533.jpg
เผยภาพรวมไหลเรือไฟนครพนมเยี่ยมกว่าทุกปี ตามหาผู้โชคดีรับรถยนต์คันละ 50 บาท

เผยภาพรวมไหลเรือไฟนครพนมเยี่ยมกว่าทุกปี ตามหาผู้โชคดีรับรถยนต์คันละ 50 บาท

วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 19.06 น.

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 15 ตุลาคม 2562 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการดำเนินการ จัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาด ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 6-14 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีนางวิไลวรรณ ไกรโสดา นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายนรวัฒน์ สวยงาม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครพนม พ.ต.อ.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฯ นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม พร้อมนายอำเภอทั้ง 12 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.) องค์กรภาคเอกชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครพนม เพื่อนำผลสรุปไปแก้ไขปรับปรุงในปีหน้า

 


 

เริ่มจาก นรข.ผู้เป็นประธานฝ่ายการปล่อยเรือไฟ ได้ชี้แจงกรณีมีการปล่อยเรือล่าช้า ซึ่งตามกำหนดนั้นเรือไฟลำแรกคือ เรือไฟอำเภอนาหว้าจะต้องลากจูงออกจากฝั่งตามเวลาคือ 19.30 น. แต่เนื่องจากเจออุปสรรคทางธรรมชาติ คือ น้ำในแม่น้ำโขงมีปริมาณน้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา โดยร่องน้ำลึกเหลือแค่ 3 เมตรเศษ จึงทำให้การลากจูงเรือไฟเป็นไปอย่างยากลำบาก ประกอบกับมีลมแรงจึงต้องประคับประคองให้เรือไฟอยู่ในร่องน้ำ ทำให้การล่องเรือไฟไปยังจุดต่างๆไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ แต่ก็แก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ด้วยดี

ด้านความรักษาความสงบเรียบร้อย และการจัดระเบียบจราจร พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม มอบหมายให้ พ.ต.อ.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ รอง ผบก.ภ.ฯ เป็นผู้ดูแลและวางแผนป้องกัน  ปรากฎว่าตลอด 9 วัน 9 คืน ภายในบริเวณงานไม่เกิดเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่นขาโจ๋  และเมื่อหลังจบงานประเพณีไหลเรือไฟฯ พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้ประชุมผู้บังคับการฯแต่ละจังหวัด พร้อมแนะนำให้ศึกษารูปแบบการรักษาความสงบเรียบร้อยของ บก.ภ.จว.นครพนม โดยให้ตั้งเป็นนครพนมโมเดลด้านความสงบเรียบร้อย ไร้การทะเลาะวิวาท เพราะมีผลงานช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา บก.ภ.จว.นครพนม ก็ควบคุมสสถานการณ์ได้ 100 %

 

 

นอกจากนี้ ยังมีเสียงชื่นชมจากสังคมโซเซียล กรณีมีกลุ่มจิตอาสารวมตัวช่วยกันเก็บขยะที่เกลื่อนอัฒจันทร์ริมแม่น้ำโขง โดยภาพรวมการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟ จัดได้ยอดเยี่ยมกว่าหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย จนงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แม้จะมีอุปสรรคบ้าง ทาง ผวจ.นครพนม ได้สั่งให้บันทึกและหาทางปรับปรุงให้มีปัญหาน้อยที่สุด ซึ่งทางด้านนายวัชรินทร์ เจียวิริยบุญญา ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ได้กล่าวว่าประเพณีไหลเรือไฟของจังหวัดนครพนม ได้ยกระดับไปสู่สากล ควรจะต้องมีการประชุมตลอดทั้งปี

สำหรับผลการประกวดไหลเรือไฟ ประจำปี 2562 รางวัลชนะเลิศ ประเภทความคิด  ความยาวตั้งแต่ 60 เมตรขึ้นไป ได้แก่เรือไฟอำเภอนาแก และยังได้รางวัลศิลปินเรือไฟประเภทความคิด ไปครองอีกหนึ่งตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับ 1 คือ อบจ.นครพนม และอันดับ 2 ได้แก่ เรือไฟอำเภอศรีสงคราม 

 

 

ส่วนรางวัลประเภทความสวยงาม ขนาดความยาว 60 เมตรขึ้นไป เรือไฟอำเภอโพนสวรรค์ อดีตแชมป์เก่าหลายสมัย ทวงคืนบัลลังก์ได้สำเร็จ ซึ่งเรือไฟอำเภอเมืองนครพนม ที่ถูกลมพายุซัดโครงสร้างพังถล่มเสียหายทั้งลำ และครองแชมป์เรือไฟประเภทสวยงามมาถึง 2 ปีซ้อน ก็ฮึดสู้สร้างเรือไฟลำใหม่เสร็จภายใน 6 วัน สามารถล่องลอยโชว์ความงามกลางแม่น้ำโขงให้กองเชียร์ยลโฉม คงยังเป็นเสือไม่ทิ้งลายคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ไปครองสมกับเป็นแชมป์เก่า

นอกจากนี้ยังมีรางวัลเรือไฟขนาดความยาวไม่เกิน 60 เมตร ไม่แยกประเภท เรือไฟอำเภอปลาปาก ได้ครองถ้วยชนะเลิศ ส่วนการออกรางวัลสลากกาชาด ใบละ 50 บาท ชิงรถยนต์กระบะ 4 ประตู เลขที่ออกคือ 42609 ซึ่งหลังออกรางวัลได้มีการตรวจสอบ ว่า ผู้โชคดีได้รับรถยนต์ราคา 50 บาท เป็นประชาชนจากอำเภอใด เบื้องต้นทราบว่าต้นขั้วสลากฉบับนี้อยู่ที่อำเภอเรณูนคร แต่ภายหลังทางอำเภอเรณูนครส่งคืนกาชาดจังหวัดนครพนม จึงนำฉลากดังกล่าวมาวางจำหน่ายที่บริเวณซุ้มมัจฉากาชาดหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม(หลังเก่า) และมีผู้มาเที่ยวงานซื้อไป ขณะนี้ยังไม่แสดงตนว่าอยู่ที่ใด หรืออาจจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดซื้อไปก็ได้
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top