Logo วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
537.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
ทายาทรุ่น 2 ชลิต อินดัสทรีฯ วางโรดแมป 3–5 ปี เร่งเครื่อง 'POP' อะไหล่ไทยสู่เวทีโลก ฝ่าความท้าทายเศรษฐกิจ

ทายาทรุ่น 2 ชลิต อินดัสทรีฯ วางโรดแมป 3–5 ปี เร่งเครื่อง 'POP' อะไหล่ไทยสู่เวทีโลก ฝ่าความท้าทายเศรษฐกิจ

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.31 น.
Tag : ชลิตอินดัสทรีฯ ชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ POP
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของอุตสาหกรรมยานยนต์และอะไหล่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับความผันผวนจากสภาวะเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมัน และต้นทุนพลังงานที่ยังไม่แน่นอน อีกทั้งการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยุคเทคโนโลยีขั้นสูง  ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และการพัฒนานวัตกรรม เพื่อขยายศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว


หนึ่งในผู้ประกอบการที่สามารถยืนหยัดและเติบโตในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์มาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี คือ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งพัฒนาจากธุรกิจครอบครัวขนาดเล็ก ที่เริ่มต้นจากอะไหล่เพียงไม่กี่รายการ สู่ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์มากกว่า 6,000 รายการ ครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ และรถแข่ง พร้อมขยายเครือข่ายสู่ตลาดต่างประเทศหลายภูมิภาค

 ชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ ทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด 

 

“เราอาจไม่ได้อยู่ในรถของคุณ แต่เราอยู่ใต้รถของคุณเสมอ” 

นั่นคือประโยคที่ ชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ ทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ใช้อธิบายตัวตนของแบรนด์ POP ซึ่งแม้ผู้บริโภคอาจไม่เห็นชิ้นส่วนเหล่านี้โดยตรง แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัย สมรรถนะ และอายุการใช้งานของรถยนต์

จากธุรกิจครอบครัว สู่ผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย

ชวิศ ยงเห็นเจริญ ได้เปิดเผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจ วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต ตลอดจนกลยุทธ์การพัฒนาแบรนด์ไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเป้าหมายในการขยายธุรกิจสู่ระดับสากลภายใต้แนวคิด “คุณภาพ มาตรฐาน และความยั่งยืน”

ชวิศ เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นว่า ชลิต อินดัสทรี เริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวในปี 2534 ภายใต้ชื่อ “ช.กลการ” จากความมุ่งมั่นของ ชลิต-สุชญา ยงเห็นเจริญ ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ที่ต้องการสร้างธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ยางสำหรับรถยนต์คุณภาพสูงของคนไทย “คุณพ่อเริ่มจากการคิดค้นสูตรยางและพัฒนาแม่พิมพ์ด้วยตัวเอง จากการทดสอบและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถผลิตแม่พิมพ์ตัวแรกได้สำเร็จและส่งผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกออกสู่ตลาดจนเป็นที่ยอมรับของลูกค้า ทำให้ชื่อของ​ “POP” และ ช.กลการเป็นที่รู้จักในตลาดชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และตลาดอะไหล่ทดแทนของไทย จากความมุ่งมั่นของคุณพ่อและคุณแม่ในวันนั้นคือรากฐานของแบรนด์ POP ในวันนี้”

ชวิศ กล่าวเสริมว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตมาได้อย่างต่อเนื่อง คือการยึดมั่นในคุณภาพสินค้า การสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และการวางระบบบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่รุ่นผู้ก่อตั้ง ความสำเร็จของชลิต อินดัสทรี เกิดจากการทำงานร่วมกันของครอบครัวและทีมงานทุกคน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของ ชลิต อินดัสทรีในวันนี้

กว่า 30 ปี แห่งการพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์กว่า 6,000 รายการ

ปัจจุบัน POP มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 6,000 รายการ อาทิ ยางแท่นเครื่อง ยางแท่นเกียร์ ยางกันกระแทก ยางเพลากลาง บูชปีกนก และบูชโช๊คอัพล่าง ครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ และรถแข่ง ทั้งในตลาดอะไหล่ทดแทน (Replacement Equipment Manufacturing: REM ) และการผลิตให้ผู้ประกอบรถยนต์ (OEM) ได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ชวิศ กล่าวว่า แม้ชิ้นส่วนยางช่วงล่างจะไม่ใช่อุปกรณ์ที่ผู้ใช้รถมองเห็นได้ง่าย แต่เป็นชิ้นส่วนที่มีความสำคัญต่อระบบการขับเคลื่อนและความปลอดภัยโดยตรง

“ชิ้นส่วนระบบช่วงล่างต้องรองรับแรงกระแทกตลอดเวลา หากเลือกใช้อะไหล่ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจส่งผลต่อความปลอดภัยโดยตรง ชลิต อินดัสทรีฯ จึงให้ความสำคัญกับทุกชิ้นส่วนที่เราผลิต ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ที่ได้มุ่งมั่นพัฒนาและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพสูง เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์ทุกคน” 

รับมือเศรษฐกิจผันผวน ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่ม

ในมุมมองของผู้บริหารรุ่นใหม่ นายชวิศ ยอมรับว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนค่าพลังงานและค่าขนส่งที่ผันผวน เป็นความท้าทายที่ทุกผู้ประกอบการต้องเผชิญ และส่งผลต่ออุตสาหกรรมการผลิตโดยตรง แต่เรามองว่านี่ไม่ใช่เหตุผลที่จะหยุดพัฒนา

“ทุกธุรกิจได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่เราเลือกบริหารความเสี่ยงผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ต้นทุนแบบ Real-time และการลงทุนในระบบที่ช่วยลดของเสียในกระบวนการผลิต”

อย่างไรก็ตาม เขามองว่าการควบคุมต้นทุนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการแข่งขันในระยะยาว แต่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านคุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิต และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ควบคู่กันไป
บริษัทฯเลือกบริหารความเสี่ยงด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ใช้ข้อมูลแบบ Real-time วิเคราะห์ต้นทุน และลงทุนในระบบที่ช่วยลดของเสีย อย่างไรก็ดีในภาวะที่ตลาดแข่งขันสูง การควบคุมต้นทุนอย่างเดียวไม่พอ เราต้องสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านคุณภาพและความน่าเชื่อถือ

 

โรดแมปลงทุน 3–5 ปี ยกระดับองค์กรทั้งระบบ
ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ นายชวิศมองว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ยุคนี้ ไม่สามารถพึ่งเพียงประสบการณ์ หรือต้นทุนที่แข่งขันได้อีกต่อไป

“วันนี้สิ่งที่ตัดสินการแข่งขันคือ ‘มาตรฐาน’ และ ‘ระบบการผลิต’ ผู้ผลิตไทยต้องกล้าลงทุนเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง”

ภายใต้การบริหารของเขา โรงงานชลิต อินดัสทรี ได้ทยอยปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเครื่องจักร เทคโนโลยี และระบบควบคุมคุณภาพ  รวมถึงกระบวนการผลิตครอบคลุมตั้งแต่ การคัดเลือกวัตถุดิบ การพัฒนาสูตรยางเฉพาะทาง การควบคุมการผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญ การทดสอบคุณภาพด้าน Tensile , Hardness เเละ MDR   เพื่อให้ทุกชิ้นผ่านมาตรฐานสากลอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ ชลิต อินดัสทรีฯ ยังให้ได้วางแผนลงทุนต่อเนื่องในระยะ 3–5 ปี โดยเน้น 3 ด้านหลัก คือ

  1.  เครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิต: เพิ่มเครื่องจักรระบบดิจิทัลความแม่นยำสูง เพื่อลดความคลาดเคลื่อนและเพิ่ม repeatability
  2. Data Monitoring และ Process Control: นำระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time มาใช้ควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง ลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน
  3. Upskill บุคลากร: สร้างทีมวิศวกรรุ่นใหม่ ผ่านการฝึกอบรมและการถ่ายทอดองค์ความรู้ภายในองค์กร เพราะเทคโนโลยีจะไม่มีความหมายเลย หากคนไม่พร้อม เราจึงลงทุนกับคนควบคู่ไปกับระบบ

 


ปักหมุด นำอะไหล่ “POP” สู่เวทีโลก

สำหรับเป้าหมายระยะยาว ชวิศ ระบุว่า บริษัทต้องการผลักดันให้ POP เป็นแบรนด์อะไหล่สัญชาติไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และพิสูจน์ให้เห็นว่า SME ไทยก็สามารถผลิตสินค้าคุณภาพระดับโลกได้
“เราเชื่อว่าอะไหล่ไทยสามารถไปได้ไกลกว่าที่หลายคนคิด และเรากำลังทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง” 

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของชลิต อินดัสทรีฯได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลที่สำคัญ อาทิ Thailand Trust Mark (T MARK) ระบบ IATF 16949:2016 ISO9001 และการทดสอบในด้านต่างๆ อาทิ Tensile , Hardness เเละ MDR  พร้อมมีเครือข่ายจัดจำหน่ายครอบคลุมเอเชีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย อเมริกาใต้ และยุโรปตะวันออก

ชวิศ มองว่า การแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันที่ราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นที่ผู้ผลิตสามารถสร้างให้กับลูกค้าได้ ผู้ที่อยู่รอดในระยะยาว ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่ขายถูกที่สุด แต่ต้องเป็นผู้ที่สร้างความเชื่อมั่นได้มากที่สุด เพราะลูกค้ายุคใหม่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ”

โดย ชวิศ เชื่อมั่นว่า ชลิต อินดัสทรีฯ มีจุดแข็งที่ทำให้แบรนด์ POP สามารถแข่งขันในตลาดได้ โดยสรุปจุดแข็งไว้ 4 ด้าน ได้แก่ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านชิ้นส่วนยางช่วงล่าง ระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด ความเข้าใจตลาดไทยอย่างลึกซึ้ง และความยืดหยุ่นในการพัฒนาสินค้าใหม่ๆออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

การเดินหน้าลงทุนของชลิต อินดัสทรี ในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจ แต่สะท้อนภาพการปรับตัวของผู้ผลิตไทย ในยุคที่การแข่งขันขับเคลื่อนด้วยมาตรฐาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านราคา สู่การแข่งขันด้วยมาตรฐาน ระบบ และนวัตกรรม

สำหรับมุมมองของผู้บริหารรุ่นใหม่อย่างนายชวิศ นี่ไม่ใช่แค่การพัฒนาแบรนด์ POP แต่คือการพิสูจน์ศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยบนเวทีโลก
 
ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ www.chalitindustry.com โทรศัพท์ 02-802-6400

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ทัวร์ลงยับ! ฟอร์ด ปกรณ์ แฟน แพรรี่ โพสต์เตือนสติ หลังพ่อเอี่ยวคดีโกง 70 ล้าน ด้าน สิตางศุ์ ตอกกลับเจ็บ

โรงเรียนช่าง กฟภ. อาลัยศิษย์เก่า ‘กาฟิว’ หนุ่มฮีโร่พลเมืองดี ช่วยหญิงสาวถูกแฟนทำร้าย

ฉก.ยะลา ฝึกเข้มชุดปฏิบัติการพิเศษ เสริมทักษะยุทธวิธีพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ในพื้นที่

ครบวงจร 9 มาตรการ! รัฐบาลเตรียมพร้อมรับฤดูฝนปี 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved