วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
เปิด9เหตุผลสำคัญ ทำคนรุ่นใหม่เมินมีลูก

เปิด9เหตุผลสำคัญ ทำคนรุ่นใหม่เมินมีลูก

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
Tag : คนรุ่นใหม่ เมินมีลูก เหตุผล
  •  

“หนูตัดสินใจไม่มีลูกเพราะเห็นว่ามีภาระต้องดูแลพ่อแม่ที่อายุเริ่มมากขึ้น แล้วถ้ามีลูกด้วยคิดว่าทำให้จะดูแลเค้าได้ไม่ดี”

“เราก็ก้มหน้าก้มตาเรียนตรี โท เอก เงยหน้ามาอีกทีก็หาใครมาเป็นแฟนไม่ได้ พอมาอยู่ที่ทำงานก็มีแต่ผู้หญิง ไม่ค่อยได้เจอผู้ชาย โอกาสที่จะมีแฟนก็ยากเข้าไปอีก”


เรื่องเล่าจากการประชุม “เวทีสานพลังเพื่ออนาคตประเทศไทย : ยุคเด็กเกิดน้อย สังคมสูงวัย” เปิดประเด็นโดย ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ประธานคณะกรรมการสนับสนุนการพัฒนานโยบายรองรับสังคมสูงวัย ว่าด้วยสังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย แต่เด็กเกิดน้อยลงทุกปี “โดยในปี 2555 มีเด็กเกิดใหม่ ประมาณ 7.8 แสนคน แต่ในปี 2559 พบว่าการเกิดลดลงเหลือ 6.6 แสนคน” และคาดว่าในปี 2583 จะมีเด็กเกิดใหม่เพียง 5 แสนคน

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

ซึ่งหากย้อนไปดูผลการสำรวจของ สถาบันวิจัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า ทัศนคติของสตรีไทยในการแต่งงานและมีลูกเปลี่ยนไปจากเมื่อ 15 ปีก่อนอย่างเด่นชัด “ในปี 2559 ผู้หญิงบอกว่าไม่ต้องมีลูกก็สามารถมีชีวิตที่น่าพอใจได้ร้อยละ 75 ในขณะที่ในปี 2544 เห็นด้วยคำกล่าวนี้เพียงร้อยละ 53 เท่านั้น” ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น คือ พบว่าหญิงไทยมีลูกคนแรกอายุเฉลี่ย 23.5 ปี และมีแนวโน้มมีบุตรยากถึงเกือบร้อยละ 16

แต่ประเด็นสำคัญของปริมาณที่น้อยลงนั้น ทำอย่างไรจะทำให้เด็กที่เกิดมามีคุณภาพ ได้รับการดูแลให้เติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดีของสังคมไทยด้วย จากสถานการณ์ทางประชากรดังกล่าว ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนักวิชาการต้องตั้งวงถกเพื่อเสนอนโยบายจูงใจให้ครอบครัวที่มีความพร้อมให้มีบุตรได้ ผู้เข้าร่วมประชุมได้สะท้อน “9 ข้อเท็จจริง” ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ที่พร้อมแต่ไม่มีลูก ได้แก่

1.เรียนเยอะ เรียนหนัก เรียนนาน บางคนเข้าทำนอง “รักไม่ยุ่งมุ่งแต่เรียน” พอจบปริญญาตรีก็เรียนต่อปริญญาโทตามด้วยปริญญาเอก กว่าจะจบได้เป็นดอกเตอร์สมใจแล้วก็ต้องใช้เวลาในการหาคนคู่ครองอีกสักพัก แต่พอแต่งงานแล้วมักเหลือเวลามีลูกอาจน้อยมาก ทำให้ตัดสินใจไม่มีลูก หรือมีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ในขณะที่บางคนก็อาจจะหมดโอกาสที่จะมีคู่ อาทิ มีผู้หญิงไม่น้อยเลยที่ยอม “ขึ้นคาน” อยู่เป็นโสด

2.รอพร้อมจนแก่ หลายคนคิดว่า“หากจะมีลูกต้องให้มีความพร้อมก่อน” จึงทำงานหนักเก็บเงินซื้อบ้าน ซื้อรถ สร้างฐานะทางการเงินให้มั่นคง เพื่อสร้างความสุขสบายให้กับลูก “แต่เมื่อมีทุกอย่างพร้อมวัยก็ล่วงเลยมาก” เช่น บางคนจึงเกิดภาวะมีบุตรยากบางคนด้วยอายุมากขึ้นเกิดความกลัวว่าลูกที่เกิดมาจะมีปัญหา และบางคนอาจมีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะหากมีคนที่ 2 อาจเสี่ยงอันตรายทั้งแม่และลูก

3.ก้มหน้าทำงาน หลายคนทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงานจนไม่สนใจเรื่องอื่นๆ รวมถึงเรื่องความรัก ทำให้ไม่มีโอกาสที่จะมีคู่และหากสภาพแวดล้อมของที่ทำงานมีแต่เพศเดียวกัน ยิ่งทำให้การพบคนที่ใช่ยิ่งยากมากขึ้น 4.ค่าใช้จ่ายสูง ดังที่มีคำกล่าวว่า“มีลูก 1 คนจนไปหลายปี” 7 ปีบ้าง 10 ปีบ้างหรือ 20 ปีก็ว่ากันไป จากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าเล่าเรียน และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ต้องคำนวณอย่างรอบคอบ และบางคนตัดสินใจไม่มีลูกดีกว่า

5.ความเครียดสร้างปัญหา มีข้อค้นพบว่าความเครียดทำให้ผู้หญิงส่วนหนึ่งไข่ตกไม่ตรงตามเวลา และทำให้ผู้ชายจะมีสเปิร์มที่ไม่แข็งแรงพอ ดังนั้นคู่ที่แต่งงานแล้วมีความเครียดสูงโอกาสที่จะมีลูกก็จะน้อยลงไปด้วย 6.ระยะทางเป็นอุปสรรค การเดินทางจากบ้านถึงที่ทำงานที่ห่างกันมากส่งผลให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ในรถเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ครอบครัวมีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยทั้งนี้เคยมีการสำรวจพบว่าการมีที่พักใกล้กับที่ทำงาน ส่งผลให้คู่ที่แต่งงานมีโอกาสมีลูกได้มากขึ้น

7.พ่อแม่ก็ต้องเลี้ยง สังคมสูงวัยทำให้มีพ่อแม่ที่แก่เฒ่าที่คนวัยทำงานต้องดูแล บางคนมีทั้งพ่อทั้งแม่ที่อายุมาก ดังนั้นการตัดสินใจจะมีลูกหรือไม่ ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ “การจัดการของแต่ละครอบครัวที่มีคนสูงวัยอยู่ด้วย จะสามารถดูแลให้ดีทั้งพ่อแม่และลูกตัวเองได้อย่างไร” ทำให้บางคู่ตัดสินใจไม่มีลูก 8.ขาดคนเลี้ยงดู ประเด็นใหญ่ของการตัดสินใจมีลูกของคู่ที่แต่งงานแล้ว คือ หากมีลูกแล้วจะให้ใครมาช่วยเลี้ยง ถ้าพ่อแม่แต่ละฝ่ายอายุมากดูแลให้ไม่ไหว หาคนเลี้ยงก็แสนยาก จะฝากศูนย์เลี้ยงเด็กก็ไม่ไว้ใจ

และ 9.ถึงอยากมีแต่ไม่มา จากข้อมูลพบว่าสตรีไทยถึงร้อยละ 16 มีปัญหาการมีบุตรยาก แม้จะมีความพร้อมทุกด้านแล้วแต่พยายามหลายครั้งก็ไม่สามารถมีลูกได้ดังนั้นจึงต้องพึ่งพาหมอ ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายถูกลงกว่าเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาแต่ก็ไม่ง่ายอยู่ดี

จากทั้ง 9 ข้อนี้ หลายประเทศก็มีมาตรการที่แตกต่างกันไป เช่น บางประเทศกำหนดนโยบายส่งเสริมให้คนแต่งงานเร็วขึ้น มีนโยบายส่งเสริมให้หนุ่มสาวโสดมีโอกาสได้พบกัน หรือส่งเสริมสังคมแบบ “Work & Life Balance” มีความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงานให้มากขึ้น หรือบางหน่วยงานในบางประเทศ ใช้วิธีสร้างที่พักให้พนักงานซื้อในราคาไม่แพงมากและผ่อนชำระได้ เพื่อลดระยะเวลาการเดินทางให้น้อยลง ทำให้มีเวลากับครอบครัวมากขึ้น ซึ่งเคยมีการสำรวจพบว่าการมีที่พักใกล้กับที่ทำงาน คู่แต่งงานจะมีโอกาสมีลูกมากขึ้นด้วย

บางตัวอย่างที่น่าสนใจ เกาหลีใต้ ประเทศที่มีอัตราการเกิดน้อยและเข้าสู่สังคมสูงวัยเช่นกัน รัฐบาลแดนกิมจิก็ออกหลายมาตรการมารองรับ เช่น ให้เงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลและเลี้ยงดูบุตรโดยตรง ให้ผลประโยชน์ทางภาษี ผลประโยชน์ด้านบำนาญ และเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย รวมถึงสนับสนุนให้คนทำงานสามารถเลี้ยงลูกได้พร้อมๆ กัน เพิ่มสถานรับเลี้ยงเด็ก เพิ่มระยะเวลาการกำหนดวันลาคลอดและเลี้ยงดูบุตรสำหรับพ่อและแม่

อย่างไรก็ตาม วงเสวนาแบบนี้ยังคงต้องมีต่อไปอีกหลายครั้ง เนื่องจากยังออกแบบนโยบายระดับกว้างไม่ชัด “ปัจจัยเงื่อนไขของแต่ละคนที่แตกต่างกันมาก” การจะจูงใจให้คนมีลูกคงไม่อาจทำแต่การให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับพ่อแม่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีปัจจัยเชิงพฤติกรรมอีกมากที่ต้องขบคิด และอาจต้องมีการวิจัยเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของคนแต่ละช่วงวัยที่มีทัศนคติต่อการมีลูกให้ชัดขึ้นจึงจะนำไปสู่การออกแบบนโยบายที่ดีได้ “ภายใต้การทำงานแข่งกับเวลา” ที่จะต้องเร่งมีนโยบายที่สำคัญเพื่อให้เด็กที่เกิดมาแม้จะน้อยแต่ต้องมีคุณภาพให้ได้

ในสถานการณ์ประชากรที่คาดว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุเพิ่มเป็นร้อยละ 20 ซึ่งเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบแล้ว!!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

น็อต วรฤทธิ์ วอนอย่าคุกคาม เผยมีคนบุกหาเรื่องถึงร้าน ปมเห็นต่างทางการเมือง

‘รอง ผบช.สง.ก.ตร.’ช่วยราชการ ภ.1 ตรวจเยี่ยมตำรวจภาค1 ฝึกอบรมปฏิบัติหน้าที่ Local CAT

อนุทิน บ่นเฮงซวย หลังชาวบ้านปรี่ร้อง ย้ายที่อยู่ ใช้สิทธิ์ประกันสังคมไม่ได้

รถเละเป็นเศษเหล็ก กู้ภัยยังอึ้ง หนุ่มรอดตายปาฏิหาริย์ พากันส่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ข้างกาย

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved