Logo วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
‘ท่าผาปุ้ม’ชุมชนจัดการตนเอง  ‘ธรรมชาติฟื้นฟู-คนอยู่ได้ยั่งยืน’

‘ท่าผาปุ้ม’ชุมชนจัดการตนเอง ‘ธรรมชาติฟื้นฟู-คนอยู่ได้ยั่งยืน’

วันจันทร์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
Tag : คนอยู่ได้ยั่งยืน ความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ ท่าผาปุ้ม ธรรมชาติฟื้นฟู
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

“ความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่” เป็นประเด็นที่พูดถึงกันมากในระยะหลังๆ ทั้ง “ในเมือง” ดังกรณี “ทางเท้า” คนกลุ่มหนึ่งเห็นว่าสามารถแบ่งบางส่วนให้ทำการค้าได้ จึงเห็นด้วยกับการใช้อำนาจเปิดจุดผ่อนผันของหน่วยราชการปกครองส่วนท้องถิ่น กับคนอีกกลุ่มที่มองว่าไม่ควรอนุญาตไม่ว่ากรณีใดๆ เพราะทางเท้าเป็นสาธารณะสมบัติของทุกคน การที่ภาครัฐเปิดจุดผ่อนผันบนทางเท้าโดยอ้างว่าเพื่อช่วยผู้ที่มีต้นทุนชีวิตน้อยให้มีอาชีพมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว จึงเท่ากับการเบียดบังของส่วนรวมไปให้คนบางส่วนทำกินแบบเอาเปรียบสังคม

และ “ในชนบท” กับกรณีของ “คนกับป่า” ที่มีความขัดแย้งระหว่างคนกลุ่มหนึ่งมองว่าไม่ควรให้คนอยู่ในป่าหรือ
ใกล้ป่า เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการลักลอบตัดไม้-ล่าสัตว์ หรือแผ้วถางป่าเพื่อขยายพื้นที่ทำการเกษตร แม้จะเป็นชุมชนที่อยู่มาก่อนประกาศพื้นที่ป่าหรืออุทยานภาครัฐก็ควรย้ายออกเพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นสมบัติของแผ่นดินยังคงความอุดมสมบูรณ์ กับคนอีกกลุ่มที่เห็นว่าคนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ และคนสามารถใช้ประโยชน์จากป่าสร้างอาชีพสร้างรายได้โดยไม่จำเป็นต้องทำลายธรรมชาติเสมอไปโดยอ้างอิงข้อค้นพบมากมายจากหลายพื้นที่


“ท่าผาปุ้ม” ตำบลเล็กๆ ใน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน อยู่ห่างจากตัวเมืองของจังหวัด 139 กิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สูง มีหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา 8 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขตป่าอนุรักษ์แม่ยวมฝั่งขวา มีพื้นที่ราบสำหรับการเพาะปลูกเพียง 1 ใน 4 ของพื้นที่ทั้งหมด ที่นี่เป็นอีกจุดหนึ่งที่ถูกมองในแง่ลบจากคนภายนอกเสมอ เนื่องด้วยชาวบ้านนิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมถึงการทำไร่หมุนเวียนของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ซึ่งคนภายนอกมักเข้าใจไปว่าเป็นการทำไร่เลื่อนลอย และทั้ง 2 อย่างนี้มีภาพของการทำลายป่า

ธวัชชัย ใจแสน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลท่าผาปุ้ม (อบต.ท่าผาปุ้ม)เล่าว่า ท่าผาปุ้มมีลักษณะเป็นพื้นที่ภูเขา มีคนอยู่อาศัยมาแต่เดิมเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ โดยอยู่บนที่สูง ส่วนพื้นที่ริมน้ำยวมเป็นชาวบ้านทั่วไป “ส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ์” ยังชีพด้วยการทำไร่ถั่วเหลือง ไร่ข้าวโพด และปลูกข้าว ซึ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้น ชาวบ้านและท้องถิ่นจึงหารือกันและตกลงที่จะทำ “หนังสือรับรองข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลท่าผาปุ้มว่าด้วยผังชุมชน” เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญ ได้แก่

1.การเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ เพราะทางการไม่มีข้อมูล แต่เมื่อมีการจัดทำเอกสารดังกล่าวก็เท่ากับมีฐานข้อมูลการใช้ประโยชน์พื้นที่ของชาวบ้าน ส่งผลให้ทางการสามารถจัดความช่วยเหลือแก่ ชาวบ้านได้ เช่น เมื่อพืชผลทางการเกษตรเสียหายทั้งจากภัยพิบัติ โรคระบาด ศัตรูพืชชาวบ้านก็จะได้รับเงินชดเชย ซึ่งในอดีตเกษตรตำบลไม่มีข้อมูลนี้ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากรัฐได้

2.การทำเกษตรแบบทำลายธรรมชาติ ในอดีตพบว่าชาวบ้านมักใช้พื้นที่ไปกับเกษตรเชิงเดี่ยวที่กระทบต่อระบบนิเวศ เช่น ปลูกข้าวโพดแทนข้าวไร่ แต่การจัดทำฐานข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้ทางการและชาวบ้านร่วมกำหนดทิศทางการทำเกษตรได้ เช่น การทำไร่หมุนเวียนวนเป็นวงรอบไป-มาทุก 7 ปี และการหันกลับมาปลูกข้าวไร่แทนข้าวโพด

(บน) พิธีมอบหนังสือรับรองการใช้ประโยชน์ในที่ดินพื้นที่ อบต.ท่าผาปุ้ม

(ล่าง) ชาวบ้าน ท่าผาปุ้มร่วมกันทำแผนที่กำหนดเขตการใช้ประโยชน์ต่างๆ

โดยชาวปกาเกอะญอซึ่งอยู่บนดอยจะปลูกข้าวไร่หมุนเวียน เพราะมีพื้นที่น้อย แต่ละชุมชนหรือครอบครัวมี 7-9 แปลง แปลงละ 7-15 ไร่ โดยปลูกหมุนเวียนปีละแปลง พอครบ 7 ปี ก็จะเวียนกลับมาปลูกที่เดิม การหมุนเวียนไปปลูกพืชที่แปลงอื่นๆ นี่เอง ทำให้คนภายนอกเข้าใจผิดว่าชาวบ้านกลุ่มนี้ทำไร่เลื่อนลอยบุกรุกป่าไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด แต่จริงๆ แล้วนี่คือภูมิปัญญาบรรพชน คือการปล่อยให้ดินได้พักด้วยกลไกธรรมชาติ

ส่วนผู้ที่ทำไร่อยู่กับที่ไม่ได้ย้ายไปไหนทาง อบต. ได้ร่วมกับ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ นำความรู้การทำ “เกษตรผสมผสาน” มาถ่ายทอดกับชาวบ้าน เพื่อลดการปลูกข้าวโพด เริ่มตั้งแต่ปลูกป่าบนดอย เพราะ “มีป่าก็มีน้ำ” หรือแม้ในบางช่วงเวลาที่ไม่มีน้ำในหนองที่ขุดไว้ แต่ดินก็ยังชุ่มชื้น สามารถปลูกพืชได้หลายชนิด ตั้งแต่ผักต่างๆ ไปจนถึงกล้วย ความ
อุดมสมบูรณ์ก็เริ่มกลับมา

การทำฐานข้อมูลนี้มีความแม่นยำสูงเพราะใช้ระบบระบุพิกัดพื้นที่ด้วยดาวเทียม (GPS) มาทำแผนที่ว่าพื้นที่จุดไหนใช้ทำอะไร ทั้งพื้นที่เกษตรและอยู่อาศัย พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไว้เป็นต้นน้ำ พื้นที่ป่าที่ให้ชาวบ้านเข้าไปใช้ประโยชน์ รวมถึงป่าที่ใช้ประกอบพิธีกรรมตามจารีตประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวบ้านแต่ละคนจะรู้ว่า “ที่ดินของตนมีอาณาเขตตรงไหน” ขณะที่ทุกคนจะมองเห็นภาพรวมของพื้นที่ด้วยการประกอบที่ดินทุกแปลงเข้าด้วยกัน

สำหรับการจัดทำฐานข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินของชาวท่าผาปุ้มนั้นมีความร่วมมือกันหลายฝ่าย ทั้งเจ้าของหรือผู้ใช้ประโยชน์ที่ดิน คณะกรรมการหมู่บ้าน อบต. ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน มีการตรวจสอบจนข้อมูลถูกต้องผ่านกระบวนการประชาคมรับรอง แต่ต้องย้ำว่า “สำหรับที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ นี่ไม่ใช่การออกโฉนดให้ครอบครอง แต่เป็นเพียงการรับรองให้ใช้ประโยชน์” ที่สำคัญยังส่งเสริมให้ “ชุมชนดูแลกันเอง” ซึ่งที่ผ่านมาได้ผลเป็นอย่างดี

เพราะชาวบ้าน “เข้าใจ” ถึงความสำคัญของระบบนิเวศ จึงรู้สึก “เป็นเจ้าของ” ดังนั้นเมื่อมีคนในชุมชนบุกรุกป่าเพิ่ม ก็จะมีการแจ้งคณะกรรมการที่มีนายอำเภอและป่าไม้เป็นผู้ดูแล และหากตักเตือนแล้วยังไม่ยุติ ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้การจัดทำเขตพื้นที่ทั้งหมด ยังมี “ผู้อาวุโสที่ชาวชุมชนเคารพนับถือ” ร่วมเป็นสักขีพยาน เป็นการใช้กลไกชุมชนป้องปรามการละเมิดข้อตกลงที่ทำร่วมกันอีกทางหนึ่ง

วันนี้ท่าผาปุ้มถูกยกเป็น “ต้นแบบ”ชุมชนบริหารจัดการตนเองในการอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากป่า ส่วนก้าวต่อไปคือจะขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆ ได้อย่างไร?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved