วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
หลายคนอาจเคยได้ยินว่า “วัคซีน HPV เป็นวัคซีนสำหรับผู้หญิง” หรือเข้าใจว่า “ฉีดเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น” แต่ในความเป็นจริง ผู้ชายเองก็เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV มากกว่าที่คิดและในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แพทย์ทั่วโลกเริ่มแนะนำให้ ผู้ชายฉีดวัคซีน HPV มากขึ้นอย่างชัดเจน

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า ผู้ชายฉีดได้ไหม แต่คือ ผู้ชายควรฉีดไหม และจำเป็นแค่ไหนสำหรับชีวิตในระยะยาว บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้ข้อมูลครบ เพื่อให้คุณตัดสินใจด้วยตัวเองอย่างสบายใจ
HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ผ่านการสัมผัสทางผิวหนังและการมีเพศสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องเป็นการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่เท่านั้น การสัมผัสบริเวณผิวหนังที่มี เชื้อก็สามารถทำให้ติดเชื้อได้
ซึ่งเชื้อ HPV มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
มักทำให้เกิด หูดหงอนไก่ ซึ่งเป็นตุ่มเนื้อหรือปุ่มนูนบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก แม้จะไม่ใช่มะเร็งและไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่สามารถแพร่กระจายได้ง่าย และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นใจของผู้ป่วย
มีความเกี่ยวข้องกับการเกิด มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต รวมถึงมะเร็งช่องปากและลำคอ เชื้อกลุ่มนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง
จากข้อมูลทางการแพทย์ พบว่า ทั้งผู้หญิงและผู้ชายสามารถติดเชื้อ HPV ได้ และในหลายกรณี ผู้ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการใด ๆ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว
แม้ผู้ชายจะไม่เสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูก แต่เชื้อ HPV สามารถก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ได้ เช่น
เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย เกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11
แม้ไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิต แต่สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ และส่งผลต่อคุณภาพชีวิต
ที่เป็นสายพันธุ์เสี่ยงสูง ย่อมมีความสัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิดในผู้ชาย ได้แก่ มะเร็งองคชาต, มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งช่องปากและลำคอ แถมงานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า มะเร็งเหล่านี้อาจไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้การตรวจพบล่าช้า
ผู้ชายจำนวนไม่น้อยสามารถติดเชื้อ HPV โดยไม่รู้ตัว และอาจแพร่เชื้อให้คู่นอนหรือคนรักได้ แม้ตนเองจะไม่มีอาการใด ๆ
วัคซีน HPV ทำหน้าที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อ HPV บางสายพันธุ์
วัคซีนไม่สามารถรักษาการติดเชื้อที่เกิดขึ้นแล้วได้ แต่ช่วย ป้องกันการติดเชื้อใหม่ในอนาคต
ปัจจุบันการฉีดวัคซีน HPV ได้รับการใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก และมีข้อมูลด้านความปลอดภัยรองรับในระยะยาว
แนวทางจากหลายองค์กรด้านสาธารณสุขระบุว่า ผู้ชายสามารถรับวัคซีน HPV ได้ และอาจได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะในแง่ของการป้องกันโรคในอนาคต และประโยชน์ที่กล่าวถึง ได้แก่
● ลดความเสี่ยงของหูดหงอนไก่
● ลดความเสี่ยงของมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV
● ลดโอกาสการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น
ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า วัคซีน HPV ให้ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อฉีดในช่วงอายุ 9–26 ปี
อย่างไรก็ตาม ผู้ชายที่มีอายุมากกว่านี้ก็ยังสามารถฉีดวัคซีนได้ แม้ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วอาจเคยสัมผัสเชื้อ HPV บางสายพันธุ์ แต่วัคซีนยังสามารถช่วยป้องกันสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยติดได้

จำนวนเข็มขึ้นอยู่กับอายุและชนิดของวัคซีน โดยทั่วไปอยู่ที่ 2 เข็ม สำหรับผู้ที่เริ่มฉีดตั้งแต่อายุน้อย และ 3 เข็ม สำหรับวัยรุ่นตอนปลายและผู้ใหญ่ ทั้งสองแบบนี้แพทย์จะเป็นผู้แนะนำตารางการฉีดที่เหมาะสมในแต่ละกรณี
เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุยังน้อย โดยมักเป็นช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่นตอนต้น หรือเด็กอายุ 9-14 ปี และการฉีด 2 เข็มจะเว้นระยะห่างกันตามกำหนด เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางนี้ถูกนำมาใช้ในหลายประเทศ เนื่องจากให้ผลการป้องกันที่ดีในกลุ่มอายุดังกล่าว
มักใช้ในวัยรุ่นตอนปลายและผู้ใหญ่ ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่เริ่มฉีดวัคซีนเมื่อมีอายุมากขึ้น และการฉีด 3 เข็มจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมมากขึ้น
แพทย์จะเป็นผู้กำหนดช่วงเวลาระหว่างเข็ม เพื่อให้เหมาะสมกับสุขภาพและความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
การเลือกชนิดวัคซีนขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ อายุ ความเสี่ยง และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยวัคซีน HPV ที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
วัคซีนชนิดนี้ช่วยป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 ซึ่งครอบคลุมทั้งสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิด หูดหงอนไก่ และสายพันธุ์เสี่ยงสูงที่เกี่ยวข้องกับ มะเร็งหลายชนิด
ถือเป็นวัคซีนที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายมาเป็นเวลานาน และมีข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยรองรับค่อนข้างมาก
วัคซีนชนิดนี้พัฒนาต่อยอดจากแบบ 4 สายพันธุ์ โดยเพิ่มการป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงอื่น ๆ เข้าไป ช่วยขยายขอบเขตการป้องกันมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้ครอบคลุมมากขึ้น
ปัจจุบันวัคซีนชนิดนี้มักถูกแนะนำมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องการการป้องกันในระยะยาว

จากข้อมูลการใช้งานทั่วโลก วัคซีน HPV ได้รับการยืนยันว่ามีความปลอดภัยสูง ดังนั้นผลข้างเคียงที่พบได้ส่วนใหญ่มักเป็นอาการเล็กน้อยและเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดหลังฉีดวัคซีน อาจมีอาการปวด ตึง หรือบวมเล็กน้อยบริเวณต้นแขน ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1–2 วัน โดยไม่จำเป็นต้องรักษาเป็นพิเศษ
บางรายอาจรู้สึกอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว หรือมีไข้ต่ำ ๆ หลังฉีดวัคซีน แต่อาการเหล่านี้ถือเป็นการตอบสนองตามปกติของร่างกาย และมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองในเวลาไม่นาน
วัคซีน HPV ไม่ได้เป็นเรื่องของผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป ข้อมูลทางการแพทย์ชี้ว่า “ผู้ชายก็มีความเสี่ยงจากเชื้อ HPV และสามารถได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีน”
การฉีดวัคซีนเป็นหนึ่งในทางเลือกด้านการป้องกันโรค ซึ่งควรพิจารณาร่วมกับข้อมูล ความเสี่ยงส่วนบุคคล และคำแนะนำจากแพทย์ และการตัดสินใจเรื่องสุขภาพ อาจเริ่มต้นจากการมีข้อมูลที่รอบด้าน และการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมในระยะยาว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี