วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ในสนามกีฬา เมื่อนักวิ่งสะดุดล้มลงขณะแข่งขัน นักวิ่งยังมีโอกาสลุกขึ้นและวิ่งต่อเพื่อเข้าเส้นชัยได้ แต่ในชีวิตจริง โดยเฉพาะกับคนที่เคยก้าวพลาดและล้มลงเพราะยาเสพติด กลับแทบจะไม่ได้รับโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตตามปกติอีกต่อไปเขาเหล่านั้นไม่มีโอกาสได้ลุกขึ้นเพื่อใช้ชีวิตปกติต่อไป เพียงเพราะการตัดสินจากอคติตามกรอบการคิดของคนในสังคม
ยาเสพติดไม่ใช่เพียงปัญหาสุขภาพหรืออาชญากรรม แต่คือปัญหาที่ทำให้ประเทศสูญเสีย “ทรัพยากรมนุษย์” อย่างมหาศาล ประเทศไทยมีผู้ต้องขังคดียาเสพติดจำนวนมากโดยสถิติของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกับเครือข่ายวิชาการ ปี พ.ศ. 2567 ชี้ว่าจำนวนประชากรที่ใช้สารเสพติดอย่างน้อย 1 ครั้งมีมากถึงประมาณ 3.7 ล้านคน ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ความรุนแรงของปัญหา แต่สะท้อนถึง “คนจำนวนมาก” ที่เคยพลาด และกำลังรอคอยโอกาสในการเริ่มต้นใหม่

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และครอบครัว ได้ร่วมมือกันในการบำบัด ฟื้นฟู และเตรียมความพร้อมให้ผู้ที่เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการถอนพิษยา การฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือการติดตามหลังการบำบัด เพื่อช่วยให้พวกเขาได้กลับคืนสู่สังคมและได้ใช้ศักยภาพของตนเองให้เต็มที่เพื่อใช้ชีวิตที่มีคุณค่าต่อไป
แต่ในความจริง การกลับคืนสู่สังคมของหลายๆ คนกลับต้อง “สะดุด” ล้มเป็นครั้งที่สอง สาม สี่ เพียงเพราะสังคมมีอคติ หลายคนเผชิญปัญหาถูกปฏิเสธงาน ถูกตั้งคำถามว่าจะกลับไปเกี่ยวข้องกับสารเสพติดอีกไหม ถูกสังคมตีตรา ไม่ไว้วางใจให้พวกเขาได้ลุกขึ้นวิ่งต่อ และในบางกรณี อคติของคนในสังคม และการไม่ได้รับโอกาสนี้เอง กลายเป็นแรงผลักให้บางคนย้อนกลับไปสู่เส้นทางเดิม
แต่มีหลายคนที่ลุกขึ้นได้ หนีพ้นวงจรนี้ และวิ่งต่อไปข้างหน้า ใช้อดีตเป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม
อัครินทร์ ปูรี หรือ “หรั่ง พระนคร” หนุ่มที่เคยใช้ชีวิตในความมืดมานับสิบปี เคยถูกดำเนินคดีและต้องรับโทษตามกฎหมาย ใช้ชีวิตวนเวียนในวงจรนี้อยู่นับสิบครั้ง แม้ว่าการวิ่งบนเส้นทางชีวิตของเขาจะสะดุดล้มลงซ้ำ ๆ แต่ในที่สุดเขาก็เอาชนะตัวเอง เปลี่ยนแปลงและลุกขึ้นได้อีกครั้ง
ด้วยกำลังใจจากครอบครัว พี่สาวที่ไม่เคยทิ้งเขา และยังชี้แนะแนวทางให้เขากลับมามีศรัทธาในศาสนา มีเป้าหมายในชีวิต วันที่ก้าวเท้ากลับสู่โลกภายนอก หรั่งเต็มไปด้วยความกังวล แต่พี่สาวพาเข้าสังคมใหม่ที่ห่างไกลยาเสพติด ทำให้เขามีกำลังใจ ที่สำคัญ คือ ได้มีโอกาสลุกขึ้นและวิ่งได้อีกครั้ง จนปัจจุบัน หรั่งหันหลังให้กับยาเสพติดได้อย่างสิ้นเชิง เป็นเจ้าของธุรกิจ มีแบรนด์กีตาร์แบบทำมือที่ประสบความสำเร็จมาก เป็นนักสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นคุณพ่อของลูกวัยประถม

“ความไว้วางใจ และการให้โอกาส คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ทุกคนให้กับคนที่พร้อมได้เสมอ”หรั่งกล่าว
เช่นเดียวกันกับ เมษา (นามสมมุติ) ผู้ที่พ้นโทษจากคดียาเสพติด และกลายมาเป็นครูสอนศิลปะแก่ผู้ต้องขังเพื่อช่วยให้พวกเขามีอาชีพสุจริตเมื่อกลับเข้าสู่สังคม ที่แม้จะพิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับเธอ ไม่ใช่อดีต แต่คือสายตาของสังคม
“ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือการทำให้คนเชื่อว่าเราเปลี่ยนแปลงได้จริง บางคนคิดว่าเราแสร้งทำ หรือมีเจตนาแอบแฝง แต่เราเข้าใจนะว่าทำไมพวกเขาถึงคิดแบบนั้น เราต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำ ไม่ใช่แค่คำพูด”
คำพูดของเมษา อาจสะท้อนความรู้สึกของใครอีกหลายคนที่กำลังพยายามลุกขึ้นใหม่ แต่สังคมยังไม่ได้เปิดพื้นที่ให้ยืนอย่างเต็มที่คนที่เคยพลาด ไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่ต้องการ “โอกาส” ในการทำงาน การพิสูจน์ตัวเอง และการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอีกครั้งเพราะพวกเขาไม่ใช่เพียง “อดีตผู้กระทำผิด” แต่คือ “ทรัพยากรมนุษย์” ที่สามารถกลับมาสร้างคุณค่าให้กับประเทศได้นักวิ่งที่ล้มลงในเส้นทางวิ่ง ยังมีโอกาสเข้าเส้นชัยเป็นอันดับต้น ๆ ได้ แล้วทำไมผู้ที่ผ่านการบำบัดหรือผ่านการฟื้นฟูจากคดียาเสพติด จะกลับมาวิ่งต่อให้ถึงเส้นชัยอย่างงดงามไม่ได้

งาน “วิ่งด้วยรัก ฮักด้วยใจ Recovery Run” ที่ปปส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายเตรียมจะจัดขึ้น ณ สวนหลวง ร.9 กรุงเทพฯ ในวันที่ 14 มิถุนายน นี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกาย แต่คือพื้นที่สัญลักษณ์ของการ “ให้โอกาส” และเป็นเวทีที่สังคมจะได้ก้าวเดินและออกวิ่งเพื่อตนเอง ขณะเดียวกันก็พร้อมจะประคองผู้ที่ผ่านการบำบัดหรือพ้นโทษจากคดียาเสพติดให้เริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นก้าวเดิน และออกวิ่งด้วยความมั่นใจ มีเป้าหมาย พร้อมจะสร้างประโยชน์ให้สังคมต่อไป
ผู้ที่สนใจร่วมแสดงพลังในกิจกรรมวิ่งครั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ : วิ่งด้วยรัก ฮักด้วยใจ – Recovery Run หรือเพจ Thailand Sport Series
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี