วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
.jpg)
มีข่าวดีข่าวฝากมาจาก รองผบก.อก.สตม. “เฮียหนึ่ง -พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล” ซึ่งเป็น อดีตนักรักบี้ทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ขอประชาสัมพันธ์เชิญชมการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 31 ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 31 มีนาคมนี้ คิกออฟเวลา 16.30 น. ณ สนามกีฬากลางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต...ปีนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร....ถือเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่มีประวัติยาวนาน เฮียภัคพงศ์ย้อนเล่าเกร็ดความเป็นมาไว้น่าสนใจ ว่า รักบี้ประเพณีสองสถาบันเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2480 โดยกลุ่มนักรักบี้ฟุตบอลที่เป็นศิษย์เก่าของจุฬาฯและธรรมศาสตร์ร่วมจัดขึ้น มุ่งสร้างความสัมพันธ์ - ความสามัคคีของนักกีฬารักบี้ฟุตบอลสองสถาบัน รวมถึงคณาจารย์ ศิษย์เก่านิสิตนักศึกษาปัจจุบัน ทำหน้าที่ช่วยจัดการแข่งขันเป็นประจำทุกปีสลับกันเป็นเจ้าภาพ มุ่งหวังเป็นแบบอย่างที่ดีในการแข่งรักบี้แก่เยาวชนคนรุ่นหลัง ซึ่งผู้เข้าแข่งขันมีทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันร่วมทีม...สำหรับถ้วยรางวัลรักบี้ฟุตบอลประเพณีนี้ สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ได้พระราชทานถ้วยรางวัล “มหิดล” แก่ผู้ชนะการแข่งขันปี 2503 จึงนับเป็นการแข่งขันครั้งที่ 1 และแข่งต่อมาจนถึงครั้งที่ 22 ปี 2527 จึงหยุดไป ก่อนกลับมาแข่งครั้งที่ 23 เมื่อปี 2549 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และกำลังจะมีการแข่งขันประจำปี ครั้งที่ 31 วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม...งานนี้ เชิญชวนศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบันจนถึงคอรักบี้ ไปร่วมชมร่วมเชียร์กันถึงขอบสนาม พลาดรอบนี้รออีกที ต้องเป็นปีหน้านะขอรับ...
นึกว่าสาวคาวบอยที่ไหน แว่บเข้าไปดูเลยรู้ว่าไม่ใช่ใคร เป็นอดีตผู้แทนเมืองพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ “สุพัชรีธรรมเพชร” นั่นเอง มาลุคใหม่จำเกือบไม่ได้พอไล่เรียงอ่านรายละเอียดถึงรู้ว่าสาวเจ้าแต่งตัวเข้าธีม เพราะเป็นการประชุมจัดเตรียมงาน“คาวบอย เฟสติวัล พัทลุง ครั้งที่ 4” ซึ่งจะมีขึ้นวันเสาร์ที่ 31 มีนาคมนี้ ที่สนามขี่ม้าชั่วคราวหนองเพ็ง ม.6 ต.ท่าแคอ.เมืองพัทลุง เป้าประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงม้าแก่เกษตรกรให้ความรู้ด้านการเลี้ยงม้าที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการอาหารสัตว์ และเพื่อส่งเสริมผลักดันตัวแทนนักกีฬาขี่ม้าสู่สากล...งานนี้ผู้แทนสาวสุพัชรีจึงต้องเปลี่ยนลุคใหม่ จากเดิมนุ่งผ้าถุงไทย เป็นสวมชุดคาวเกิร์ล ขี่ม้า สมาร์ทไปอีกแบบเห็นแล้วขอซูฮก ต้องยอมรับในความสามารถที่มีรอบด้าน จะเรียบร้อยนุ่งผ้าไทยหรือจะกีฬาโลดโผน ผู้แทนสุพัชรีลุยได้หมด...พร้อมช่วยผลักดันแข็งขันสมกับเป็นผู้แทนของคนเมืองลุงจริงๆ...
.jpg)
...ตั้งแต่เก็บกระเป๋าออกจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วย้ายไปเป็นเจ้ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ก็ดูจะมีผลงานเด่น ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ไล่เลียงตั้งแต่ อินเตอร์เนตหมู่บ้าน สมาร์ทซิตี้ สตาร์ทอัพ สถาบัน IoT ล่าสุด ทั้งความกล้าหาญในการจัดงานใหญ่ระดับโลกอย่าง Digital BigBang เมื่อ
ปีกลาย...ล่าสุด ก็ผุดไอเดีย Coding Thailand หรือ ห้องเรียนออนไลน์ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยร่วมมือCode.org ซึ่งเป็นองค์กรชื่อก้องโลก ที่มีเป้าหมาย นำความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์สู่นักเรียนจำนวนมาก ผ่านบทเรียนแบบง่ายๆ ในช่องทางต่างๆ ทั้งผ่านเว็บไซต์ สมาร์ทโฟน เว็บไซต์นี้มีความไม่ธรรมดาอยู่ที่ได้ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ที่ถือเป็น ปรมาจารย์ด้านไอที อย่าง Bill Gates และ Mark Zuckerberg มาร่วมเป็นอาจารย์รับเชิญ ....
...โครงการนี้ ดร.พิเชฐ ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นผู้ดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรที่มากประสบการณ์ในเรื่องไอที อย่าง ไมโครซอฟต์ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริษัท อักษรเอดดูเคชั่น มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ สถาบันเชนจ์ฟิวชั่น โดยจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการกันยายนนี้...งานนี้ เจ้าภาพใหญ่ “ดีป้า” ที่มี “ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์”กุมบังเหียนนั่งเป็น ผอ.องค์กรฯ แม้จะเป็นหน่วยงานใหม่ถอดด้ามของกระทรวงดีอี แต่ก็เจองานใหญ่ๆ ไปหลายงาน ก็คงทุ่มสุดตัว เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดิจิทัลทำให้ทุกอย่างเปลี่ยน ทุกมิติการดำรงชีวิตไม่เหมือนเดิม..และฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทยให้สามารถพัฒนาและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้นั้น จำเป็นต้องเริ่มจากการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล โดยควรเริ่มตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เห็นด้วยไหมครับ...
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี