538.jpg
วิมุต ครบรอบ 5 ปี ทรานส์ฟอร์มสู่  ‘Integrated Specialty Hospital’  ชูความเชี่ยวชาญรักษาโรคซับซ้อนผ่านโมเดล‘Multidisciplinary Care’

วิมุต ครบรอบ 5 ปี ทรานส์ฟอร์มสู่ ‘Integrated Specialty Hospital’ ชูความเชี่ยวชาญรักษาโรคซับซ้อนผ่านโมเดล‘Multidisciplinary Care’

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.56 น.
Tag :

โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เผย 5 ปี  แห่งความสำเร็จ เดินหน้านำประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่าครึ่งทศวรรษ  มาปั้นกลยุทธ์ 3E: Expertise-Experience-Expansion ทรานส์ฟอร์มโรงพยาบาลสู่การเป็น Integrated Specialty Hospital หรือโรงพยาบาลเฉพาะทางแบบบูรณาการ รองรับวิกฤตสุขภาพของคนไทยในยุคสังคมสูงวัย ตลอดจนมุ่งใช้ความเข้าใจและองค์ความรู้ทางการแพทย์มาดูแลโรคยาก-ซับซ้อน พร้อมเดินหน้าสร้างระบบบริการสุขภาพที่เชื่อมโยงการดูแลตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัย การรักษา และการฟื้นฟู  ภายใต้แนวคิด "มุ่งมั่นรักษาโรคซับซ้อน ด้วยความเข้าใจ โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง"  

นพ. นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 5 ปีนี้ รพ.วิมุต  เดินหน้าพัฒนาองค์กรภายใต้กลยุทธ์ 3E พร้อมมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ประกอบด้วย 3 แกนหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ แกนแรก ‘Expertise’ คือ การยกระดับศักยภาพทางการแพทย์ผ่านการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์สหสาขาและการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อรองรับโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งสุขภาพปอด หัวใจและหลอดเลือด กระดูกและข้อ สูตินรีเวช สุขภาพเต้านม และระบบทางเดินอาหารและตับ แกนที่สอง ‘Experience’ คือการยกระดับสู่การให้บริการแบบ ‘Integrated Healthcare’ ผ่านการออกแบบเส้นทางการรักษาที่เชื่อมต่อกัน ตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย รักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู โดยมี ViMUT Application และแพลตฟอร์มด้านดิจิทัลเป็นศูนย์กลาง และแกนสุดท้าย ‘Expansion’ คือการขยายการเติบโตผ่านการสร้างระบบสุขภาพโดยมุ่งขยายฐานลูกค้าองค์กรและกลุ่มประกันในรัศมี 35 กิโลเมตร โดยเฉพาะในพื้นที่พหลโยธิน รวมถึงต่อยอดความร่วมมือกับพฤกษา เรียลเอสเตท ที่มีฐานลูกบ้านกว่า 270,000 ครัวเรือน เพื่อเชื่อมโยงบริการสุขภาพเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค


นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว และ นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย

 

อีกหนึ่งบทใหม่ คือการทรานส์ฟอร์มโรงพยาบาลสู่  ‘Integrated Specialty Hospital’ ซึ่งตอกย้ำวิสัยทัศน์ของรพ. วิมุต ที่เชื่อว่า การรักษาไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตอนป่วย แต่ต้องเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการติดตามผลในระยะยาว โดยมีเป้าหมายสร้างผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้นควบคู่กับการลดภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เปราะบาง รพ. วิมุต เล็งเห็นว่า ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มมองสุขภาพเป็นเรื่องของการวางแผนระยะยาวมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการเข้ารับการรักษาเมื่อเกิดโรค ดังนั้นแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงรุกเพื่อบริหารค่าใช้จ่าย จึงกลายเป็นหัวใจของระบบสุขภาพยุคใหม่” นพ. นิพัฒน์ กล่าว

นพ. สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวเสริมว่า  ปัจจุบันคนไทยกำลังเผชิญกับโรคซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ความเครียด การพักผ่อนน้อย มลภาวะ รวมถึงภาวะสังคมสูงวัย หลายโรคเกิดเร็วและรุนแรงขึ้น และที่น่ากังวลคือหลายโรคไม่ได้เกิดแบบเฉียบพลัน แต่ค่อย ๆ สะสมโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว เมื่อมีอาการมักอยู่ในระยะที่ซับซ้อนแล้ว จากการดูแลผู้ป่วยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เราพบว่า 5 กลุ่มโรคหลักที่กระทบคุณภาพชีวิตคนไทยมากที่สุด ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคกระดูกและข้อ โรคระบบทางเดินอาหารและตับ และสุขภาพผู้หญิง ทั้งสูตินรีเวชและสุขภาพเต้านม  ซึ่งล้วนมีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้นในกลุ่มวัยทำงาน และมักเชื่อมโยงกับโรคเรื้อรังหรือภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยรายเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ เราจึงเร่งปรับองค์กรสู่การเป็น Integrated Specialty Hospital ที่เชื่อมโยงการดูแลโรคซับซ้อนด้วยความเข้าใจและความเชี่ยวชาญของแพทย์

"หัวใจสำคัญของการเป็น Specialty Hospital คือโมเดล Multidisciplinary Care หรือการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพราะโรคบางโรคเชื่อมโยงกันทั้งด้านร่างกาย พฤติกรรม และคุณภาพชีวิต ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจจำนวนมากมักมีภาวะเบาหวาน ความดัน หรือโรคไตร่วมด้วย หากรักษาเฉพาะอาการใดอาการหนึ่ง อาจรักษาได้ไม่ยั่งยืน รพ.วิมุต จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนการรักษาร่วมกันระหว่างแพทย์หลายสาขา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมกับภาวะของแต่ละราย” นพ. สุวาณิช กล่าว

ทีมแพทย์สหสาขา

 

ทั้นี้ รพ.วิมุต มุ่งพัฒนาศักยภาพการรักษาโรคยากและโรคซับซ้อนผ่าน 5 กลุ่มโรคหลัก ซึ่งล้วนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในสังคมไทย และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ทั้งด้านสุขภาพ การใช้ชีวิต และภาระค่าใช้จ่าย ได้แก่  กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ปัญหาฝุ่น PM2.5, การสูบบุหรี่ และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคปอดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะมะเร็งปอด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคปอดอักเสบ ขณะที่ผู้ป่วยจำนวนมากมักไม่รู้ตัวในระยะแรก เพราะอาการเริ่มต้นอย่างไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย หรือแน่นหน้าอก มักถูกมองข้ามว่าเป็นเพียงอาการของภูมิแพ้หรือมลภาวะ ทำให้หลายรายเข้าสู่กระบวนการรักษาเมื่อโรคลุกลามแล้ว

โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย ปัจจุบันพบผู้ป่วยอายุน้อยลงต่อเนื่องจากความเครียด การพักผ่อนน้อย และโรคเรื้อรังสะสม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ที่น่ากังวลคือโรคหัวใจจำนวนมากไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่เมื่อเกิดภาวะรุนแรงอย่างหัวใจวายหรือหลอดเลือดตีบ อาจส่งผลต่อชีวิตทันที รพ.วิมุต จึงมุ่งเน้นการตรวจคัดกรองเชิงรุกและการประเมินความเสี่ยง พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง TAVI หรือการเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน และ MICS หรือการผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก เข้ามาช่วยลดความเจ็บปวด ลดระยะเวลาพักฟื้น และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น

กลุ่มโรคกระดูกและข้อ ปัญหาข้อเสื่อม ปวดหลัง ปวดเข่า และอาการบาดเจ็บ ไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่เริ่มพบมากขึ้นในวัยทำงานและคนรุ่นใหม่จากพฤติกรรมนั่งทำงานนาน การใช้ชีวิตแบบ Sedentary Lifestyle และการใช้ร่างกายหนักต่อเนื่อง อาการปวดเรื้อรังและการเคลื่อนไหวที่ไม่คล่องตัวส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ความสามารถในการทำงาน และสุขภาพจิต  โดยมุ่งเน้นการรักษาด้วยเทคนิคผ่าตัดส่องกล้องและ Minimally Invasive Surgery ครอบคลุมทุกข้อต่อของร่างกาย ทั้งไหล่ ข้อศอก ข้อมือ สะโพก เข่า ข้อเท้า และกระดูกสันหลัง ที่ช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และลดโอกาสติดเชื้อ พร้อมออกแบบระบบการดูแลที่ลื่นไหลตั้งแต่ตรวจ วินิจฉัย รักษา จนถึงฟื้นฟูในที่เดียว

โรคระบบทางเดินอาหารและตับ กำลังเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทยจากพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตเร่งรีบ โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่พบเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในคนอายุน้อยและวัยทำงาน ปัญหาสำคัญคือผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีอาการในระยะแรก หรือมีเพียงท้องอืด ขับถ่ายผิดปกติ หรือปวดท้องเรื้อรัง จนละเลยการตรวจและพบโรคเมื่อลุกลามแล้ว จึงเน้นการตรวจคัดกรองผ่าน Colonoscopy โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป พร้อมนำเทคโนโลยี Anorectal Manometry เข้ามาวินิจฉัยและ Biofeedback Therapy มาฟื้นฟูปัญหาระบบขับถ่าย

สุขภาพเต้านม ถือเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงไทยกังวลมากที่สุด โดยมะเร็งเต้านมคือมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย ข้อมูลจาก GLOBOCAN ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสถิติมะเร็งระดับโลก ภายใต้องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ราว 21,600 ราย และมีผู้เสียชีวิตราว 7,600 รายต่อปี โดยแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและเริ่มพบในกลุ่มอายุน้อยมากขึ้น ที่สำคัญคือ มะเร็งเต้านมเป็นการเจ็บป่วยที่กระทบต่อสภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตในระยะยาว รพ.วิมุต จึงให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองและการรักษาแบบ Personalized โดยพิจารณาจากระยะของโรค ขนาดก้อน การกระจายของมะเร็ง และชนิดของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ ตั้งแต่การคัดกรอง การวินิจฉัย การวางแผนรักษา ไปจนถึงการผ่าตัดด้วยเทคนิคสงวนเต้านม เพื่อลดผลกระทบต่อความมั่นใจ ให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในระยะยาว

ในโอกาสฉลองครบรอบ 5 ปี รพ.วิมุต เปิดตัวแคมเปญ The Mega Health Deal ภายใต้แนวคิด "ตรวจวันนี้ คุ้มค่ากว่าที่เคย" ผ่านแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย แพ็กเกจเริ่มต้นมีราคาเริ่มต้น 1,500 บาทและแพ็กเกจหลัก ราคา 5,500 บาท   พร้อมเลือกรับสิทธิ์ตรวจเพิ่มเติมได้ 1 รายการ* อาทิ ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนและส่วนล่าง (Utrasound Whole Abdomen) ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วยเครื่อง 3D ดิจิทัลแมมโมแกรม ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ร่วมกับหาเชื้อ HPV DNA ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีแพ็กเกจตรวจเชิงลึกด้านระบบทางเดินอาหารและตับ ราคาเริ่มต้น 19,500 บาท ตลอดจนแพ็กเกจ Add-on สำหรับคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งตับ เพื่อรองรับแนวโน้มโรค NCDs และโรคมะเร็งที่เพิ่มขึ้นในคนไทย โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม 2569 รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://shorturl.at/hWIAD

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top