วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2521 ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ต่อมาเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
.jpg)
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ ได้โดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ตลอดจนพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ทั้งปวงเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร โดยมิได้ทรงเหน็ดเหนื่อยและย่อท้อแต่อย่างใด ดั่งพระราชดำรัสเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2562 ความว่า ”...ข้าพเจ้ามีความตั้งมั่นที่จะสนองพระเดชพระคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เหมือนดั่งที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด และแผ่ขยายพระบารมีแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี...”
.jpg)
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงใส่พระราชหฤทัยในสุขทุกข์ของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญที่จะดูแลประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ซึ่งเริ่มรุนแรงขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 นั้น ได้โดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณและพระราชทานความช่วยเหลือในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ถุงยังชีพ หน้ากากอนามัย และสิ่งของอื่นๆ ที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดหาและพระราชทานไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ และชุมชนแออัด รวมทั้งทรงเย็บหน้ากากผ้าด้วยพระองค์เอง ซึ่งประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อม
.jpg)
ทรงสืบสานพระราชปณิธาน พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้าน “ผ้าไทย”
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพระวิริยะอุตสาหะปฏิบัติพระราชกรณียกิจยาวนานกว่า 6 ทศวรรษในการพัฒนาส่งเสริมเรื่อง “ผ้าไทย” จากสิ่งทอของชาวบ้านที่เกือบสูญหายให้กลับมาเป็นอาภรณ์อันทรงคุณค่า เป็น“มรดกแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น” ที่คนไทยและคนทั่วโลกยอมรับถึงคุณค่าและความงดงามอันประเมินค่ามิได้
ทุกพระราชโอกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ หรือเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ จะทรงฉลององค์ที่ตัดเย็บด้วย “ผ้าไหมไทย” ที่มีลวดลายงดงามและเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฉลองพระองค์ชุดไทยแบบพระราชนิยม หรือฉลองพระองค์ชุดไทยที่ตัดเย็บแบบร่วมสมัย รวมถึง “กระเป๋าทรงถือ” ที่เข้าชุดกับฉลองพระองค์ ซึ่งเป็นงานหัตกรรมที่ทำมาจากเศษผ้าไหมที่เหลือจากการตัดฉลองพระองค์ ทรงใช้ทักษะด้านการออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งของเหลือใช้ ด้วยทรงตระหนักถึงการจัดการสิ่งของเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่เหลือทิ้งเป็นเศษขยะ
.jpg)
ในระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหราชอาณาจักรของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมานั้น
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ซึ่งตัดเย็บด้วย “ผ้าไทย” งามสมพระเกียรติเป็นที่จับตายิ่ง ตามที่ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะสืบสานพระราชปณิธานใน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ในการเผยแพร่ความงามอันมีเอกลักษณ์ของผ้าทอจากภูมิปัญญาคนไทย และส่งเสริมผ้าไทย ตลอดจนงานหัตถกรรมไทยให้ชาวโลกรู้จักไปทั่วโลก นอกจากฉลองพระองค์แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังทรงเลือก “กระเป๋าทรงถือ” ที่เข้าชุดกันกับฉลองพระองค์จนเป็นที่กล่าวขานถึง
เช่นเดียวกับที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ขณะโดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ (State Visit) ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน ระหว่างวันที่ 25 – 28 เมษายน 2568 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ด้วย “ผ้าไทย” ทรงคุณค่า ที่ผสานเอกลักษณ์ภูฏานอย่างสง่างามทุกชุด แสดงให้เห็นภาพแห่งมิตรภาพระหว่างประเทศได้อย่างลึกซึ้งผ่านพัสตราภรณ์ที่สง่างามที่สุด

จนถึงช่วงครึ่งแรกของปีพุทธศักราช 2569 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือน สาธารณรัฐอิตาลี ระหว่างวันที่ 18 - 23 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง และร่วมงานในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 (Milano Cortina 2026) ณ เมืองมิลาน ทรงเลือกสวมฉลองพระองค์เซ็ตสูทกางเกงที่ตัดเย็บจากผ้าไหมไทยสีดำ(All-black Silk Suit) สไตล์โมเดิร์นคลาสสิก ซึ่งเป็นการนำผ้าไหมไทยมาประยุกต์เข้ากับแฟชั่นสากลของเมืองแห่งแฟชั่นอย่างมิลานได้อย่างลงตัวและดูทะมัดทะแมง
ต่อมา ขณะโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม 2569 ตามคำทูลเชิญของนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศลาว เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว ครบ 75 ปี สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ผ้าไทยที่ผสมผสานเอกลักษณ์ศิลปะลาวอย่างงดงามและสง่างาม
ล่าสุด ขณะโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน เพื่อทรงร่วมงานฉลองพระชนมายุ 80 พรรษา ระหว่างวันที่ 29 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ฉลองพระองค์ผ้าไทยได้รับการชื่นชมจากสื่อและราชวงศ์ต่างประเทศอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็น ฉลองพระพระองค์ชุดไทยดุสิตสีม่วง หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงออกแบบไว้สำหรับงานราตรีสโมสร และฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมาน สีน้ำตาลทองอันวิจิตร หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยมที่มีความสุภาพและเป็นทางการระดับสูงสุด ตัดเย็บจากผ้าไหมยกทองที่มีลวดลายละเอียดระยิบระยับ ทรงสวมคู่กับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเครื่องประดับโบราณอย่างสมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงสะกดสายตาชาวโลกด้วยฉลองพระองค์ชุดราตรียาว ทรงสวมมงกุฎ (Tiara) เคียงคู่กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังหลวงกรุงสตอกโฮล์ม โดย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปรากฎพระองค์ในฉลองพระองค์ราตรียาวแบบสากล (Evening Gown) สะท้อนถึงความหรูหราแบบสากล แต่ยังคงไว้ซึ่งเกียรติยศแห่งราชวงศ์ไทยอย่างสูงสุด ตัดเย็บจากผ้าไหมไทยผสมลูกไม้ลายขนนก งานปักดิ้นเงินด้วยมือ สะท้อนทักษะเชิงช่างชั้นสูงด้วยการปักประดับลูกปัดขนาดเล็กและคริสตัลโทนสีเงินทั่วทั้งชุดอย่างบรรจง พร้อมชายลากยาว โดยได้แรงบันดาลใจจากสไบของชุดไทยจักรี ทรงพาดสายสะพายสีเหลือง และทรงคลุมเคป (Evening Cape) สีงาช้าง เพิ่มภาพลักษณ์สง่างามระดับราชสำนักยุโรป มีความเป็นทางการระดับสูง ทรงงดงามด้วยเทียร่า Diamond Fringe Tiara (รัดเกล้าเพชรรัศมีสุริยะ) พระราชมรดกอันทรงคุณค่าจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทรงตระหนักถึงปัญหาการล่วงละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนไทย
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตระหนักถึงปัญหาการล่วงละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กไทย โดยเสด็จพระราชดำเนินเข้าร่วมการประชุมสุดยอดการคุ้มครองเด็ก “Child Protection Summit, Bangkok 2024” ซึ่ง สมเด็จพระราชินีซิลเวีย แห่งราชอาณาจักรสวีเดน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมดังกล่าว จัดโดย มูลนิธิเด็กโลก (World Childhood Foundation) ในสมเด็จพระราชินีซิลเวีย แห่งราชอาณาจักรสวีเดน และมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก (Safeguardkids Foundation) ประเทศไทย ร่วมด้วยภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ณ ห้องประชุม ESCAP Hall ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UNCC)
%20(1)(1).jpg)
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัสในงานดังกล่าวว่า “สมเด็จพระราชินีซิลเวีย เรนาเทอ ซอมแมร์ลัธ แห่งราชอาณาจักรสวีเดน เป็นที่รู้จักของคนไทย เพราะพระองค์เป็นเพื่อน เป็นมิตรที่ดีของคนไทยและประเทศไทย การทำงานตลอดชีวิตของพระองค์ได้ดูแลเด็กๆ ทั่วโลก พระองค์ทรงงานอย่างหนักในการทำงานให้กับมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก เพื่อที่จะคุ้มครองและทำให้เด็กมีความปลอดภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดทางเพศต่อเด็ก หรือการเอารัดเอาเปรียบต่อเด็ก
การทำงานเป็นหุ้นส่วนกับมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก การทำงานร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเรากำลังเผชิญปัญหาหลายคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการละเมิดทางเพศต่อเด็ก และการนำเด็กมาเป็นสินค้า เราจะขยายการทำงานในอินเตอร์เนต เพราะการใช้โซเชียลมีเดียต่างๆ ได้สร้างและเพิ่มอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับเด็กๆ ดังนั้นเราจะปกป้องเด็กพวกนี้ได้อย่างไร เมื่อความเสี่ยงนั้นมากกว่าสิ่งที่เราควรจะทำได้
(2).jpg)
เราจะต้องนำผู้บังคับใช้กฎหมายเพื่อที่มาดูแลปัญหานี้ และมีความพยายามต่างๆ จำเป็นต้องมีการทำงานร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล เอกชนและหุ้นส่วนที่ทำงานกันในระดับนานาชาติ เพื่อให้เด็กนั้นมีความปลอดภัย อันนี้เป็นปัจจัยหลักและเป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคนที่เราจะต้องแบ่งปันกัน เด็กๆ นั้นเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุด เขาควรจะมีการเจริญเติบโตและอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีความปลอดภัย เราจะต้องผลักดันให้มีการทำงานเรื่องนี้ให้อนาคตของเด็กสดใส รุ่งเรือง เด็กทุกคนมีสิทธิในชีวิตของเขา มีสิทธิที่จะได้รับความรักมีความสุข มีสิทธิที่จะได้รับการศึกษา สิทธิในการเล่น และมีสิทธิในการเจริญเติบโตในทิศทางที่ดีด้วย
ความจำเป็นในการทำงานจากความยุ่งยากให้ง่ายขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิต่างๆ เด็กจะได้รับทุกคน ข้าพเจ้าหวังว่าการแบ่งปันข้อมูลต่างๆ อาจจะทำให้การทำงานเจริญรุ่งเรือง อยากขอขอบพระคุณสมเด็จพระราชินีแห่งสวีเดน ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมประชุมในครั้งนี้สำหรับอนาคตที่ดีของเด็กๆ ของเรา”
พระปรีชาสามารถและพระราชหฤทัยที่ทรงมุ่งมั่นสืบสานกีฬาเรือใบและฮอกกี้
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้ความสำคัญและทรงสนพระราชหฤทัยที่จะทรงสืบสานกีฬาเรือใบด้วยการทรงร่วมการแข่งขันกีฬาเรือใบ 2 รายการแข่งขัน โดยครั้งแรกทรงร่วมการแข่งขันเรือใบนานาชาติ ชิงถ้วยพระราชทาน “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 35 ในทีมเรือใบ รุ่น ไออาร์ซี ซีโร (IRC Zero) หมายเลขเรือ THA 72 ณ หาดกะตะ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยทีมเรือใบของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สามารถเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1
.jpg)
ครั้งที่ 2 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงร่วมการแข่งขันกีฬาเรือใบ ข้ามอ่าว ทรงเป็นผู้แทนทีมวายุ ซึ่งเป็นทีมชนะเลิศการแข่งขันกีฬาเรือใบข้ามอ่าว เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัลนิรันดร หางเสือเรือพระที่นั่ง “เวคา” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทรงมีพระปรีชาสามารถและนำทีมเข้าเส้นชัยที่อ่าวเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นลำดับที่ 1 ด้วยเวลา 4.33 ชั่วโมง
นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเรือใบ ประเภทเรือคีลโบ๊ท (SSL 47) ในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทย ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ทรงนำทัพนักกีฬาเรือใบทีมชาติไทยทำคะแนนรวมเป็นอันดับที่ 1 คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ

การที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเรือใบ แสดงถึงพระปรีชาสามารถในด้านกีฬาเรือใบ และทรงร่วมน้อมรำลึกในพระอัจฉริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบ ทรงพระปรีชาสามารถ และประสบความสำเร็จในระดับสากล อีกทั้ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังทรงมุ่งหวังที่จะสืบสานกีฬาเรือใบของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติ และระดับนานาชาติ รวมทั้งทรงส่งเสริมสร้างแรงบันดาลใจแก่นักกีฬาเรือใบรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเยาวชนให้ได้ฝึกฝนทักษะและพัฒนาต่อยอดการเล่นเรือใบสู่ระดับสากลต่อไป
นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดนักกีฬาไอซ์ฮอกกี้ทีมชาติไทย และทรงร่วมลงแข่งขันในตำแหน่งเซนเตอร์ฟอร์เวิร์ด (Center forward) ในการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรรายการสำคัญ เช่น แมตช์สานสัมพันธ์ไทย-จีน อีกทั้ง ยังทรงให้การสนับสนุนและเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแข่งขันกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง รวมถึงพระราชทานถ้วยรางวัลในการแข่งขันรายการชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งของไทยสู่เวทีระดับสากล
ขณะเสด็จพระราชดำเนินเยือนเมืองมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี เพื่อทรงทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานสหพันธ์ฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ (IIHF) นอกจากจะเป็นการทอดพระเนตรการแข่งขันแล้ว ยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น "ทูตส่งเสริมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งประเภทหญิง" ของสหพันธ์ฯ เพื่อสนับสนุนและทรงเป็นกำลังใจแก่นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งจากทั่วโลกด้วย
.jpg)
พระราชกรณียกิจสำคัญด้านการทหาร ทรงเป็นผู้นำหญิงแห่งกองทัพไทย
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี ปัจจุบันทรงดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ทรงเป็นกุลสตรีไทยที่มีพระราชจริยาวัตรอันงดงามที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถแบ่งเบาพระราชภาระของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎรได้เป็นอย่างดี ทั้งยังทรงเป็นผู้นำหญิงแห่งกองทัพไทยที่ทหารทั้งปวงเชื่อมั่นในพระปรีชาสามารถว่าทรงเป็น สมเด็จพระราชินีคู่พระบารมีจอมทัพไทย ในรัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

ในพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี ทรงนำการสวนสนามของทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์และทหารรักษาพระองค์สามเหล่าทัพ ด้วยพระองค์เองในตำแหน่ง “องค์ผู้บังคับกองผสม” โดยทรงแต่งกายเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ และทรงนำการสวนสนามด้วยพระสุรเสียงที่เข้มแข็ง เปล่งถ้อยคำนำขบวนสวนสนามได้อย่างชัดเจน ทรงพลัง และสง่างาม ทรงเป็นทั้งมิ่งขวัญ และกำลังใจของเหล่าทหารทุกนาย ให้ดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศ ความเข้มแข็งและความภาคภูมิใจในการเป็นทหารรักษาพระองค์
ด้วยพระปรีชาสามารถและพระจริยวัตรอันงดงาม จึงทรงเป็น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี คู่พระราชหฤทัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงสง่างามยิ่ง เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ปกอภิบาลประทานพรให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เจริญด้วยจตุรพิธพรพิพัฒน์สวัสดิมงคล พระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ สถิตเป็นมิ่งขวัญแห่งปวงประชาสถาพรตราบกาลนานเทอญ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี