537.jpg
'โค้ชเอก' เล่านาทีวิกฤติติดอยู่ในถ้ำหลวง 'พาน้องๆสวดมนต์ก่อนนอน ขุดผนังถ้ำทุกวันเพื่อหาทางออก'

'โค้ชเอก' เล่านาทีวิกฤติติดอยู่ในถ้ำหลวง 'พาน้องๆสวดมนต์ก่อนนอน ขุดผนังถ้ำทุกวันเพื่อหาทางออก'

วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 20.44 น.

นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ โค้ชเอก อายุ 25 ปี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนเจ้าของคำว่า "แปลหน่อยดิๆ" เปิดเผยในระหว่างแถลงข่าวส่งนักเตะเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนกลับบ้าน ที่หอประชุมคชสารภายในองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย โดยโค้ชเอก ได้เหตุการณ์ตอนที่เข้าไปในถ้ำและอยู่ในถ้ำว่า ตนเป็นคนชวน แล้วน้องๆ เสนอว่าไปถ้ำหลวง เพราะไม่เคยไปกัน โดยไปอุ่นเครื่องที่บนดอยก่อนตอน 10 โมงวันเสาร์ อุ่นเครื่องเสร็จก็ไปถ้ำ เพื่อไปศึกษาว่าในถ้ำมีอะไร ตนเคยไป แต่น้องๆ บางคนไม่เคยไปเลย

โค้ชเอก เล่าว่า ตนเคยเข้าไปพบว่าความลึกนั้นลึกมาก เลยเนินนมสาวไป ตอนไปครั้งแรกที่สามแยกมีน้ำขังนิดๆ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ตนเข้าไปก็ถามน้องว่าจะไปกันหรือไม่ มีเวลา 1 ชั่วโมงต้องออกก่อน 5 โมง เพราะต้องส่งน้องตั้น ไปเรียนพิเศษ ไม่ได้ไปฉลองวันเกิดใคร กรณีนี้น้องไนซ์ บอกว่าวันนี้วันเกิดก่อน 5 โมงต้องถึงบ้านไปฉลองวันเกิดกับพ่อแม่ และชวนเพื่อนๆ ไปด้วย


"รู้ว่าติดในถ้ำตอนที่เดินเลยเนินนมสาวไปจนถึงเมืองลับแล หรือเมืองบาดาล ที่มารู้ชื่อทีหลัง ก็ถามเด็กๆ ว่าจะไปกันต่อหรือไม่ แต่ต้องว่ายน้ำเข้าไปจากนั้นน้องตี๋  อาสาว่ายน้ำไปเช็คให้ว่าลึก และไกลหรือไม่ โดยเด็กส่วนใหญ่ว่ายน้ำเป็น เพราะหลังซ้อมฟุตบอล ผมจะพาไปว่ายน้ำ"

โค้ชเอก เล่าต่อว่า เมื่อน้องตี๋ เช็คน้ำลึกหรือไม่ ซึ่งเมื่อบอกว่าไม่ลึกทุกคนก็ทยอยตามไป และดูว่าไปได้ต่อหรือไม่ แต่เนื่องจากเกินเวลา จึงเตรียมกลับ จากนั้นก็เดินกลับกันมาตามปกติ เมื่อมาถึงสามแยกก็พบน้ำ ก็ยังคิดว่าเราหลงทางก็พยายามหาทางออก

โค้ชเอก เล่าต่ออีกว่า ระหว่างหาเส้นทางนั้นตนจะลงไปเช็คน้ำและเช็คเส้นทาง ก็ให้ถือเชือกโดยนัดกันไว้ว่าถ้าตนกระตุกเชือกคือไปไม่ได้ ตนก็มุดเข้าไปดูว่ามันออกได้หรือไม่ พบว่าข้างล่างเป็นทราย ข้างบนเป็นหิน ตอนนั้น น้องไนซ์ กลัวไม่ได้กลับบ้านแล้วจะโดนแม่ด่า ตนก็ให้ตั้งสติหาทางออกไปให้ได้

"ผมบอกน้องๆ ว่าเราไปไม่ได้ ต้องหาทางใหม่ จึงชวนน้องๆ ขุดร่องให้น้ำระบาย ตอนนั้นราวๆ 5 โมง ขุดเท่าไรน้ำก็ไม่ลดลง น้องตี๋ ก็บอกให้ไปหาที่นอนเพราะเริ่มมืด ตอนนั้นน่าจะ 6 โมงกว่า"

โค้ชเอก ยังบอกว่า ในตอนนั้นตนคิดว่าอาจเป็นน้ำขึ้นน้ำลง พรุ่งนี้น้ำอาจจะลดลง คิดว่าจะค้างคืนก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ โดยไม่มีอะไรที่เตรียมไปเลย เพราะกินอาหารกันที่สนามซ้อมฟุตบอลมาแล้ว

จากนั้นก็ได้ถอยจากสามแยกมาราว 300 เมตร พบเนินทรายและน้ำย้อยจากผากับหิน จึงบอกน้องๆ ให้อยู่ใกล้แหล่งน้ำ นอนกันที่พื้นทรายตรงนั้น ก็ชวนน้องๆ ไหว้พระก่อนนอน ไม่ได้กลัวอะไร เพราะคิดว่าพรุ่งนี้คงหาทางออกไปได้

เมื่อนายสุทธิชัย หยุ่น นักข่าวอาวุโส ถามว่าเอาตัวรอดกันอย่างไร

เด็กๆ ตอบว่า หาแหล่งน้ำกินในถ้ำ  โดยหากินจากตรงที่เป็นหินย้อย เชื่อว่าน้ำสะอาด รสชาติเหมือนน้ำทั่วไป อาหารไม่มี ตอนนั้นกินน้ำอย่างเดียวเลย วันแรกยังไม่รู้สึกว่าอ่อนแอ ผ่านไป 2 วันเริ่มรู้สึก โค้ชเอก ให้ทุกคนอยู่นิ่งๆ ให้ใช้ไฟฉายให้น้อยที่สุด ไฟฉายแรงๆ ที่น้องบางคนมี ให้ปิดไว้ก่อน ช่วงนั้นทุกคนเริ่มอ่อนแรง ไม่มีแรง หน้ามืดบ้าง และหิวมาก

"เมื่อหิวมากก็ไม่นึกถึงกับข้าว เดี๋ยวจะหิวกว่าเดิม อยากกินข้าวผัด น้ำพริกอ่อง ก็ไม่นึกถึง" เด็กๆ ตอบ

โค้ชเอก เล่าต่ออีกว่า ช่วงว่างๆ ก็ไปขุดผนังถ้ำ ใช้ก้อนหินขุด ขุดได้ 3-4 เมตร ขุดเพื่อหาทางออก วันที่ 4-5 มาปรึกษากันว่าจะมาหาทางออก จะไปด้านหน้าที่เป็นเมืองบาดาลหรือไม่ ซึ่งน้องๆ บางคนเคยมาเข้าค่ายก็บอกว่าเจ้าหน้าที่บอกว่ามีทางออกอยู่ปลายถ้ำ

"ก็มาคิดกันว่าถ้าเรามุดไปถ้าเจอทางออกก็รอด ถ้าไม่เจอก็ถูกปิดตาย จึงถอยมาเนินนมสาว เพื่อรอเจ้าหน้าที่มาเจอ ตอนนั้นมีน้ำเริ่มไหลมา ก็ให้น้องๆขึ้นที่สูงที่เนินนมสาว ไม่ถึงชั่วโมงน้ำขึ้นสูงมากเกือบ 3 เมตร ไม่ได้ยินเสียงฝน ทางข้างล่างหมดสิทธิ์ไปแน่ๆ รอเจ้าหน้าที่มาเจอ ก็คุยกันว่าไปขุดผนัง เพราะจะรออย่างเดียวไม่ได้ ก็วนกันขุดผนัง โดยก่อนขุดจะกินน้ำให้อิ่มก่อน ขุดกันทั้งวัน พอตอนเย็นจะลงมาที่เนินเพื่อมากินน้ำ แล้วขึ้นมานอน" โค้ชเอกกล่าว
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top