วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
อิทธิพลของ "พายุโพดุล" ทำให้เกิดฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร และจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งน้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำชีไปตามจังหวัดข้างต้น โดยน้ำชีจะไปสมทบกับน้ำมูลที่ จ.อุบลราชธานีก่อนจะไหลลงแม่น้ำโขง จึงเป็นพื้นที่รับน้ำแห่งสุดท้ายไปโดยปริยาย
.jpg)
คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัย ด้วยการนำเทคโนโลยีด้านอาหารมาประยุกต์ใช้ได้จริงกับการผลิตข้าวเหนียวหมูย่างสเตอริไลซ์ ที่สามารถแกะรับประทานได้ทันที รวมถึงสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 ปี ภายใต้ชื่อ “กล่องข้าวน้อยให้แม่” ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดี
.jpg)
ขณะนี้หลายพื้นที่ใน จ.อุบลราชธานีน้ำเริ่มลดลง ชาวบ้านเริ่มกลับเข้ามาเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน เพื่อเริ่มต้นที่จะฟื้นฟูสภาพให้กลับสู่สภาวะปกติทุกอย่างเรียกได้ว่าเริ่มกลับมานับหนึ่งใหม่อีกครั้ง คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคามจึงมีแนวคิดที่จะฟื้นฟูช่วยเหลือด้านการดำรงชีพด้วยการเกษตรให้กับชาวบ้าน
ด้วยการต่อยอดจาก “กล่องข้าวน้อยให้แม่” มาสู่ “ผักสวนครัวน้อยให้แม่” ด้วยการจัดชุดผักสวนครัวพร้อมปลูกนำส่งถึงมือพี่น้องชาวอุบลราชธานี จำนวน 1,500 ชุด โดยนำเงินบริจาคที่เหลือจากการเปิดรับบริจาคในคณะมาจัดซื้ออุปกรณ์
.jpg)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระยศ แข็งขัน สาขาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ในการจัดชุด “ผักสวนครัวน้อยให้แม่” เป็นการรวมตัวกันของนิสิต อาจารย์และบุคลากรจิตอาสา ที่มาร่วมกันแสดงออกถึงความสามัคคีและจิตที่เป็นกุศลเพื่อนำส่งต่อให้ชาวบ้านสามารถนำเมล็ดพันธุ์ที่ได้ไปปลูก เพื่อประกอบอาหารรับประทานได้ในครัวเรือนทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย
.jpg)
สำหรับขั้นตอนการทำเริ่มจาก ผสมดินปลูกอินทรียวัตถุโดยนำวัสดุเพาะ ประกอบด้วย ขุยมะพร้าว ผสมกับขี้หม้อกรองอ้อย อัตราส่วน 1:2 จากนั้นคัดเลือกพันธุ์ผัก เลือกยี่ห้อที่ดี เมล็ดได้คุณภาพ โดยเมล็ดผักที่เลือก ได้แก่ พริก แมงลัก กะเพรา คะน้า กวางตุ้งดอก ผักกาดหอมและผักกาดเขียวน้อย นำมาบรรจุลงในถุงซิปล็อค พร้อมใส่ชื่อพันธุ์ผัก ติดสติกเกอร์ส่วนประกอบวิธีการเพาะและจัดเป็นชุดในตะกร้าพลาสติก ผ้าขาวบาง หนังยางรัดเตรียมพร้อมส่ง
.jpg)
ส่วนวิธีการเพาะกล้าพันธุ์พืชที่ได้รับแจก เริ่มจากนําเมล็ดพันธุ์พืช(คลุกไตรโคเดอร์มากันเชื้อรามาแล้ว) ใส่ในผ้าขาวบางมัดด้วยหนังยาง แล้วแช่น้ำเป็นเวลา 6 ชั่วโมง จากนั้นนําห่อเมล็ดพันธุ์ที่แช่น้ำนํามาบ่มในสภาพชื้นอีก 24 ชั่วโมง เมื่อสังเกตเห็นรากงอกออกจากเมล็ด ให้นํามาเพาะในตะกร้าที่ใส่วัสดุเพาะ โดยฝังลึกประมาณ 1 เซนติเมตร กลบเมล็ดแล้วรดน้ำให้ชุ่ม นําตะกร้าเพาะไปวางไว้ในที่ร่ม
เมื่อเมล็ดในตะกร้าเพาะงอกเป็นต้นอ่อนสังเกตมีใบเลี้ยงสีเขียวอ่อน ทําการรดน้ำให้พอชุ่ม จนกระทั่งต้นกล้างอกใบจริงและมีความแข็งแรง จึงนำต้นกล้าแยกไปเพาะปลูกกลางแจ้งและก็รอให้ต้นกล้าโตเต็มที่จากนั้นก็เก็บใบเก็บผลมาประกอบอาหารรับประทานได้
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี