หลายคนอาจเคยได้ยินว่า “วัคซีน HPV เป็นวัคซีนสำหรับผู้หญิง” หรือเข้าใจว่า “ฉีดเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น” แต่ในความเป็นจริง ผู้ชายเองก็เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV มากกว่าที่คิดและในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แพทย์ทั่วโลกเริ่มแนะนำให้ ผู้ชายฉีดวัคซีน HPV มากขึ้นอย่างชัดเจน

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า ผู้ชายฉีดได้ไหม แต่คือ ผู้ชายควรฉีดไหม และจำเป็นแค่ไหนสำหรับชีวิตในระยะยาว บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้ข้อมูลครบ เพื่อให้คุณตัดสินใจด้วยตัวเองอย่างสบายใจ
HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ผ่านการสัมผัสทางผิวหนังและการมีเพศสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องเป็นการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่เท่านั้น การสัมผัสบริเวณผิวหนังที่มี เชื้อก็สามารถทำให้ติดเชื้อได้
ซึ่งเชื้อ HPV มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
มักทำให้เกิด หูดหงอนไก่ ซึ่งเป็นตุ่มเนื้อหรือปุ่มนูนบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก แม้จะไม่ใช่มะเร็งและไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่สามารถแพร่กระจายได้ง่าย และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นใจของผู้ป่วย
มีความเกี่ยวข้องกับการเกิด มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต รวมถึงมะเร็งช่องปากและลำคอ เชื้อกลุ่มนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง
จากข้อมูลทางการแพทย์ พบว่า ทั้งผู้หญิงและผู้ชายสามารถติดเชื้อ HPV ได้ และในหลายกรณี ผู้ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการใด ๆ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว
แม้ผู้ชายจะไม่เสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูก แต่เชื้อ HPV สามารถก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ได้ เช่น
เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย เกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11
แม้ไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิต แต่สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ และส่งผลต่อคุณภาพชีวิต
ที่เป็นสายพันธุ์เสี่ยงสูง ย่อมมีความสัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิดในผู้ชาย ได้แก่ มะเร็งองคชาต, มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งช่องปากและลำคอ แถมงานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า มะเร็งเหล่านี้อาจไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้การตรวจพบล่าช้า
ผู้ชายจำนวนไม่น้อยสามารถติดเชื้อ HPV โดยไม่รู้ตัว และอาจแพร่เชื้อให้คู่นอนหรือคนรักได้ แม้ตนเองจะไม่มีอาการใด ๆ
วัคซีน HPV ทำหน้าที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อ HPV บางสายพันธุ์
วัคซีนไม่สามารถรักษาการติดเชื้อที่เกิดขึ้นแล้วได้ แต่ช่วย ป้องกันการติดเชื้อใหม่ในอนาคต
ปัจจุบันการฉีดวัคซีน HPV ได้รับการใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก และมีข้อมูลด้านความปลอดภัยรองรับในระยะยาว
แนวทางจากหลายองค์กรด้านสาธารณสุขระบุว่า ผู้ชายสามารถรับวัคซีน HPV ได้ และอาจได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะในแง่ของการป้องกันโรคในอนาคต และประโยชน์ที่กล่าวถึง ได้แก่
● ลดความเสี่ยงของหูดหงอนไก่
● ลดความเสี่ยงของมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV
● ลดโอกาสการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น
ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า วัคซีน HPV ให้ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อฉีดในช่วงอายุ 9–26 ปี
อย่างไรก็ตาม ผู้ชายที่มีอายุมากกว่านี้ก็ยังสามารถฉีดวัคซีนได้ แม้ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วอาจเคยสัมผัสเชื้อ HPV บางสายพันธุ์ แต่วัคซีนยังสามารถช่วยป้องกันสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยติดได้

จำนวนเข็มขึ้นอยู่กับอายุและชนิดของวัคซีน โดยทั่วไปอยู่ที่ 2 เข็ม สำหรับผู้ที่เริ่มฉีดตั้งแต่อายุน้อย และ 3 เข็ม สำหรับวัยรุ่นตอนปลายและผู้ใหญ่ ทั้งสองแบบนี้แพทย์จะเป็นผู้แนะนำตารางการฉีดที่เหมาะสมในแต่ละกรณี
เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุยังน้อย โดยมักเป็นช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่นตอนต้น หรือเด็กอายุ 9-14 ปี และการฉีด 2 เข็มจะเว้นระยะห่างกันตามกำหนด เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางนี้ถูกนำมาใช้ในหลายประเทศ เนื่องจากให้ผลการป้องกันที่ดีในกลุ่มอายุดังกล่าว
มักใช้ในวัยรุ่นตอนปลายและผู้ใหญ่ ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่เริ่มฉีดวัคซีนเมื่อมีอายุมากขึ้น และการฉีด 3 เข็มจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมมากขึ้น
แพทย์จะเป็นผู้กำหนดช่วงเวลาระหว่างเข็ม เพื่อให้เหมาะสมกับสุขภาพและความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
การเลือกชนิดวัคซีนขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ อายุ ความเสี่ยง และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยวัคซีน HPV ที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
วัคซีนชนิดนี้ช่วยป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 ซึ่งครอบคลุมทั้งสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิด หูดหงอนไก่ และสายพันธุ์เสี่ยงสูงที่เกี่ยวข้องกับ มะเร็งหลายชนิด
ถือเป็นวัคซีนที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายมาเป็นเวลานาน และมีข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยรองรับค่อนข้างมาก
วัคซีนชนิดนี้พัฒนาต่อยอดจากแบบ 4 สายพันธุ์ โดยเพิ่มการป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงอื่น ๆ เข้าไป ช่วยขยายขอบเขตการป้องกันมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้ครอบคลุมมากขึ้น
ปัจจุบันวัคซีนชนิดนี้มักถูกแนะนำมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องการการป้องกันในระยะยาว

จากข้อมูลการใช้งานทั่วโลก วัคซีน HPV ได้รับการยืนยันว่ามีความปลอดภัยสูง ดังนั้นผลข้างเคียงที่พบได้ส่วนใหญ่มักเป็นอาการเล็กน้อยและเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดหลังฉีดวัคซีน อาจมีอาการปวด ตึง หรือบวมเล็กน้อยบริเวณต้นแขน ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1–2 วัน โดยไม่จำเป็นต้องรักษาเป็นพิเศษ
บางรายอาจรู้สึกอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว หรือมีไข้ต่ำ ๆ หลังฉีดวัคซีน แต่อาการเหล่านี้ถือเป็นการตอบสนองตามปกติของร่างกาย และมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองในเวลาไม่นาน
วัคซีน HPV ไม่ได้เป็นเรื่องของผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป ข้อมูลทางการแพทย์ชี้ว่า “ผู้ชายก็มีความเสี่ยงจากเชื้อ HPV และสามารถได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีน”
การฉีดวัคซีนเป็นหนึ่งในทางเลือกด้านการป้องกันโรค ซึ่งควรพิจารณาร่วมกับข้อมูล ความเสี่ยงส่วนบุคคล และคำแนะนำจากแพทย์ และการตัดสินใจเรื่องสุขภาพ อาจเริ่มต้นจากการมีข้อมูลที่รอบด้าน และการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมในระยะยาว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี