน
35+ ช่วงที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณของความเปลี่ยนแปลง
วัย 35+ เป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณของความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน สัญญาณเตือนไม่ได้มาแค่
ในรูปแบบของริ้วรอยตื้นๆ หรือริ้วรอยหางตา แต่ยังรวมถึงความเหนื่อยล้าสะสม พลังงานและกล้ามเนื้อที่ลดลง คุณภาพการนอนที่ไม่เหมือนเดิม ไลฟ์สไตล์แบบ Work Hard, Play Hard อดนอน รับประทานอาหารตามใจปาก แล้วหวังว่าตื่นมาทุกอย่างจะรีเซ็ตกลับไปสดใสเหมือนตอนอายุ 20 ต้นๆ นั้น อาจไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป
วัย 35 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เราไม่สามารถพึ่งพาแค่ "สกินแคร์" หรือ "การเข้าคลินิกความงาม" เพื่อแก้ปัญหาที่ปลายเหตุได้เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ถึงเวลาที่เราต้องหันมาโฟกัสที่ "อายุชีวภาพ" (Biological Age) หรือ ความสมบูรณ์ของสุขภาพจากภายใน
.jpg)
เคล็ดดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของผู้หญิงวัย 35+
พญ. อังศ์วรา เผยถึงวิธีการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเพื่อช่วยให้ผู้หญิงวัย 35+ สามารถรักษาสมดุลของร่างกาย ให้ยังคงความสดใส สุขภาพดี และมีพลังงานที่เต็มเปี่ยมในทุกๆ วัน
“มุมมองของผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่ได้ต้องการเพียง ‘ดูเด็ก’ ในระยะสั้น แต่ต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวว่า ผู้หญิงจำนวนมากอาจไม่อยากแก่และอยากดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ การมองภาพของตัวเองในอนาคต เช่น เมื่ออายุ 60 ปี เรายังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างกระฉับกระเฉง มีสมดุลร่างกายที่ดี มีความคล่องตัว ยังมีพลังงานในการใช้ชีวิต และสำหรับตัวเองแล้ว การดูแลสุขภาพในวันนี้ไม่ใช่การหวังผลในระยะสั้น แต่เป็น การลงทุนเพื่อสุขภาพในอีก 30 ปีข้างหน้า
การดูแลตัวเองอันดับแรกที่ควรให้ความสำคัญคือ ‘การนอนหลับ’ ร่างกายมนุษย์ไม่ได้มีแค่โหมดตื่นเพื่อใช้ชีวิต และโหมดนอนหลับคือการปิดสวิชต์อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ช่วงเวลาที่เราหลับ คืออีกโหมดหนึ่งของร่างกายคือ ‘ช่วงเวลาสำคัญในการฟื้นบำรุงและดูแลระบบภายในให้สมดุล’ เมื่อเราอายุ 35+ ประสิทธิภาพของสมองและความจำมักถูกพูดถึงมากขึ้น หากเรามีคุณภาพการนอนหลับที่ดี ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ออกมาฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอ จัดระเบียบความจำ สนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และปรับสมดุลฮอร์โมนที่ส่งผลโดยตรงต่อความสดใสของผิวพรรณ หากการนอนไม่มีคุณภาพ อาจสะท้อนออกมา เป็นการคิดที่ไม่เฉียบคม สมาธิลดลง หิวอยู่ตลอดเวลา หรือความหมองคล้ำและคุณภาพผิวที่ลดลง”
.jpg)
ทั้งนี้ การนอนไม่ดี อาจเกิดจากหลายปัจจัยที่แตกต่างกันไปตามช่วงวัย และการใช้ยานอนหลับไม่ได้เป็นการรักษาหลัก เป็นเพียงการรักษาเสริมเท่านั้น สิ่งสำคัญจริงๆ คือการปรับไลฟ์สไตล์ และ Sleep Hygiene หรือ สุขอนามัยการนอน เช่น การผ่อนคลายความเครียดก่อนเข้านอน การลดสิ่งกระตุ้นอย่างหน้าจอมือถือ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ทั้งอุณหภูมิห้อง ความเงียบ และการปิดแสงไฟ
ในผู้สูงอายุ ปัญหาการนอนมักเกี่ยวข้องกับการลดลงของฮอร์โมนเมลาโทนิน ตามวัย แต่สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าผู้สูงอายุต้องการการนอนน้อยลง ทั้งที่ในความเป็นจริงความต้องการการนอนแทบไม่ต่างจากวัยทำงาน เพียงแต่ไลฟ์สไตล์ที่อยู่ในห้อง เปิดไฟ หรือดูโทรทัศน์ตลอดเวลา ทำให้ร่างกายสับสนว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน รวมถึงการงีบหลับในเวลากลางวันมากเกินไป ซึ่งเปรียบเสมือนการ “ทอนเหรียญการนอน” ออกไป จนทำให้ไม่ง่วงเมื่อถึงเวลากลางคืน
สิ่งสำคัญประการต่อมาคือ อาหาร โดย แนะนำกฎง่ายๆ และทำได้จริงคือ "ผักครึ่งหนึ่ง โปรตีนครึ่งหนึ่ง คาร์โบไฮเดรตและไขมันในปริมาณที่เหมาะสม" เมื่ออายุเพิ่มขึ้นกล้ามเนื้อเราจะเริ่มลดลง ส่งผลต่อระบบเผาผลาญ การปรับเรื่องอาหารในวัยนี้ร่วมกับการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง จะช่วยให้ดูแลรูปร่างและน้ำหนักตัวได้ดี การเน้นทานไฟเบอร์จากผักและผลไม้จะช่วยดูแลการทำงานของระบบย่อยอาหาร ซึ่งลำไส้ที่ดีย่อมส่งผลต่อความสดใสของผิวพรรณ ในขณะที่ "โปรตีน" คือโครงสร้างสำคัญในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและผิวหนัง หากร่างกายได้รับโปรตีนและน้ำสะอาดเพียงพอนอกจากน้ำหนักตัวจะคงที่แล้ว ผิวจะแลดูสดใสขึ้นจากภายในอีกด้วย
ความอ่อนเยาว์ที่สมบูรณ์แบบไม่ได้หยุดอยู่แค่งานผิวเท่านั้น ผู้หญิงหลายคนมักเผลอมองข้ามไปคือ เส้นผมเป็นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนภาพลักษณ์ มากกว่าที่เราคิด
“เรามักทุ่มเทเวลาดูแลผิวหน้าจนลืมไปว่า หนังศีรษะและเส้นผมก็แก่ลงได้เช่นกัน และในขณะที่ผิวหน้าสามารถพึ่งพาเลเซอร์หรือเครื่องมือยกกระชับเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ได้ในเวลาอันสั้น แต่สำหรับเส้นผม หากปล่อยให้บาง หลุดร่วง หรือรูขุมขนฝ่อไปแล้ว การฟื้นฟูให้กลับมาหนาดกดำด้วยทรีตเมนต์เพียงครั้งสองครั้งนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้น การดูแลเส้นผมในวัย 35+ เริ่มจากภายในด้วยการเสริมโภชนาการโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงแสงแดด และลดความเครียด จะช่วยทำให้เส้นผมและหนังศีรษะแข็งแรง พร้อมทั้งช่วยดูแลสมดุลของรูขุมขนบนหนังศีรษะได้
นอกจากการดูแลตัวเองด้วยการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต ออกกำลังกาย ลดความเครียด ดูแลเรื่องการนอนแล้วการเติมสารอาหารเสริม (Supplements) ที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ จะช่วยเติมเต็มช่องโหว่ที่อาหารมื้อปกติให้ไม่เพียงพอ (หมายเหตุ: การทานวิตามินควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) หนึ่งในกลไกสำคัญของการดูแลและลดปัจจัยภาวะขาดสมดุลของร่างกาย คือ การลดสิ่งตกค้างที่คอยรบกวนระบบร่างกายเหล่านี้ ซึ่ง Omega-3 (โอเมก้า 3) จะทำหน้าที่เสมือน “คานดุลย์” ของระบบไขมันในร่างกาย ระหว่างไขมันกลุ่มที่กระตุ้นมลภาวะภายในที่สะสมอย่าง Omega-6 และไขมันมีส่วนช่วยดูแลสมดุลของร่างกายคือโอเมก้า-3 เรียกว่าเป็นตัวช่วยกลไกการฟื้นบำรุงร่างกายจากภายใน ที่เริ่มต้นดูแลตั้งแต่ระบบพื้นฐานของสุขภาพโดยรวม
Omega-3 (โอเมก้า 3) ประกอบด้วย EPA และ DHA สำหรับวัยทำงานแนะนำให้เน้นสัดส่วนของ EPA ที่ช่วยดูแลสมดุลภายใน (ในขณะที่ DHA จะเด่นเรื่องบำรุงสมอง) ปัจจุบันคนเรามักได้รับ Omega-6 จากอาหารทอดมากเกินไปจนร่างกายเสียสมดุล การเติม Omega-3 จากปลาทะเลที่มีไขมันสูง ที่ไม่ผ่านการปรุงด้วยความร้อนสูง จึงเป็นการปรับสมดุลให้สัดส่วนของ Omega-6: Omega-3 ใกล้เคียง 4:1 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เราต้องการ ช่วยบำรุงสมองและฟื้นบำรุงความสมบูรณ์ของสุขภาพจากภายในร่างกายด้วย” พญ. อังศ์วรา กล่าว
.png)
ในด้านผิวพรรณและความงาม การดูแลผิวในปัจจุบัน ไม่ได้ดูแลเพียงความสวยงามภายนอก แต่เริ่มจากภายใน ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ คือฝันร้ายของผู้หญิงไทยกว่าร้อยละ 70 เมื่อก้าวเข้าสู่วัยนี้ สารสกัดกลุ่ม Pycnogenol (สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส) มีงานวิจัยว่ามีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยลดเลือนกระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ ช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอและในส่วนของ Astaxanthin (แอสตาแซนธิน) ที่ช่วยดูแลผิวจากการถูกทำร้ายด้วยแสงแดด และมีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอยแรกเริ่ม ช่วยให้ผิวคงความยืดหยุ่นและชุ่มชื้น
เพราะการดูแลตัวเองวันนี้ คือการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีในอีก 30 ปีข้างหน้า ให้ SOLVEGROUP เป็นแรงบันดาลใจให้คุณเริ่มต้นดูแลสุขภาพอย่างเข้าใจและยั่งยืน จากภายในสู่ภายนอก ติดตามข่าวสารและข้อมูลสุขภาพแบบย่อยง่าย
ทุกช่องทางของ SOLVEGROUP ได้ที่ Solvegroup.co.th หรือ Facebook : Solvegroup, Instagram, Shopee, TikTok : Solvegroup_official และ Lazada : Solve group Thailand
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี