วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569
หนึ่งในสิ่งที่น่าจับตามองของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยุคนี้ คือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ออกเดินทางพร้อมหมา ๆ แมว ๆ หรือสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ซึ่งจากเดิมอาจมองหาเพียงสถานที่ Pet-Friendly ให้สัตว์เลี้ยงเข้าใช้บริการด้วยกันได้ แต่ปัจจุบันได้มีความต้องการแบบ Pet Personalization ตามความต้องการที่แตกต่างกันของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
“Let’s Get SPLASH – วันชุ่มฉ่ำของเพื่อนซี้สี่ขา” คือโครงการใหม่ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เกิดขึ้นจากการเล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดดังกล่าว ซึ่งไม่เพียงตอบรับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวพร้อมสัตว์เลี้ยงที่เปลี่ยนไป แต่ยังสะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยในมุมมองใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของประสบการณ์ และการเติบโตอย่างยั่งยืน
.jpg)
นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “ปัจจุบันผู้คนไม่ได้มองสัตว์เลี้ยงเป็นเพียงสัตว์เลี้ยง แต่มองเป็นเพื่อน เป็นลูก หรือเป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัว และนี่ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นทิศทางของการท่องเที่ยวในอนาคต เพราะเหล่า Pet Parents ยุคใหม่ต่างให้ความสำคัญกับ Pet Personalization มองหาบริการที่ตอบโจทย์ต่อสายพันธุ์ อายุ น้ำหนัก พฤติกรรม และความต้องการด้านสุขภาพที่เฉพาะเจาะจงกับลูก ๆ ของตนเอง พร้อมจ่ายเพื่อแลกกับประสบการณ์ใหม่ ๆ
ความเอ็กซ์คลูซีฟ หรือเพื่อทำให้ทั้งครอบครัวได้ใช้ช่วงเวลาคุณภาพและมีความสุขไปพร้อมกัน”
หัวใจหลักของโครงการ Let's Get SPLASH – วันชุ่มฉ่ำของเพื่อนซี้สี่ขา คือการชวนครอบครัวพร้อมแก๊งสี่ขาออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่โดดเด่นในบรรยากาศและกิจกรรมทางน้ำ เนื่องจากประเทศไทยมีต้นทุนของทรัพยากรหลากหลาย ทั้งทะเล แม่น้ำ ลำธาร น้ำตก ตลอดจนพิกัดทำกิจกรรมกลางแจ้ง และที่พักแบบพูลวิลลาซึ่งหลายแห่งเริ่มอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงลงสระได้ (Pet-allowed pool)
“เราต้องการถ่ายทอดคำว่า SPLASH ที่หมายถึงการออกไปเที่ยวแบบสนุกสนานและชุ่มฉ่ำทั่วไทย ไม่ว่าจะเป็นการไปว่ายน้ำ พายซับบอร์ด โต้คลื่นทะเล ตามสไตล์ครอบครัวสายลุย (Active SPLASH) หรือชื่นชอบบรรยากาศผ่อนคลาย ล่องเรือชมวิว พักผ่อนริมสายน้ำ ตามสไตล์ครอบครัวสายชิลล์ (Passive SPLASH)”
“นอกจากความสนุกแล้ว กิจกรรมเชิงไลฟ์สไตล์เหล่านี้ช่วยสร้างประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำดี ๆ และความผูกพันระหว่างมนุษย์และสัตว์เลี้ยง ตลอดจนส่งเสริม Pet Longevity หรือการมีสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาว ผ่านการสนับสนุนให้สัตว์เลี้ยงได้ออกกำลังกาย ลดความเครียด และสร้างเสริมพัฒนาการ ซึ่งเหล่าพ่อ ๆ แม่ ๆ ของสัตว์เลี้ยงยุคนี้ให้ความสำคัญ” นายอภิชัย กล่าวเสริม
ขณะเดียวกันช่วง Green Season ของเมืองไทยยังเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่เหมาะกับการออกเดินทางไปท่องเที่ยว ด้วยบรรยากาศที่แสนสดชื่น อากาศเย็นสบาย และมีธรรมชาติเขียวขจีรอต้อนรับอย่างเต็มที่ สามารถมอบความรู้สึกดี ๆ สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ ททท. ในปี 2569 ซึ่งมุ่งเน้นคุณค่าและความหมายของประสบการณ์ (Value over Volume) ที่ผู้ออกเดินทางจะได้รับ มากกว่าการคาดหวังจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
(1).jpg)
“เรามุ่งหวังให้การออกเดินทางและทำกิจกรรมเหล่านี้เป็นช่วงเวลาพิเศษ (Quality Time) ของครอบครัว และยังสร้างโอกาสพบปะกับคอมมูนิตีของคนรักสัตว์เลี้ยงกันแบบอบอุ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพำนักที่ยาวนานขึ้น (Longer Stay) เพิ่มอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรม และกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่มีเมนูพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง สถานที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง บริการด้าน Pet Healthcare & Wellness ตลอดจนบริการ Pet Grooming เป็นการสร้างคุณค่าทั้งต่อทั้งผู้เดินทาง สถานประกอบการท้องถิ่น และเศรษฐกิจของประเทศ ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุล”
ทั้งนี้ ททท. มุ่งหวังยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทาง Pet-Friendly ระดับคุณภาพในระยะยาว โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการ ภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยว (Tourism Ecosystem) ที่มีความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ สถานที่ท่องเที่ยว และชุมชน
“เป้าหมายของเราคือการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงในเมืองไทย และตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง ที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่อบอุ่น มีคุณค่า และยั่งยืนสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน” นายอภิชัย กล่าวสรุป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี