วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
การศึกษาใหม่โดยนักวิจัยจาก UCLA และ University at Buffalo ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications เผยให้เห็นว่าอาหารที่เน้นมันฝรั่งเป็นหลักได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อพันธุกรรมของชาวแอนดีส (Andean people) ในช่วง 6,000-10,000 ปีที่ผ่านมา
ชาวพื้นเมืองในเทือกเขาแอนดีส โดยเฉพาะผู้พูดภาษาเกชัว (Quechua) มีจำนวนสำเนาของยีน AMY1 ซึ่งผลิตเอนไซม์อะไมเลสในน้ำลายเพื่อย่อยแป้ง เฉลี่ยสูงถึง 10 สำเนา ซึ่งมากกว่าประชากรกลุ่มอื่น ๆ ทั่วโลกประมาณ 2-4 สำเนา การมีสำเนาของยีนนี้มากขึ้น ช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารประเภทแป้งได้มีประสิทธิภาพตั้งแต่อยู่ในปาก นักวิจัยพบว่าผู้ที่มีสำเนาของยีนนี้มากกว่า 10 สำเนา มีความได้เปรียบในการอยู่รอดหรือการสืบพันธุ์เพิ่มขึ้นประมาณ 1.24% ต่อรุ่น
นักวิจัยยังได้เปรียบเทียบชาวแอนดีสกับชาวมายาในเม็กซิโก พบว่าชาวมายามีจำนวนสำเนา AMY1 น้อยกว่า เฉลี่ยอยู่ที่ 6 สำเนา เนื่องจากไม่ได้เน้นการเพาะปลูกมันฝรั่งเป็นอาหารหลักในระดับเดียวกัน
การเพิ่มขึ้นของจำนวนยีนนี้เกิดขึ้นหลายพันปีก่อนที่ชาวยุโรปจะเดินทางมาถึงอเมริกา จึงไม่ใช่ผลกระทบจากการลดลงของประชากร (genetic bottleneck) หลังยุคอาณานิคม
การค้นพบนี้ตอกย้ำว่า วิวัฒนาการของมนุษย์ยังคงดำเนินอยู่และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมการกินได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาเพียง 10,000 ปี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี