542.jpg
47 ปี ศูนย์ราชการุณย์ฯ กับเรื่องเล่าพระเมตตาที่จำไม่ลืม

47 ปี ศูนย์ราชการุณย์ฯ กับเรื่องเล่าพระเมตตาที่จำไม่ลืม

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.08 น.
Tag :

“ตอนรู้ว่าถึงไทยแล้ว ก็คือ เรารอดแล้ว ดีใจสุด ๆ”


 

ประโยคสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยภาพเหตุการณ์วันนั้น ฉายชัดในแววตาของอดีตผู้อพยพจากประเทศกัมพูชา ที่เข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2522 ซึ่งตอนนั้นพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ต้องเผชิญกับวิกฤตผู้ลี้ภัยครั้งใหญ่ ชาวกัมพูชาจำนวนมหาศาลหนีภัยสงครามและความรุนแรงมายังพื้นที่บ้านเขาล้าน จังหวัดตราด การเดินทางที่เต็มไปด้วยความอดอยาก ความเจ็บป่วย และการพลัดพราก จนกระทั่งมาถึงสถานที่แห่งนี้ ที่กลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำไม่รู้ลืมของเหล่าผู้อพยพ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ “พระพันปีหลวง” ที่ทรงมอบชีวิตใหม่ให้แก่พวกเขา

อรุณ ขำวงศ์ 

“ตอนนั้นถ้าเขาจับได้ เราก็ตาย คุยกับเพื่อนว่าเราอยู่กันไม่ได้แล้ว เราต้องไป” อรุณ ขำวงศ์ หนึ่งในผู้อพยพบอกเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น “เขาจะกวาดล้าง ระหว่างทางมีคนตายเยอะ ต่างคนต่างเอาตัวรอด พอมาถึงก็มีทหารพาขึ้นรถแล้วก็ให้มาลงที่สภากาชาด” แต่ความหวาดกลัวเหล่านั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นความหวัง เมื่อได้ก้าวเข้าเขตแดนราชอาณาจักรไทย และได้รับสายธารแห่งน้ำพระทัยที่จดจำไม่รู้ลืม “ตอนที่มาถึงช่วงแรก ๆ คนเยอะมาก มีคนป่วย เด็ก ๆ ที่ป่วยก็เยอะ บางคนอดอยากจนตายมีหลายศพเลย ยาก็ไม่พอ แต่หลังจากท่านเสด็จ เรามีโรงพยาบาลสนาม มีหมอ มียา มีคนมาช่วยเหลือ ก็เป็นคนของกาชาดหมดเลย หมอ พยาบาล ใส่เสื้อกาชาด”

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 47 ปีที่แล้ว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ได้เสด็จฯ เยี่ยมผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชาที่บ้านเขาล้าน หลังทอดพระเนตรเห็นสภาพความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่อยู่ในสภาพอิดโรย ขาดอาหาร และเจ็บป่วย พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สภากาชาดไทยเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งอาหาร ยารักษาโรค โรงพยาบาลสนาม ที่พักพิง ตลอดจนการดูแลเด็กกำพร้าและการฝึกอาชีพ เพื่อฟื้นฟูชีวิตของผู้ลี้ภัยที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม

 ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ

“ครั้งที่ได้ตามเสด็จฯ ไปที่เขาล้าน มีช่วงหนึ่งท่านรับสั่งว่า หนึ่งชีวิตของเขาและหนึ่งชีวิตของเราเท่ากัน เพราะฉะนั้น เราก็ต้องช่วยเขาให้รอด เราจะนิ่งดูดาย เราจะอยู่เฉย ๆ แล้วผลักดันเขากลับไปหาความตาย มันก็ไม่ใช่” ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ถ่ายทอดความทรงจำ ที่ครั้งหนึ่งได้ดำรงตำแหน่งนางสนองพระโอษฐ์ของสมเด็จพระพันปีหลวง และได้ตามเสด็จฯ ไปยังบ้านเข้าล้าน จ.ตราด ในเวลานั้นอีกด้วย “พระราชดำรัสครั้งนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราและเหล่าข้าราชบริพารที่เดินทางไปช่วยเหลือยังทำต่อไปด้วยความรัก ศรัทธา และด้วยความจงรักภักดีจากใจจริง ท่านมีแนวพระราชดำริอย่างไร เราจะช่วยท่านทำ ให้ไปถึงที่สุดอย่างที่ท่านต้องการ”

ตลอดการสนทนาที่ได้หวนรำลึกถึงความทรงจำอันทรงคุณค่าในวันนั้น แม้เวลาจะผ่านมาเกือบครึ่งศตวรรษ แต่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ยังคงจดจำภาพของเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน “เราเห็นเด็กที่หนังหุ้มกระดูกจริง ๆ มีคนเจ็บ คนป่วย และมีคนตาย แต่พระองค์ท่านก็ยังไปเยี่ยมให้กำลังใจ วันไปถึงวันแรกฉลองพระองค์สีขาว คาดกระติกน้ำ ใส่พระมาลา ชาวเขมรเขาพูดถึงกันว่า มีผู้หญิงแต่งชุดขาว คาดกระติกน้ำ ใส่หมวกปีกกว้างมาเยี่ยม” ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

ยืนยันภาพความทรงจำครั้งนั้นด้วยมุมมองสายตาของผู้อพยพที่ได้เห็นพระองค์อย่างใกล้ชิด และเป็นภาพที่ประทับอยู่ในหัวใจจนถึงทุกวันนี้ “จำได้ว่าใส่ชุดสีขาว สวยมาก ท่านเดินมาดูพวกเรา แล้วก็ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตั้งแต่นั้นมาไม่เคยอด ไม่เคยอยาก อยู่ที่นี่มีคนสอนทอผ้า เย็บผ้า สอนทำอาชีพ ขอบคุณเมืองไทยที่ช่วยเหลือ อยากบอกว่าขอบคุณท่านมาก ที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนที่ท่านไม่เคยรู้จัก ให้ทุกคนหายจากอาการป่วยไข้ ไม่ให้อดให้อยาก ขอบคุณท่านมากค่ะ” คุณอรุณกล่าว

 

นับแต่วันนั้น “ศูนย์อพยพบ้านเขาล้าน” ได้กลายเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชานับแสนชีวิต ไม่ใช่เพียงการช่วยให้ “รอดชีวิต” แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้คนได้กลับมา “ใช้ชีวิต” อีกครั้ง มีทั้งโรงเรียน โรงฝึกอาชีพ สอนทอผ้า เย็บผ้า เลี้ยงสัตว์ และการดูแลเด็กกำพร้า จนกระทั่งปัจจุบันที่แห่งนี้เปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด” เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และมนุษยธรรม ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ลี้ภัย สงคราม และความช่วยเหลือจากสภากาชาดไทย ผ่านพิพิธภัณฑ์และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ และที่สำคัญยังเก็บไว้ซึ่งความปลื้มปิติและความทรงจำดี ๆ ของผู้คนที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย

 “นอกจากพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวและพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีในครั้งนั้นแล้ว เรายังใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี้เพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อสนองต่อพระเมตตาขององค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” เสียงบอกเล่าจาก คุณสมบูรณ์ ศิริเวช ผู้จัดการศูนย์ราชการุณย์ฯ ที่ให้การต้อนรับผู้ที่แวะเข้ามาด้วยรอยยิ้ม “ถ้ามองไปตรงนี้ ก็จะเห็นชายหาดที่หาดทรายสีขาวสวยงามมาก ลงเล่นน้ำทะเลได้ ท่านที่ชอบเดินป่าเราก็มีพื้นที่ให้เดินป่า เดินขึ้นภูเขาแล้วก็ไปบรรจบตรงทะเลพอดี ซึ่งเป็นพื้นที่สวยงามมาก แล้วก็ยังมีสวนผลไม้ภาคตะวันออก มีสวนสมุนไพร และมีลานกางเต็นท์ มีที่พักสำหรับประชาชนทั่วไป หรือสำหรับเยาวชน นักเรียนนักศึกษามาจัดกิจกรรม และอีกมากมายครับ”

 

47 ปีผ่านไป เรื่องราวที่เขาล้านได้กลายเป็นบันทึกหน้าประวัติศาสตร์สำหรับใครหลายคน แต่ที่มากไปกว่านั้นยังเป็นสถานที่ที่มีความหมายต่อผู้ที่เคยเดินหนีความตายผ่านผืนป่าและเสียงปืน จนกระทั่งได้มาพบกับแสงสว่างแห่งชีวิต ณ ที่แห่งนี้ อันเป็นหลักฐานที่ประจักษ์แก่สายตาและหัวใจว่า “สายธารแห่งพระความเมตตาในครั้งนั้น ได้เปลี่ยนชะตาชีวิตของผู้คนกลุ่มหนึ่งไปตลอดกาล”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top