วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569
โอกาสสำคัญที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาด เมื่อสองนักสะสมแถวหน้า “อุเทน พัฒนานิผล” และ “พิริยะ วัชจิตพันธ์” เปิดคอลเลกชันส่วนตัวอันทรงคุณค่า นำผลงานศิลปะชั้นเยี่ยมมาจัดแสดงร่วมกัน “Visual Dialogue สนทนา ปรากฏ” เปิดพื้นที่ให้ผลงานศิลปะจากต่างพรมแดน ต่างยุคสมัย และต่างวัฒนธรรม ได้ร่วมสร้างบทสนทนา พร้อมเชื้อเชิญผู้ชมให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสานต่อความหมายผ่านประสบการณ์และจินตนาการอย่างไร้ขอบเขต นิทรรศการจัดแสดงระหว่างนี้จนถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ณ ท่าพิพิธภัณฑ์

นักสะสมเจ้าของผลงาน อุเทน พัฒนานิผล และ พิริยะ วัชจิตพันธ์
การบรรจบของสองมุมมองการสะสม
จุดเริ่มต้นของนิทรรศการเกิดขึ้นจากมิตรภาพระหว่างนักสะสมสองคนที่พบกันโดยบังเอิญระหว่างเดินทางไปชมงาน Art Basel ที่ฮ่องกง ก่อนจะค้นพบว่าต่างมีความหลงใหลในศิลปะเหมือนกัน แม้จะมีแนวทางการสะสมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
พิริยะ วัชจิตพันธ์ มุ่งสะสมผลงานที่สะท้อนประวัติศาสตร์ศิลปะไทย จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ อุเทน พัฒนานิผล ให้ความสำคัญกับศิลปะร่วมสมัย ทั้งศิลปินไทยรุ่นใหม่และศิลปินต่างประเทศระดับแนวหน้าของโลก ความแตกต่างนี้กลายมาเป็นจุดตั้งต้นสำคัญของนิทรรศการ “Visual Dialogue สนทนา ปรากฏ”
.jpg)
“ปกติเราสองคนสนทนากันด้วยคำพูดอยู่แล้ว ครั้งนี้เราอยากลองเปลี่ยนมาสนทนากันด้วยงานศิลปะดูบ้าง” พิริยะ วัชจิตพันธ์ กล่าว
Visual Dialogue บทสนทนาผ่านศิลปะ
นิทรรศการ “Visual Dialogue สนทนา ปรากฏ” เปิดพื้นที่ให้ผลงานจากหลากหลายยุคสมัย วัฒนธรรม และบริบท ถูกนำมาจัดวางเคียงกัน เพื่อให้ผู้ชมค้นพบความเชื่อมโยงใหม่ ๆ ด้วยตนเองในงานนี้ผลงานของศิลปินไทยระดับครู อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ถวัลย์ ดัชนี, มณเฑียร บุญมา, ประเทือง เอมเจริญ, ขรัวอินโข่ง และศิลป พีระศรี จะถูกนำมาสนทนากับผลงานร่วมสมัยของศิลปินนานาชาติอย่าง André Butzer, Christian Rex van Minnen, Alexander James, Jason Boyd Kinsella และ Matías Sánchez
.jpg)
จากคอลเลกชันส่วนตัวสู่การจัดแสดงสาธารณะ
หนึ่งในความพิเศษของนิทรรศการนี้คือผลงานจำนวนมากไม่เคยถูกจัดแสดงมาก่อน บางชิ้นหายไปจากสายตาผู้คนมานานหลายทศวรรษ และบางชิ้นถูกเก็บรักษาอยู่ในคอลเลกชันส่วนตัวมาโดยตลอดการนำผลงานเหล่านี้ออกสู่สาธารณะสะท้อนมุมมองของนักสะสมรุ่นใหม่ที่ต้องการแบ่งปันงานศิลปะให้สังคม มากกว่าการเก็บรักษาไว้เพื่อชื่นชมเพียงลำพัง จึงทำให้เกิดนิทรรศการนี้ขึ้นมา พิริยะ วัชจิตพันธ์ มองว่า “งานศิลปะยิ่งมีผู้คนได้ชื่นชมมากเท่าไร ก็ยิ่งส่งต่อคุณค่าและความสุขออกไปมากเท่านั้น”
5 ผลงานไฮไลต์ระดับโลกจากคอลเลกชันของ "อุเทน พัฒนานิผล"
หลายชิ้นสะท้อนความโดดเด่นด้านเทคนิค ความคิดสร้างสรรค์ และแนวทางการนำเสนอที่ผลักขยายขอบเขตของศิลปะในปัจจุบัน โดย 5 ผลงานไฮไลต์ คือ รชต ศิริยกุล (ศิลปินไทย): ผลงานภาพเหมือนบุคคลของศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่น่าภาคภูมิใจ โดยได้รับคัดเลือกให้ไปร่วมจัดแสดงในนิทรรศการประจำปีของสถาบันเก่าแก่อย่าง Royal Society of Portrait Painters (RP) ณ กรุงลอนดอน ซึ่งคัดเลือกผลงานเพียงจำนวนจำกัดในแต่ละปี, André Butzer (ศิลปินเยอรมัน): ผลงานจิตรกรรมขนาดใหญ่พิเศษที่ผสมผสานระหว่างสไตล์นาอีฟ (Naïve) และกึ่งนามธรรม ผ่านตัวละครอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน ถ่ายทอดพลังการสร้างสรรค์ที่เข้มข้นและจินตนาการอันโดดเด่น
.jpg)
.jpg)
Christian Rex van Minnen (ศิลปินอเมริกัน): งานแนวเซอร์เรียลลิสม์ (Surrealism) ที่แสดงทักษะขั้นสูงด้วยการผสมผสานเทคนิคการเพนต์พื้นผิวที่แตกต่างกันสุดขั้วในชิ้นเดียวกันได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งความโปร่งแสงนุ่มหยุ่นคล้ายเยลลี่ ตัวประหลาด และพื้นผิวหินอ่อนที่ดูสมจริงจนน่าทึ่ง, Matías Sánchez (ศิลปินสเปน): ผลงานสไตล์นาอีฟที่ดูเรียบง่ายราวกับลายเส้นของเด็ก ทว่ากลับซ่อนความซับซ้อนทางการสร้างสรรค์ ซึ่งต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ ความแม่นยำทางเทคนิค และความสามารถในการปลดปล่อยกรอบความคิด เพื่อถ่ายทอดพลังของภาพออกมาได้อย่างทรงพลังและมีเอกลักษณ์, Jason Boyd Kinsella (ศิลปินแคนาดา): ผลงานเชิงรูปธรรม (Figurative) ที่โดดเด่นด้วยคู่สีสดใสและการประกอบสร้างฟิกเกอร์จากจินตนาการเฉพาะตัว ผสานกับเทคนิคการลงแสงเงาที่มีมิติเฉียบคม นำเสนอความแปลกใหม่ในรูปแบบที่หาชมได้ยาก
5 ผลงานไฮไลต์ทรงคุณค่าจากคอลเลกชันของ "พิริยะ วัชจิตพันธ์"
รวบรวมผลงานระดับมาสเตอร์พีซของไทยที่มีคุณค่าทั้งในเชิงศิลป์และประวัติศาสตร์ นับเป็นการเปิดเผยคลังงานศิลปะส่วนตัวครั้งสำคัญ อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต — Portrait : ภาพเหมือนสีน้ำมันของ พิริยะ วัชจิตพันธ์ โดดเด่นด้วยฝีแปรงอันประณีตในแบบฉบับเฉพาะของอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต เป็นผลงานที่มีคุณค่าทางใจ และนำมาจัดแสดงในนิทรรศการนี้เป็นครั้งแรก, Jean-Léon Gérôme — ภาพเหมือนทูตสยาม: ภาพเหมือนสีน้ำมันบนผ้าใบของคณะราชทูตสยามในยุครัชกาลที่ 4 ระหว่างเดินทางเยือนฝรั่งเศส หนึ่งในภาพเขียนจากบุคคลจริงของคนไทยยุคแรกๆ โดยฝีมือศิลปินผู้มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 19 ซึ่งผลงานชิ้นนี้ไม่เคยปรากฏต่อสาธารณชนมายาวนานกว่าศตวรรษ
.jpg)
พิชัย นิรันต์ — "ผนังและความศรัทธา": ผลงานรางวัลเหรียญทองจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 14 (พ.ศ. 2506) ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในเส้นทางศิลปินของพิชัย นิรันต์ และนำไปสู่การพัฒนาภาษาเชิงพุทธศิลป์อย่างจริงจัง งานชิ้นนี้ห่างหายจากพื้นที่การจัดแสดงมานานกว่า 60 ปี ก่อนจะกลับมาเผยโฉมอีกครั้งในนิทรรศการนี้,ประเทือง เอมเจริญ — "จักรวาล" (Symphony of the Universe): ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ถือเป็นคู่แฝดของงานชิ้นสำคัญที่สุดของศิลปิน ภาพนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในคลังสะสมส่วนตัวมาโดยตลอด และแทบไม่เคยเปิดเผยสู่สายตาผู้คนภายนอก, ถวัลย์ ดัชนี — "มารผจญ": ภาพจิตรกรรมสีน้ำมันขนาดใหญ่ ผสานพุทธศิลป์เข้ากับวัฒนธรรมป๊อปจากฮอลลีวูด โดยมีเศียรพระพุทธเจ้ารายล้อมด้วยไอคอนโลกภาพยนตร์ เช่น คนเหล็ก บรูซ ลี และซูเปอร์แมน ผลงานชิ้นนี้เป็นงานที่อาจารย์ถวัลย์ ดัชนีให้ความสำคัญ และเก็บรักษาไว้ในคอลเลกชันส่วนตัวมาโดยตลอด
.jpg)
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่: 250 บาท นักเรียน / นักศึกษา: 150 บาท (กรุณาแสดงบัตรประจำตัวนักเรียน/นักศึกษา ณ จุดจำหน่ายตั๋ว) เด็ก (ความสูงไม่เกิน 90 ซม.): 150 บาท กรณีการเข้าชมเป็นหมู่คณะ ต้องติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โทร. 082-896-1929
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี