วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569
บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) พื้นที่ศิลปะร่วมสมัยที่ก่อตั้งโดย มาริษา เจียรวนนท์ นำเสนอ “Spirits Melt to Flesh” นิทรรศการกลุ่มครั้ง สำคัญของ 8 ศิลปินเอเชีย ที่ท้าทายขอบเขตการรับรู้ซึ่งอยู่เหนือการมองเห็น ผ่านผลงานภาพเคลื่อนไหว เสียง ประติมากรรมและภาพถ่ายจัด วางที่ตอบสนองต่อพื้นที่
ร่องรอยของโลกที่ไม่อาจมองเห็น
Spirits Melt to Flesh เป็นนิทรรศการที่รวบรวมผลงานภาพเคลื่อนไหว เสียง ประติมากรรมและภาพถ่ายจัดวางที่ ตอบสนองกับพื้นที่ (Site-responsive) โดยศิลปินชาวเอเชียทั้ง 8 คน ภายใต้แนวคิด และการคัดสรรของภัณฑารักษ์ แซม อี-ชาน (Sam I-shan)
นิทรรศการนี้ได้แปรเปลี่ยนพื้นที่อันดิบเปลือยของ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ผ่านการผันแปรของแสงและ ความมืดตลอดจน การสั่นพ้องของเสียงสะท้อนและถ้อยคำที่โต้ตอบสนทนากัน อาคารได้กลายเป็นภาชนะซึ่งบรรจุถ้อยแถลง เป็นพื้นที่ของการ พบพานของเรื่องราวต่าง ๆ ที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้ ผู้ชมตระหนักรู้ถึงห้วงเวลาดังกล่าวผ่านร่างกายของตน
นอกจากนี้ ผลงานยังสะท้อนความกังวลในยุคร่วมสมัยของโลกที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่าน ผ่านภาพคุ้นเคย ของทั้งสิ่งที่มีอยู่จริงและถูกจินตนาการขึ้น การคาดเดาถึงรูปแบบอื่น ของปัญญาที่อยู่ พ้นไปจากมนุษย์ นิทรรศการนี้ใคร่ครวญถึงชีวิตและความเป็นจริงทางสังคม ว่าต่างถูกหล่อหลอมโดยอำนาจที่ไม่อาจเอื้อมถึงได้อย่าง ถ่องแท้ดังที่ อัลเฆาะซาลี (Al-Ghazali) ได้กล่าวไว้ว่า "โลกที่ประจักษ์อยู่นี้คือร่องรอยของโลกที่ไม่อาจมองเห็น และโลกใบแรกย่อมเดินตามโลกใบหลัง ประหนึ่งเงา"
ถอดรหัสผลงาน Spirits Melt to Flesh
นิทรรศการ “Spirits Melt to Flesh” รวบรวมผลงานของศิลปินร่วมสมัยจากเอเชีย ที่บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่ ประวัติศาสตร์ ตำนานความเชื่อพื้นบ้าน ไปจนถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านสื่อศิลปะอันหลากหลายชวนผู้ชมร่วมออกเดินทาง สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ที่เปลี่ยนอาคารเก่าให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชิ้นงานได้อย่างน่าสนใจ
แอนโทนี ชิน (Anthony Chin — สิงคโปร์)
แอนโทนี ชิน (Anthony Chin — สิงคโปร์) กับ “Siam Mapped” ผลงานจัดวางประติมากรรมและเสียงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือของ ธงชัย วินิจจะกูล และประวัติศาสตร์ ของอาคารซึ่งเคยเป็นสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ชวนตั้งคำถามเกี่ยวกับรัฐชาติและเขตแดนผ่านงานจัดวางที่ผสานเสียง ประติมากรรม และบันทึกจากคลังข้อมูล อาทิ บันทึกเสียงจากเอกสารสำคัญ แผนที่และแบบเรียนประวัติศาสตร์ ภายในห้องเดียวกัน มีภาพวาดกายวิภาคของช้าง ขนาดเท่าจริงที่วาดด้วย มือ รวมถึงภาพถ่ายลวงตาที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับนิทรรศการนี้
ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ (Taiki Sakpisit — ไทย) กับผลงาน “Maelstrom” (วังน้ำวน) งานศิลปะจัดวางเสียงและจลนศิลป์ ถ่ายทอดเรื่องราวของ “แม่นาก” และ “สมเด็จโต” เพื่อสำรวจ ความเชื่อ เรื่องวิญญาณ และศรัทธาในวัฒนธรรมไทย ผ่านประสบการณ์ด้านเสียงและบรรยากาศที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามเวลา

โซ ยู นเว (Soe Yu Nwe — เมียนมา)
โซ ยู นเว (Soe Yu Nwe — เมียนมา) กับผลงาน “On Ghost” และ “Spring Wound, Sprouted” โดย On Ghost ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ศาลพระภูมิ” ประกอบด้วยงานเซรามิกที่หล่อขึ้นจากอวัยวะ ของศิลปิน ผ่านเทคนิคการเผาแบบแซกการ์ ก่อให้เกิดพื้นผิวเถ้าถ่านที่ทรงพลังและหลากหลายบนประติ มากรรมในขณะที่ Spring Wound, Sprouted เป็นประติมากรรมพอร์ซเลนซึ่งผสานรูปร่างของมนุษย์ พืช และสัตว์เข้าไว้ด้วยกัน อันสื่อถึงภาวะแห่งการแปรสภาพและการเปลี่ยนแปลง
ฮีซู ควอน (HeeSue Kwon — เกาหลีใต้)
ฮีซู ควอน (HeeSue Kwon — เกาหลีใต้) กับผลงาน “Only the Screen Sees the Screen” ผลงานภาพเคลื่อนไหวและเสียง สำรวจความเป็นไปได้ของการรับชมภาพเคลื่อนไหวโดยปราศจาก จอภาพ ผ่านอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษและฉายภาพของผู้ชมแบบเรียลไทม์ แต่สิ่งที่เห็นไม่ใช่ตัวเองในปัจจุบัน ผู้ชมสามารถ มองเข้าไปยังกายภาพของ “อดีต” หรือ “อนาคต”นอกจากนี้ยังจะได้ยินเสียงที่ทับซ้อน กันด้วยระบบเสียงจากหลายช่องทิศทาง

สวี่ เจ๋อ-หยู และ เฉิน ว่าน-อิน (Hsu Che-Yu & Chen Wan-Yin — ไต้หวัน)
สวี่ เจ๋อ-หยู และ เฉิน ว่าน-อิน (Hsu Che-Yu & Chen Wan-Yin — ไต้หวัน) กับผลงาน “The Unusual Death of a Mallard”, “Rabbit 314” และ “Zoo Hypothesis” ผลงานวิดีโอ 3 ชิ้น สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับความทรงจำทางประวัติศาสตร์ โดยที่ ศิลปินใช้เทคโนโลยีการสแกนภาพสามมิติ (3D-scanning) และบอกเล่าเรื่องราวอันลึกลับ และการจำลอง เหตุการณ์ที่ชวนรู้สึกแปลกประหลาด สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในการรื้อประกอบประวัติศาสตร์ การเมืองขึ้นใหม่

แดเนียล ฮุย (Daniel Hui — สิงคโปร์)
แดเนียล ฮุย (Daniel Hui — สิงคโปร์) กับชิ้นงาน “Funeral Rites” งานจัดวางศิลปะวิดีโอและเสียงเฉพาะพื้นที่ นำเสนอในห้องมืดที่มีร่องรอยการเผาไหม้ เสียงบทสนทนาของคู่รักชาย และหญิงคู่หนึ่ง ทั้งสองพลัดพรากจากกันด้วยระยะทาง กาลเวลา กล่าวถึงความรัก และการทรยศท่ามกลางยุคสมัยอันปั่นป่วน ในประวัติศาสตร์ภูมิภาค ภาพของนักแสดงทั้งสอง มีลักษณะวู บไหวเลือนราง ขยายแนวคิดเกี่ยวกับอดีตในฐานะความทรงจำ ที่มีชีวิตซึ่งแทรกซึมและครอบงำปัจจุบัน
ลิเอโกะ ชิงะ (Lieko Shiga — ญี่ปุ่น) กับผลงาน “Blind Date” ระหว่างพำนักในกรุงเทพฯ ปี 2552 ลิเอโกะ ชิงะ ได้ติดตามและถ่ายภาพคู่รัก ที่ซ้อนท้ายรถจักร ยานยนต์กว่าร้อยคู่ ก่อนนำมาตัดต่อเป็นวิดีโอที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศิลปิน ผู้ถูกถ่ายภาพ และผู้ชม ผ่านการแลกเปลี่ยนสายตาและการ เคลื่อนผ่านของเวลาและพื้นที่

นิทรรศการจัดแสดงระหว่างนี้จนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ เปิดให้เข้าชมฟรี ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 12.00 – 20.00 น. (ปิดวันจันทร์และวันอังคาร) โดยได้รับการสนับสนุนจาก เจแปนฟาวน์เดชั่น (The Japan Foundation) ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟสบุ้ค : Bangkok Kunsthalle vol9ik: @bangkok_kunsthalle อีเมล : info@bangkok-kunsthalle.org
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี