วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
เช้าวันนี้ (18 เม.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ หลวงปู่พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กแฟนเพจ "หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara" โดยเรียกร้องให้คณะสงฆ์ผู้ตั้งมั่นอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญาลุกขึ้นมาแสดงความกล้าหาญช่วยกันปกป้องพระธรรมวินัย พร้อมกับระบุว่า "3-4 ปีที่ผ่านมาพุทธะอิสระต้องต่อสู้กับอธรรมที่ใช้ผ้าเหลืองห่อหุ้มกาย ต้องต่อสู้กับอลัชชีที่อ้างเพียงแค่คำว่าบุญ ต้องสู้กับพวกมหาโจร จนพุทธะอิสระต้องถูกขู่ฆ่า ถูกกล่าวหาและผู้ต้องหาคดีกบฏ"

หลังจาก "หลวงปู่พุทธะอิสระ" โพสต์ข้อความข้อความดังกล่าวไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมงปรากฎได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยโพต์ระบุว่า.....
"เมื่อไรคณะสงฆ์ผู้ตั้งมั่นอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญาจะลุกขึ้นมาแสดงความกล้าหาญช่วยกันปกป้องพระธรรมวินัยเสียที"
๑๘ เมษายน ๒๕๖๑
๓-๔ ปีมาแล้วที่พุทธะอิสระต้องต่อสู้กับอธรรมที่ใช้ผ้าเหลืองห่อหุ้มกาย
๓-๔ ปีมาแล้วที่พุทธะอิสระต้องต่อสู้กับอลัชชีที่อ้างเพียงแค่คำว่าบุญ แล้วหลอกใช้ศรัทธาของชาวบ้านมาสร้างความร่ำรวย ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง
๓-๔ ปีมาแล้วที่พุทธะอิสระต้องสู้กับพวกมหาโจร ที่ฝังตัวอยู่ในองค์กรปกครองสูงสุดซึ่งเป็นศูนย์กลางของอำนาจตุลาการ นิติบัญญัติบริหารเพียงลำพัง
ทั้งที่พวกมหาโจรเหล่านี้ ก็ใช้อำนาจไปในทางมิชอบ โดยที่ไม่มีใครในคณะสงฆ์ จะกล้าออกมาคัดค้านต่อกรด้วย
๓-๔ ปีมาแล้วที่พุทธะอิสระต้องสู้กับกลุ่มมหาโจร ในคราบผ้าเหลืองที่กระหายอำนาจ ต้องการอำนาจ ถึงขนาดช่วยกันเดินขบวนเรียกร้องอำนาจหรือจ่ายเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ
๓-๔ ปีมาแล้วที่คณะสงฆ์ไทย มองพุทธะอิสระเป็นพระบ้า พระกบฏ พระเถื่อน ถ่อย สถุล อันธพาล ระรานพระผู้ใหญ่
เป็นเวลา ๓-๔ ปีเหมือนกันที่พุทธะอิสระไม่ยอมก้มหัวให้พวกอธรรมเหล่านี้แม้แต่น้อยนิด
ถึงจะรู้ว่าต้องสู้อยู่คนเดียว ก็ไม่เคยสะดุ้งกลัวหวาดผวา
๓-๔ ปีมาแล้วที่พุทธะอิสระต้องกลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาและผู้ต้องหาคดีกบฏ อันเป็นผลมาจากการต่อสู้กับพวกทุจริตและมหาโจรในผ้าเหลือง
๓-๔ ปีมาแล้วที่พุทธะอิสระต้องถูกขู่ฆ่า ถูกเหยียดหยามย่ำยี ถูกประณาม ถูกจ้องจับผิด และอาฆาตพยาบาทจากพวกพ้องของผู้เสียผลประโยชน์
เป็น ๓-๔ ปีที่พุทธะอิสระเคยถามตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่า สาวกสงฆ์ในพระธรรมวินัยนี้ มีพุทธะอิสระเพียงผู้เดียวหรือ ที่ทำหน้าที่ปกป้องพระธรรมวินัย ทั้งที่หน้าที่ปกป้องพระธรรมวินัย เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัยหาได้เป็นของพุทธะอิสระคนเดียวไม่ แต่ควรจะเป็นหน้าที่ของพุทธบริษัททุกคน
คำถามก็คือ แล้วพุทธบริษัทเหล่านั้นหายไปไหนหมด หรือสงบนิ่งเพียงเพื่อที่จะเอาตัวรอด แล้วรอรับผลประโยชน์ คอยประดิษฐ์คำสวยๆ มาหลอกชาวบ้านให้มึนงงเท่านั้น
งานนี้ไม่เห็นบรรดานักเทศน์ นักคิด นักเขียน นักวิเคราะห์ นักวิชาการสายออเจ้าทั้งหลาย ออกมาชี้ว่าอะไรถูก อะไรผิดกันบ้างเลย
หรือกลัวว่าจะเปลืองตัว ปีนี้จักไม่ได้รับเลื่อนขั้น พิจารณายศ ไอ้นักบวชแบบนี้ล่ะ ที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า กาฝากล่ะ มีชีวิตอยู่แค่จะแสวงหาประโยชน์เท่านั้น
ถ้าชาวบ้านจะหวังพึ่งได้ก็แค่คำพูดปลอบประโลมให้คลายเหงา หาได้จับต้อง พึ่งพาเอาเป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้ชาวบ้านมีปัญญาชี้ถูก ชี้ผิดได้ไม่
ที่พุทธะอิสระเขียนมานี้ หาใช้ตำหนินักบวชทุกท่านดอกนะ
แต่ตำหนิพวกที่เป็นอีแอบ ขมุกขมัว มั่วซั่ว อึมครึม ไม่ชัดเจน มีผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่ไม่ชัดเจนเช่นนี้ล่ะ สังคมถึงได้แยกไม่ได้ว่าอะไรสุจริต อะไรทุจริต อะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศล อะไรคือสิ่งที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ
เพราะอย่างนี้ล่ะ บ้านเมืองถึงได้มีปัญหาหมักหมม แก้ไม่ได้เสียที
ขออภัยที่ต้องบ่นออกมาดังๆ เพราะทนเห็นความเห็นแก่ตัวของนักบวชหลายๆ คนไม่ได้ กระทบกับใครก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
พุทธะอิสระ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี