วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
อดีตปธ.หอฯกาญจน์แนะกรมอุทยานฯใช้หลักรัฐศาสตร์หาทางออกร่วมกับวัดป่าก่อนเสือตายเพิ่ม

อดีตปธ.หอฯกาญจน์แนะกรมอุทยานฯใช้หลักรัฐศาสตร์หาทางออกร่วมกับวัดป่าก่อนเสือตายเพิ่ม

วันพุธ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2562, 18.38 น.
Tag : ก่อนเสือตายเพิ่ม ใช้หลักรัฐศาสตร์ แนะกรมอุทยานฯ หาทางออกร่วมกันกับวัด อดีต ปธ.หอการค้าฯ
  •  

จากกรณีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยึดเสือโคร่งของกลาง จำนวน 147 ตัว จากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หรือ วัดเสือ ที่เคยเป็นสถานท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกในอดีต ตั้งอยู่ริมถนนสาย 323 กาญจนบุรี-ไทรโยค หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และนำไปดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เมื่อปี พ.ศ.2559 หรือประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา

หลังจากที่กรมอุทยานฯได้เคลื่อนย้ายเสือจำนวนดังกล่าวไป ทำให้วัดเสือ แหล่งท่องเที่ยวซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด ล่าสุดเสือของกลางได้ทยอยเสียชีวิตลงด้วยโรคอัมพาตลิ้นกล่องเสียง 86 ตัว จากจำนวนเสือของกลางทั้งหมด โดยระบุสาเหตุการตายของเสือว่า เกิดจากการเพาะพันธุ์ในครอบครัวเดียวกันจนเลือดชิดและเป็นโรคติดต่อตั้งแต่เอามาจากวัดฯ


 

 

ซึ่งหลังจากเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น พระวิสุทธิสารเถร (ภูสิต ขันติธโร) หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หรือ วัดเสือ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก ภายหลังจากเสือดังกล่าวได้ถูกเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายออกไปจากวัด กรณีที่กรมอุทยานฯ ระบุสาเหตุการตายนั้น เป็นเพียงข้ออ้างที่โยนความผิดให้กับวัดฯ พร้อมขอให้นำลูกเสือที่คลอดออกมาใหม่มาเลี้ยงที่วัดฯ

ขณะที่ชาวกาญจนบุรีต่างรู้สึกสะเทือนใจและสงสารเสือเหล่านั้นอย่างมากเช่นกัน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ปลุกกระแสให้คนเมืองกาญจน์ออกมาแสดงความคิดเห็นในโลกโซเชียลกันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ต้องการให้กรมอุทยานฯนำเสือกลับมาให้ทางวัดเป็นผู้ดูแลเหมือนเช่นในอดีต

 

 

ล่าสุดวันนี้ 18 ก.ย.62 นายธีรชัย ชุติมันต์ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า  ตนเห็นว่ากรมอุทยานฯ ไม่พิจารณาการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว ในเรื่องของการยึดเป็นของกลาง แต่การวางแผนในเรื่องของ ของกลางที่เป็นสิ่งมีชีวิต จะต้องดำเนินการอย่างไร ในเมื่อมาเอาไปก็จะต้องดูแลได้ แต่ถ้าคิดว่าเกินความสามารถที่จะดูแลได้ การยึดเสือเหล่านั้นก็จะต้องพิจารณาให้ดีและถี่ถ้วน พร้อมกับหาทางออกร่วมกันระหว่างวัดกับเรื่องของการอนุรักษ์เสือ

 

 

ซึ่งที่ผ่านมากว่า10 ปี ทางวัดฯ ก็สามารถดูแลได้ แต่กรมอุทยานฯ มายึดไป สุดท้ายดูแลเสือเหล่านั้นไม่ได้ ปล่อยให้ตายไปแบบนี้ ดังนั้นกรมอุทยานฯ ควรจะต้องทบทวนในสิ่งที่เกิดขึ้น  ทั้งนี้จากการดำเนินการโดยหลักนิติศาสตร์เพียงอย่างเดียว เราก็เห็นผลที่เกิดขึ้นแล้วว่าเป็นอย่างไร เราไม่อยากจะถามถึงความรับผิดชอบแต่อยากให้ร่วมกันหาทางออกในเรื่องนี้จะดีกว่า เสือที่ยังเหลืออยู่จะได้ไม่ต้องมาตายเพราะการบริหารที่ผิดพลาด

ขณะที่ทางวัดก็ยินดีหากกรมอุทยานฯ จะนำเสือกลับมาให้วัดฯ เป็นผู้ดูแลต่อ โดยจะทำการขึ้นทะเบียนหรือจะดำเนินการด้วยวิธีการใดๆ เพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย โดยนำหลักรัฐศาสตร์เข้ามาร่วมใช้ในการทำงาน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะเสือที่เหลืออยู่ด้วย

 

 

นายธีรชัย ชุติมันต์  กล่าวว่า การที่กรมอุทยานฯ ยืนยันด้วยคำกล่าวที่ว่า เสือเหล่านั้นเป็นของกลาง ตนมองว่าถึงแม้เสือจะเป็นของกลาง แต่หากทุกฝ่ายหารือร่วมกัน เชื่อว่าสุดท้ายแล้วก็จะมีทางออกที่ดี แต่หากยืนยันว่าตามระเบียบกฎหมายแล้วของกลางไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ก็จะต้องไล่ต่อไปว่า กรมอุทยานฯ ยึดเอาของกลางไปแล้ว และทำของกลางสูญหาย ความผิดอยู่กับใคร ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบกับเสือที่ตายไป

ต้องยอมรับว่าในช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี อะไรที่ทำได้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท่องเที่ยว หากเราทำได้ก็ควรจะทำ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาวัดเสือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ และสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวขากเอ้ชีย และยุโรป เดินทางมาท่องเที่ยวในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก 

 

 

จะเห็นว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากหลายประเทศเคยเช่าเหมาลำเครื่องบินจากประเทศเหล่านั้นเพื่อตรงมาเที่ยวชมเสือ เพราะต้องการมาดูและได้อยู่ใกล้ชิดกับเสือ อาทิ ให้อาหารเสือ ป้อนนมลูกเสือ อาบน้ำให้เสือ ก่อนจะบินกลับประเทศ โดยไม่ไปแวะท่องเที่ยวที่ใดเลย แต่อย่างไรก็ตามขอตั้งข้อสังเกตว่า กรณีที่กรมอุทยานฯ ออกมาระบุถึงสาเหตุการตายของเสือดังกล่าวว่าเกิดจากการเพาะพันธุ์ในครอบครัวเดียวกันจนเลือดชิดและเป็นโรคติดต่อตั้งแต่เอามาจากวัดฯ นั้น ในเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เลย เพราะที่ผ่านมานานนับสิบปีที่ทางวัดเลี้ยงเสือเหล่านั้นมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นแต่อย่างใด

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประวัติคร่าวๆ ของพระวิสุทธิสารเถร (ภูสิต ขันติธโร) หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน เดิมเป็นชาวสมุทรปราการ การศึกษาจบนักธรรมเอก ปริญญาโทสาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย City University London ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ.2521

อุปสมบทครั้งแรกที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ เมื่อ ปี พ.ศ.2524 สายพระธรรมยุต จากประวัติพบว่า สาเหตุที่บวชเนื่องจากป่วยเป็นโรคมะเร็งในเม็ดเลือดในขั้นสุดท้าย จึงตัดสินใจบวชเพื่อเตรียมตัวตายในเพศบรรพชิต จากนั้นได้ออกเดินธุดงค์ไปตามผืนป่าทางภาคตะวันตก สิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือโรคร้ายได้หายขาดกลับมาเป็นปกติราวปาฏิหาริย์

 

 

พระวิสุทธิสารเถร (ภูสิต ขันติธโร) สร้างวัดป่าแห่งแรก เมื่อปี พ.ศ.2532 คือวัดถ้ำภูเตย รวมทั้งสร้างโรงเรียนวัดป่าภูเตย ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ต่อมา ปี พ.ศ.2537 ก็ได้สร้างวัดป่าขึ้นมาเป็นแห่งที่ 2 คือ วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

สำหรับจุดเริ่มต้นการอวสานของวัดเสือ มาจากการที่นายสัตวแพทย์สมชัย วิเศษชัยมงคล ลาออก หรือถูกไล่ออก ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ที่แน่ๆคือออกไปพร้อมหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ และไมโครชิปของเสือ จำนวน 3 ตัว แล้วนำไปเปิดโปงต่อสื่อมวลชนว่า มีมือมืดขับรถยนต์เข้าไปภายในเกาะเสือแล้วขนย้ายเสือโคร่งออกไปจำนวน 3 ตัว

 

 

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืนของวันที่ 20 และคืนวันที่ 25 ธ.ค.57 เสือที่ถูกลักลอบขนย้ายออกไปเป็นเสือโคร่งพันธุ์เบงกอล คือ เสือเพศผู้ ชื่อดาวเหนือ อายุ 7 ปี เสือเพศผู้ ชื่อฟ้าคราม 3 อายุ 3 ปี และเสือเพศผู้ ชื่อ แฮบปี้ 2 อายุ 3 ปี

ข่าวที่ออกไปสร้างความไม่พอใจให้แก่ หลวงตาจันทร์ และ พ.ต.อ.ศุภิฏพงศ์ รวมทั้งคณะกรรมการวัดคนอื่นๆ และพนักงานที่มีอยู่เป็นอย่างมาก จึงเกิดการโต้แย้งกันอย่างรุนแรง สุดท้ายหลวงตาจันทร์ ได้สั่งปลดนายสัตวแพทย์สมชัย ทันที พร้อมกับข้อครหาว่า นายสัตวแพทย์สมชัย เป็นคนเนรคุณ

แต่ทางด้านนายสัตวแพทย์สมชัย ก็ได้แถลงข่าวตอบโต้มาอย่างต่อเนื่องเช่นกันว่า การลักลอบนำเสือออกไปคาดว่าจะส่งไปขายยังต่างประเทศโดยผ่านเส้นทางลาวไปยังประเทศที่ 3 โดยเสือแต่ละตัวมีมูลค่าสูงถึงตัวละ 5 ล้านบาท

#ภาพจากแฟ้ม

#ภาพจากแฟ้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี

ไทยคู่ฟ้า แจงยิบ เปิดความจริง ราคาน้ำมันไทย ทำไมต้องอิงสิงคโปร์

สุรเดช ฟันธง วิกฤตพลังงานประเทศ พีระพันธุ์ ช่วยได้ แนะ นายกฯ เชิญมาร่วมรัฐบาลคุม ก.พลังงาน

ศศิกานต์ โต้ สิริพงศ์ ป้อง พีระพันธุ์ ชี้ช่วยประเทศหาทางออกวิกฤตน้ำมัน ทำไมรัฐบาลไม่รับฟัง

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved