546.jpg
ทำความรู้จัก Fact Sheet  'Thai Natural Dye Collection' คอลเลกชั่นผ้าไทยย้อมสีธรรมชาติ

ทำความรู้จัก Fact Sheet 'Thai Natural Dye Collection' คอลเลกชั่นผ้าไทยย้อมสีธรรมชาติ

วันเสาร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2562, 18.57 น.

Fact Sheet

Thai Natural Dye Collection

คอลเลกชั่นผ้าไทยย้อมสีธรรมชาติ

เกิดจากเจตนารมณ์ภายใต้โครงการกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ‘คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย’ ด้านการช่วยเหลือชุมชน(Community) ให้สามารถสร้างอาชีพจากความถนัดของตนเอง และภูมิปัญญาที่สืบทอดภายในชุมชน โดยจับมือLeicester City Football Club(LCFC)สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจากประเทศอังกฤษ ในการนำแบรนด์มาพัฒนา และต่อยอดร่วมกับชุมชนในภาคเหนือของไทย รังสรรค์เป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้า Ready-to-wear ในแบบ East meets West ดีไซน์นำสมัย คัทติ้งเนี๊ยบ ดูเท่ และใส่สบายแฝงด้วยแฟชั่นแบบภูมิปัญญาไทยแท้สไตล์ Tribe ที่เป็นเอกลักษณ์จาก 3 แหล่งในภาคเหลือ ได้แก่ชุมชนปกาเกอะญอ จ.ลำพูน, เส้นใยย้อมสีจากลำพูน ต.ตะเคียนปม จ.ลำพูน และ การทอจกตามแบบเฉพาะแบบอ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

 


 

จุดเริ่มต้น ‘สีย้อมจากธรรมชาติ’

Thai Natural Dye Collection ริเริ่มจากการศึกษา และทดลองการย้อมสีจากธรรมชาติที่จ.ลำพูน เพื่อให้ได้สีที่ตอบโจทย์กับDNA ของเลสเตอร์ ซิตี้ และ คิง เพาเวอร์ และต้องเป็นวัสดุย้อมสีจากธรรมชาติที่เป็นภูมิปัญญาจากชาวบ้าน จึงได้สีหลักสำหรับคอลเลกชั่นทั้งหมดด้วยกัน 4สี ที่ผ่านทั้งกระบวนการย้อมแบบธรรมชาติ 2 วิธี คือ ย้อมร้อนที่ใช้ความร้อนในการดึงเอาสีออกมาจากต้นพืช และย้อมเย็น ซึ่งเป็นการดึงสีออกจากวัสดุธรรมชาติ โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการความร้อน ซึ่งกรรมวิธีเหล่านี้เกิดจากคิดค้นเพื่อให้ได้โทนสีที่สวยงามพอเหมาะ ดังนั้นพืชหรือวัสดุจากธรรมชาติแต่ละชนิดก็จะมีกระบวนการย้อมร้อนหรือเย็นต่างกันไปเพื่อให้ได้สีเฉพาะในการย้อม

- สีฟ้า/น้ำเงิน มาจากใบของต้นฮ่อมหรือห้อม พืชที่เจริญเติบโตได้ดีในภาคเหนือและต้องปลูกใกล้กับเทือกเขาเท่านั้น เพราะต้องการความชื้น และอุณหภูมิต่ำ สีที่ได้จะคล้ายคลึงกับต้นครามและใช้กระบวนการย้อมเย็นเหมือนกัน แต่ต้นฮ่อมจะดูแลยากกว่าต้นคราม รวมถึงกระบวนการย้อมจะใช้เวลานานกว่าและมีกรรมวิธีที่ซับซ้อนกว่า

- สีน้ำตาลและสีเทา มาจากผลมะเกลือ ซึ่งจะนำผ้าลงไปย้อมในน้ำที่ผ่านกรรมวิธีการกรองกากผลมะเกลือแช่น้ำด่าง โดยการย้อมจะทำให้ได้ สีน้ำตาลเข้ม และสีเฉดเทา

- สีส้ม มาจากต้นคำแสด และใช้วิธีการย้อมร้อน

- สีเหลือง มาจากใบเพกา ได้มาจากการนำใบสดไปต้มในน้ำเดือด จะทำให้ได้สีเหลืองมัสตาร์ด แต่ทีมดีไซเนอร์ต้องการให้สีเหลืองมีความสดเหมือนกับลูกเลมอน จึงใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ามาช่วยคือนำสารส้มไปแกว่งตอนผสมกับน้ำด่าง

 

 

 

วิธีการย้อมผ้าจากฮ่อม สีที่ได้คือ สีฟ้า/น้ำเงิน

ขั้นตอนที่หนึ่ง – การเตรียมขี้ฮ่อม

1. แช่ใบฮ่อมในน้ำสะอาดเป็นเวลา 4 วัน

2. หลังจากครบจำนวนวันแล้ว นำใบฮ่อมออกจากน้ำโดยบีบใบฮ่อมเพื่อให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำน้ำที่ได้นั้นมาผสมกับปูนขาว อัตราส่วนในการผสมคือ ปูนขาว 3 ขีดต่อน้ำ 5 ลิตร

3. ใช้ปลายไม้ตำย้ำทั่วๆ ให้อากาศเข้าอย่างทั่วถึงจนเกิดเป็นฟองบริเวณผิวน้ำ ทิ้งไว้เป็นเวลา 1 คืนเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (oxidation)

4. รุ่งเช้ารินน้ำออกและใช้ผ้าขาวบางกรองเพื่อเก็บส่วนที่เป็นปูนขาวหมัก ซึ่งจะเรียกว่า ‘ขี้ฮ่อม’ เพื่อนำไปก่อหม้อฮ่อมที่จะใช้สำหรับย้อมสีต่อไป

ขั้นตอนที่สอง – เตรียมน้ำด่าง

1. นำกาบกล้วย ซึ่งเป็นส่วนลำต้นของต้นกล้วย(ส่วนของต้นที่โผล่ขึ้นเหนือจากพื้นดิน) มาเผาเพื่อให้เป็นขี้เถ้า

2. นำขี้เถ้าที่ได้มาผสมกับน้ำสะอาดเพื่อให้เกิดเป็นน้ำด่าง ใช้สำหรับการก่อหม้อฮ่อมต่อไป

ขั้นตอนที่สาม – ก่อหม้อฮ่อมและย้อมสี

1. นำขี้ฮ่อมที่ได้จากขั้นตอนที่หนึ่งและน้ำด่างจากขั้นตอนที่สองมาผสมกัน พร้อมนำมะขามเปียกที่เอาเม็ดออกแล้ว และกล้วยน้ำว้าใส่ลงไปพร้อมกันเพื่อก่อหม้อฮ่อม

2.ตำส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันทุกวัน เป็นเวลา 12 วัน จนกว่าน้ำจะเป็นสีเหลืองอำพันซึ่งจะพร้อมสำหรับการย้อมผ้าแล้ว

3. นำผ้าหรือเสื้อที่ต้องการจะย้อมจุ่มลงไปในหม้อฮ่อมแล้วนำขึ้นมาตากทิ้งไว้ ผ้าที่ย้อมจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (oxidation) กับอากาศแล้วเปลี่ยนสีจากสีเหลืองเป็นสีน้ำเงิน

4. การย้อมสามารถย้อมได้หลายครั้งจนกว่าจะได้ความเข้มของสีตามต้องการ โดยจะต้องทิ้งหม้อฮ่อมไว้เป็นเวลา 7 ชั่วโมงอย่างต่ำก่อนการย้อมผ้าในหม้อฮ่อมครั้งถัดไป

 

 

การทอผ้าตามแบบฉบับภูมิปัญญาชาวบ้าน

นอกจากภูมิปัญญาการย้อมสีจากธรรมชาติแล้ว อีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ทีมดีไซเนอร์ต้องการนำเสนอในคอลเลคชั่นคือ Ethnic Groupsจึงนำการทอผ้าแบบชุมชนทางภาคเหนือ คือ‘วิถีของจกแม่แจ่ม’ มาร่วมพัฒนาในคอลเลคชั่นนี้

‘การทอจก’ เป็นวิธีการทำลวดลายบนผืนผ้า โดยเพิ่มเส้นด้ายพุ่งพิเศษเข้าไปเป็นช่วงๆ ไม่ติดต่อกันตลอดหน้ากว้างของผืนผ้า ใช้ไม้ขนเม่น หรือนิ้วมือยกเส้นด้ายยืนขึ้น แล้วพุ่งเส้นด้ายสีพิเศษต่างๆ เข้าไปตามจังหวะของลวดลายผ้าซิ่นตีนจก ถือเป็นมรดกอันล้ำค่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของคนแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ทั้งหมด 16 ลาย

ความมหัศจรรย์ของการร่วมมือครั้งนี้ทำให้เกิดรูปแบบการทอจกกลับหัวที่เกิดจากการ ‘ลองดู’ เกิดเป็นลายทอที่สามารถดูได้ทั้งสองด้านอย่างสวยงาม โดยเฉพาะโลโกที่เป็นหน้าจิ้งจอก และโลโก LCFC ไม่ได้เป็นการทอปกติและทางชุมชนยังไม่เคยทำมาก่อน

นอกจากนี้ ยังได้ใส่ความเป็นเอกลักษณ์คือลายทอจก ลายดอกจัน ลายโกม ซึ่งเป็นลายทอหน้าหมอน ในคอลเลกชั่นของหมวก ซึ่งเป็นลายที่แตกต่างจากลายบนผ้าซิ่นทั่วไป เนื่องจากทางชุมชนใส่ใจและมองว่าลวดลายบนหมวกที่จะสวมใส่บนศรีษะเรา ไม่ควรจะเป็นลายที่เหมือนกับผ้าซิ่น ที่เป็นเครื่องนุ่งห่มที่อยู่บริเวณส่วนล่างใกล้กับปลายเท้า

ภูมิปัญญาของแต่ละชุมชนมีความงดงาม เสน่ห์ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ถูกปลูกฝังและได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยชุมชนได้เปิดรับ และให้โอกาสคิง เพาเวอร์ ได้เข้าไปร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่ยังคงเป็นตัวตนของชุมชน เพียงดัดแปลงให้เกิดความแปลกใหม่ เพิ่มเทคนิคในการทำ เพื่อต่อยอดให้สามารถเกิดเป็นลวดลาย และผลงานใหม่ๆ  ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทั้งใน และต่างประเทศ นำความยั่งยืนสู่ภูมิปัญญาไทย และความก้าวไกลของความงดงามของผ้าไทยไปสู่สากล

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top